3 Type of Reading Problems… รูปแบบปัญหาการอ่าน 3 แบบ #ReDucation

ปัญหาการอ่านออกในเด็กเล็กและวัยเรียนระดับปฐมศึกษา ยังถือเป็นปัญหาสำคัญที่ยังเห็นข้อมูลจากการวิจัยในชั้นเรียนในหลายประเทศ ถูกระบุว่าเป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทำให้การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง ซึ่งงานวิจัยมากมายระบุคล้ายกันว่า… ปัญหาการอ่านออกมีความสำคัญต่อจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กอย่างมาก โดยเด็กที่อ่านออกได้เร็วและถูกกระตุ้นทักษะการอ่านอย่างเหมาะสมจะเติบโตกลายเป็นเด็กรักการเรียนรู้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกและทักษะการอ่านไม่ดีพอ

ข้อมูลจากเวบไซต์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชี้ว่า… ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกมีหลายสาเหตุ ซึ่งถ้าตัดความบกพร่องทางสติปัญญาโดยกำเนิดออกไปแล้ว สาเหตุใหญ่ที่เด็กอ่านไม่ออกจะมาจาก “บ้าน กับ โรงเรียน” โดยเฉพาะบ้านที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ให้ความสำคัญกับทักษะการอ่านของลูกวัยอนุบาล และ โรงเรียนที่ปล่อยให้เด็กออกไม่ออก เลื่อนชั้นขึ้นไปเจอทักษะและองค์ความรู้ที่ต้อง “อ่านให้ออก–เขียนให้ถูก” จนตามเพื่อนร่วมชั้นวัยเดียวกันไม่ทัน

ข้อสรุปจากบทความเรื่อง Common Types of Reading Problems and How to Help Children Who Have Them ของ Louise Spear-Swerling ชี้ว่า… ปัญหาการอ่านมีรูปแบบสำคัญที่ต้องระบุอยู่ 3 รูปแบบคือ

  1. Word-Reading Difficulties หรือ SWRD หรือ ปัญหาการสะกดคำอ่านได้ยาก
  2. Specific Reading Comprehension Difficulties หรือ SRCD หรือ ปัญหาการอ่านแล้วไม่เข้าใจ
  3. Mixed Reading Difficulties หรือ MRD หรือ ปัญหาผสม หรือ ปัญหาการสะกดคำอ่านไม่ได้ผสมกับอ่านไม่เข้าใจ

งานวิจัยของ Richard L. Allington และ Anne McGill-Franzen ในปี 2008 พบว่า… เด็กที่มีปัญหา SWRD จะเกี่ยวข้องกับการอ่าน และ การผสมคำอ่านโดยเฉพาะ ซึ่งกลุ่มนี้จะสามารถเข้าใจความหมายของคำที่อ่านออกถูกต้องได้ทั้งหมด… ส่วนกลุ่มที่มีปัญหา SRCD จะมีปัญหาในการเข้าใจคำ และหรือ ความหมายของคำทั้งๆ ที่สามารถผสมคำอ่านออกได้ถูกต้อง… ส่วนกลุ่มที่หนักสุดคือกลุ่มผสมคำไม่ได้ และ ไม่เข้าใจความหมายของคำ และยังงงงวยกับความหมายของประโยค… ซึ่งข้อเสนอแนะจากงานวิจัยของ Richard L. Allington และ Anne McGill-Franzen เสนอให้ระบุรูปแบบปัญหาการอ่านออกให้ถูกต้องก่อนจะช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการอ่าน

อย่างไรก็ตาม… งานวิจัยมากมายเกี่ยวกับปัญหาอ่านไม่ออก รวมทั้งงานวิจัยของ Richard L. Allington และ Anne McGill-Franzen ด้วยที่ชี้ชัดว่า… ความบกพร่องของทักษะการอ่านที่สำคัญเป็นเรื่องของ “ประสบการณ์ในการอ่าน” ที่เด็กเคยมีมาก่อน โดยพบเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำมักจะมีปัญหาเรื่องประสบการณ์การอ่านอย่างมีนัยยะสำคัญ

ส่วนข้อสังเกตุจากงานตีพิมพ์ของ Paula J. Clarke และ คณะ ชี้แนะว่า… กลุ่มที่มีปัญหา SWRD ควรเน้นการสอนผสมคำ และ ออกเสียงให้มากก็จะสามารถแก้ไขได้… ส่วนกลุ่มที่มีปัญหา SRCD จำเป็นจะต้องสอนความเข้าใจ และ การตีความประโยคผ่านกลยุทธ์หลากหลายที่เน้นประสบการณ์ภายใต้บริบทของการเรียงคำสร้างประโยค และ เรื่องเล่า

ประเด็นคือ… ถ้าเด็กอ่านไม่ออก และหรือ สะกดคำอ่านไม่ถูก สุดท้ายก็มักจะทำความเข้าใจประโยคจากคำที่อ่านไม่ออก หรือ แม้แต่สะกดคำอ่านได้ช้า หรือเป็นเด็กในกลุ่ม MRD ที่มักจะมีสมรรถนะในการเรียน และ ผลทดสอบต่างๆ ออกมาไม่ดี…

วิธีช่วยเหลือเด็กมีปัญหาการอ่านทั้งแบบ SWRD และ SRCD รวมทั้ง MRD นั้น… กลยุทธ์แรกคือการระบุรูปแบบความบกพร่องให้ชัดเจน และ ควร “ใส่ใจ” เด็กที่มีปัญหาเป็นรายกรณี ซึ่งจะดีมากถ้าโรงเรียนและผู้ปกครองสามารถร่วมมือกันช่วยเหลือเด็ก ส่วนเครื่องมือและวิธีการก็มีเพียงหนังสือและการสร้างประสบการณ์ให้เด็กได้อ่านให้มาก… จนอ่านได้อย่างเข้าใจ

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts