5G Generation…

5th Generation of Cellular Mobile Communications หรือ 5G… หลายท่านคงเจอคำนี้ผ่านหูผ่านตามาบ้าง โดยเฉพาะข่าวคราวความเคลื่อนไหวมิติต่างๆ ที่แม้แต่ความขัดแย้งจีนสหรัฐก็ยังมีประเด็น 5G อยู่ในสาระข้อพิพาทตามข่าวอีกด้วย

ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยในแวดวงเทคโนโลยีบ้านเรา ก็ดูเหมือนจะคึกคักเรื่องเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารยุคที่ 5 เช่นกัน… ข่าววงในเรื่อง 5G Sandbox ที่ทดสอบภายในของค่ายมือถือทุกค่ายในบ้านเรา มีเล็ดลอดบอกเล่าอวดกันคึกคัก… ฝั่งหนวยงานกำกับดูแลด้านดิจิตอล หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ก็เคลื่อนไหวในมิติต่างๆ อย่างน่าสนใจ

ผมกำลังพูดถึง… ความก้าวหน้าที่ข้ามเลยระดับติดตั้งใช้งานโครงข่ายและซื้อขายอุปกรณ์ที่รองรับ 5G มาถึงโมเดลธุรกิจที่ซุ่มเตรียมพัฒนาทั้ง Contents และ Contexts เพื่อใช้ 5G ชิงความได้เปรียบด้วยโมเดลใหม่ๆ ในวันที่ 5G จะเปลี่ยนอะไรๆ ไปอีกขั้นในห้วงเวลาอันใกล้นี้

ก่อนอื่น ผมจะพาย้อนมาดูประสิทธิภาพของโครงข่ายการสื่อสารในยุคที่ 5 หรือ 5G อีกทีเผื่อท่านที่ยังไม่มีข้อมูลชัดๆ ในมือจะได้ทราบไปพร้อมกัน

  • ความเร็วสูงสุดของเครือข่าย 10Gbps
  • Latency ระยะเวลาการเชื่อมต่อปลายทาง น้อยกว่า 0.001 วินาที
  • ความเสถียร 99.9999%
  • ครอบคลุมพื้นที่ 100%
  • Bandwidth เพิ่มขึ้น 1000/พื้นที่
  • รองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 100 เท่า/พื้นที่
  • ใช้พลังงานในการเชื่อมต่อน้อยลง 90% ในอุปกรณ์ IoT พลังงานต่ำเมื่อเชื่อมต่อ แบตเตอรี่อาจจะมีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี

ท่านจะเห็นว่า… ความโดดเด่นเรื่องความเร็ว โดยเฉพาะ ความเร็วของการตอบสนองหรือ Latency ระดับเสี้ยววินาที ทำให้การทำคำสั่งหรือ command ผ่านเครือข่ายเป็นเรื่องง่ายดายและเชื่อถือได้สูง… ซึ่งความสามารถระดับนี้เองที่จะพาระบบนิเวศน์ IoT เข้าสู่สังคมมนุษย์ในทุกมิติ

มาดูตัวอย่างในบาง Scenario อย่างกรณีคนไข้กับหมอ ที่ดูแลสุขภาพผ่านอุปกรณ์สวมใส่อย่างเช่นนาฬิกาที่วัดอัตราการเต้นหัวใจได้ ทำให้การพบหมอทำผ่านระบบ Telemedicine ที่ไม่ต้องนั่งรถไปเจอหมอตัวเป็นๆ เกิดขึ้นได้… 

ในกรณีนี้จะเห็นว่า… หมอกับคนไข้ใช้ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจของคนไข้ จากอุปกรณ์ IoT ที่ใส่ติดตัวช่วยประเมินและชี้แนะคนไข้ได้ ในขณะที่การสื่อสารบนโครงข่าย Telemedicine จะเป็นการสนทนาแบบ Real-time ที่ไม่มีกระตุกเพราะโครงข่าย 5G มีความเสถียรสูงถึง 99.999% และเร็วกว่าความเร็วการเชื่อมต่อสูงสุดในปัจจุบัน(4G) นับ 10 เท่า…

ประเด็นมีอยู่ว่า… ในทุกๆ Scenarios ที่ต้องใช้การสื่อสารระหว่างกัน… 5G จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลายอย่างในหลายมิติ… กรณีหมอกับคนไข้และนาฬิกาหนึ่งชิ้นเป็นเพียงตัวอย่างหยาบๆ ที่ “ยังมีอะไรอีกมาก” ในรายละเอียดที่สร้างโอกาสได้อีก… กรณีชักโครกอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์สุขภาพจากอุจจาระปัสสาวะคนใช้ก็ดี… แปรงสีฟันที่เก็บข้อมูลสุขภาพจากเนื้อเยื่อและ DNA ในช่องปากก็ดี… หรือแม้แต่เทคนิคการวิเคราะห์ของเหลวหรือสารคัดหลั่งจากร่างกายมนุษย์แบบต่างๆ ที่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาจนคนทั่วไปนำกลับไปใช้เองที่บ้านได้… เชื่อเถอะครับว่า แค่เราสั่งอาหารกล่องผ่าน Grab LineMan หรือ FoodPanda เรายังชอบที่ไม่ต้องออกไปไหน… ถ้ามีรายการพบแพทย์โดยไม่ต้องออกนอกบ้าน… ผมคนหนึ่งหล่ะจะใช้บริการเมื่อจำเป็น

คำถามคือ… หันมองรอบตัวท่านหรือยังครับว่า… ถ้าวันที่ 5G มาถึง… หมายถึงปีหน้านี้แล้ว รอบตัวท่านมีอะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง?… และท่านพร้อมหรือยัง?

สุดท้าย… ขออภัยที่พาท่านฟุ้งมาไกลตาประสาคนเคลิ้มกลางวันถี่… ขอบคุณที่ติดตามครับ!

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts