7 อุปนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ… จาก briantracy.com

Successful Habits

ในวงการธุรกิจถ้าให้บอกชื่อโค้ชหรือที่ปรึกษาธุรกิจ นักวางกลยุทธ์ คนเขียนตำราทางธุรกิจระดับโลกละก็… ชื่อของ Brian Tracy เจ้าของผลงานหนังสือ how to ทางธุรกิจมากกว่า 70 เล่มและประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจมานับพันองค์กร… รวมทั้งการเป็นโค้ชที่เดินสายบรรยายและมีคนจองที่นั่งเข้าฟังด้วยตัวเลขจากหลายแหล่งยืนยันว่ามีมากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลกมาแล้ว

สุดสัปดาห์แห่งความเกียจคร้านของผม… ที่มักจะเกิดกับผมช่วงเดือนสุดท้ายของปีและผมเรียกมันว่า December Blues… ที่ผมมักเกียจคร้าน ใจลอยและฝันกลางวันถี่กว่าช่วงเวลาอื่นๆ ของปีอย่างเห็นได้ชัด

อย่างเดียวที่ผมอยากทำในช่วงเดือนธันวาคมตลอดหลายปีที่ผ่านมามีเพียงการอ่านหนังสือดูหนังหรือใช้เวลากับเรื่องส่วนตัวจริงๆ มากกว่าจะอยากสร้างสรรค์หรือทำอะไรใหม่ๆ ยากๆ… แต่ช่วงหลังๆ ผมอ่านอีบุ๊ค ดูหนังออนไลน์และค้นเว็บไซต์หาบทความดีๆ อ่าน มากกว่าจะออกไปเดินตามร้านหนังสือ หรือมีนัดกับโมเมนต์โรมานซ์เหมือนในอดีต

วันก่อนกลับมาอ่านบุ๊คมาร์คที่เก็บไว้อ่านซ้ำช่วงเวลาที่จิตตก ซึ่งผมต้องรีบหาแหล่งพลังงานสำหรับบู๊ทสติให้หลุดออกจากหลุมดำแห่งความเพ้อเจ้อก่อนหลุดเข้าไปจนหาทางออกไม่ได้… วันนี้เลยขออนุญาตเอาบทความชื่อ 7 Habits Of Successful People That Will Make You Feel Unstoppable In 2019 มาแชร์กับทุกท่านถึงแม้ว่าอีกไม่กี่วันเราก็จะเปลี่ยนไปใช้ปฏิทินปี 2020 แล้ว

7 Habits Of Successful People That Will Make You Feel Unstoppable In 2019 เป็นบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Briantracy.com ซึ่งผมเป็นแฟนหนังสือของ Brian Tracy หลายเล่ม…

มารีบู๊ทสติไปพร้อมกันครับว่า… Brian Tracy แนะนำให้เรายึดอะไรนำทางชีวิต หลบความล้มเหลวเข้าหาความสำเร็จได้บ้าง…

1. They are Goal Oriented

นิสัยแรกที่ผู้คนจะประสบความสำเร็จต้องมีคือเน้นเป้าหมาย… ซึ่งหลายครั้งเราจะได้ยินคำแนะนำแบบนี้เต็มไปหมด และหลายคนก็เชื่ออยู่ว่าตัวเองมีเป้าหมาย เหมือนกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่คล้ายกับเราแต่ประสบความสำเร็จอย่างน่าอิจฉาและควรเอาเยี่ยงอย่าง… ประเด็นก็คือ ท่านแยกออกไหมครับระหว่าง “เป้าหมายกับฝันกลางวัน” มันต่างกันตรงไหน?… ต่างกันตรง “ลงมือทำกับคิดอย่างเดียว” เท่านั้นเองครับ… ซึ่งคำแนะนำในข้อนี้ไม่ได้บอกแค่ให้ท่านลงมือทำเท่านั้น แต่ยังให้เน้นและ Focus Goal อย่างจริงจังด้วย

ที่สำคัญกว่านั้น ในบทความยังแนะนำให้กลับไปศึกษากฎ 80/20 ของ Pareto เพื่อหาให้เจอสิ่งสำคัญที่แท้จริง 20% ที่จะเปลี่ยนไปเป็นความสำเร็จตามเป้าหมายให้เจอ… ท่านสามารถกลับไปอ่านบทความเก่าของ Reder เรื่อง The Pareto Principle หลักทำน้อยได้มากได้ที่นี่ครับ

2. They are Results Driven

พฤติกรรมหรืออุปนิสัยลำดับที่ 2 ในคนที่อยากมีหรืออยากประสบความสำเร็จคือ เน้นการมองผลลัพธ์ขับเคลื่อนความสำเร็จ… ซึ่งมีคำแนะนำย่อยเพียง 2 ประเด็น แนะนำเพิ่มเติมให้ท่านหาทางเจอผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมนั่นคือ

  • ฝึกฝนและเรียนรู้ในสิ่งที่ท่านทำอย่างต่อเนื่อง
  • จัดการเวลา เคารพเวลาและให้คุณค่าเวลา

ซึ่งการจะได้ผลลัพธ์ที่เข้าใกล้ความสำเร็จมีเพียงการฝึกฝนที่ชำนาญกว่าเดิม เรียนรู้มากกว่าเดิม และจัดการเวลาให้ได้ดีกว่าเดิมเท่านั้น จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากเดิม… สังเกตุตัวเองน๊ะครับว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ Upskills จากเดิมให้เจ๋งขึ้นกี่เรื่อง… ได้ Reskills กลับไปเรียนรู้อะไรใหม่เพิ่มเติมกี่เรื่อง… และท่านตรงเวลากับตารางงานและการนัดหมายกว่าเดิมแค่ไหน

3. They are Action Oriented

พฤติกรรมหรือนิสัยในลำดับที่ 3 ที่คนอยากประสบความสำเร็จต้องมีคือ ลงมือทำ… และควรทำอย่างต่อเนื่อง… คือทำซ้ำๆ เหมือนท่านทำงานประจำ ที่หยุดทำก็อดได้ค่าจ้าง แถมอาจจะโดนไล่ออกด้วย… การอยากได้ความสำเร็จก็เช่นเดียวกัน ต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ทำเรื่อยๆ ทำบนฐานความรู้ที่ใหม่กว่าเดิม ทำบนทักษะที่ฝึกฝนและชำนาญกว่าเดิม อย่าหยุด อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง… และอย่ามี December Blues แบบว่า… ใกล้หมดพอศอแล้ว แต่รายการในแถวที่ต้องทำเหลืออีกเยอะ แล้วก็นั่งถอนหายใจเล่น แทนที่จะลงมือทำต่อไป อันนี้ผมต้องเตือนสติตัวเองเหมือนกัน…

4. They are People Oriented

ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมลำดับที่ 4 เพื่อเป็นคนที่ประสบความสำเร็จก็คือ การเข้าใจผู้อื่น… ตรงนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด คนรอบข้างและคนอื่นๆ… ประเด็นก็คือ ไม่มีทางที่คนอื่นๆ จะคิดหรือปฏิบัติกับเราได้อย่างใจเราตลอดเวลา… นั่นแปลว่าเราควรอดทนและเข้าใจคนอื่นที่แตกต่างและหลากหลาย ซึ่งท้ายที่สุด… ความสัมพันธ์ที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว จะตอบแทนท่านด้วยความเชื่อใจ ความเข้าใจ ความร่วมมือและความรัก ซึ่งเป็นพลังบวกสำหรับการเข้าใกล้ความสำเร็จ

ถ้าท่านได้อ่านหนังสือชื่อ Sapiens: A Brief History of Humankind ของ Professor Yuval Noah Harari ที่ชี้ให้เห็นความสำเร็จของมนุษยชาติและเผ่าพันธุ์ Sapiens ล้วนมาจาก “ความร่วมมือในระดับความเชื่อที่มีต่อกันของมนุษย์” ซึ่งจะต้องเริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ที่เชื่อได้เท่านั้นจึงจะเกิด Trust หรือความเชื่อมั่นระหว่างกัน

5 . They are Health Conscious

พฤติกรรมและลักษณะนิสัยลำดับที่ 5 ที่ต้องมีคือ พฤติกรรมรักสุขภาพ… ที่ครอบคลุมเรื่องกินนอนพักผ่อนและออกกำลังกาย… ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องนี้ทุกตำราต่างเห็นตรงกันว่า ถ้าพฤติกรรมสุขภาพส่วนตัวยังไปไม่ถึงไหน การข้ามไปตามหาความสำเร็จเรื่องอื่นๆ ใส่ชีวิตแทบจะเป็นไปไม่ได้… ที่น่าสนใจในประเด็นนี้ก็คือ คนส่วนใหญ่รู้ว่าการรักตัวเอง เป็นพฤติกรรมสุขภาพสำคัญ แต่หลายครั้งก็ถูกลดความสำคัญเพื่อหลีกทางให้นิสัยหรือความจำเป็นอื่นๆ ที่เราเชื่อและให้ความสำคัญมากกว่า… ที่หนักกว่านั้นคือหลีกทางให้ความเกียจคร้านและผัดวันประกันพรุ่ง รวมทั้งไปโฟกัสและกระตือรือล้นเรื่องอื่นที่ไม่สำคัญจนหมดเวลาจะสร้างพฤติกรรมสุขภาพเชิงรุก

6. They are Honest

พฤติกรรมและอุปนิสัยที่ 6 คือ ความซื่อสัตย์… ซึ่งความซื่อสัตย์และซื่อตรง ถือเป็นหลักการสำคัญว่า… เราจะอยู่กับความเป็นจริงของตัวเอง… การที่เรามีเป้าหมายชัดเจน มีขั้นตอนอื่นๆ ชัดเจนที่จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าขาดความซื่อตรงที่จะทำตามแผนและคำสัญญากับตัวเอง ก็ป่วยการที่จะบอกได้ว่า… ขั้นของความสำเร็จได้ขยับเข้าใกล้เป้าหมาย

ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองมีความสำคัญเทียบเท่ากับความซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น… หลักง่ายๆ ของการประเมินว่าเรากำลังซื่อสัตย์ต่อตัวเองอยู่หรือเปล่า ให้ดูข้อเท็จจริงว่าเรากำลังอยู่กับข้อเท็จจริงปัจจุบันหรือเปล่า… เท่านั้น!

7. They are Self-disciplined

พฤติกรรมและนิสัยสุดท้ายลำดับที่ 7 คือ วินัยในตัวเอง… ที่หมายถึงทักษะในการควบคุมตัวเอง ให้อยู่กับแผน เป้าหมายและกระบวนการที่ถูกต้อง… โดยเฉพาะเป้าหมายและแผนการที่จำเป็นต้องสะสมความสำเร็จ ชิ้นเล็กๆ เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้ได้ภาพสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุด… มีความจำเป็นจะต้องใช้ความอดทนและสม่ำเสมอ สะสมภาพความสำเร็จทีละชิ้นทีละชิ้นให้อยู่ในที่ในทาง จนรวมกันได้ภาพใหญ่

ที่จริงวินัยในตัวเองเป็นหนึ่งในความซื่อสัตย์ที่เข้มข้น… เพราะวินัยต้องการความสม่ำเสมอประกอบด้วย ซึ่งความสม่ำเสมอหมายถึงต้องปฏิบัติต่อเนื่องยาวนาน… นั่นหมายความว่า พฤติกรรมสำคัญจากข้อ 1-6 จะไม่มีทางพาท่านสำเร็จลุล่วงได้ถ้าขาดวินัยที่จะปฏิบัติจนทั้งหมดกลายเป็นนิสัย

รวมๆ แล้วผมสรุปได้ประมาณนี้ครับ… ออกตัวอีกครั้งเช่นเดิมว่า ผมไม่ได้ยึดต้นฉบับอย่างนักแปลที่ดี… ยังประพฤติและใช้นิสัยการถอดความเข้าใจของตัวเองผสมกับสาระจากต้นฉบับ ที่บ่อยครั้งก็ทำสาระสำคัญหายหกตกหล่นไปบ้างเหมือนกัน… ผมวางลิงค์ต้นฉบับไว้ใต้อ้างอิงครับ สำหรับท่านที่ต้องการต้นฉบับซึ่งข้อมูลกระชับและมีลิงค์ลึกให้คลิกต่อไปได้อีกพอสมควร

ที่จริงพฤติกรรมและอุปนิสัยของคนที่จะประสบความสำเร็จตามคำแนะนำของ Brian Tracy… ทั้ง 7 ประเด็นก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายที่จะฝึกให้เป็นนิสัย

ประเด็นก็คือ… ปลายทางของการฝึกนิสัยทั้ง 7… คืออนาคตที่ไม่ใกล้นัก แต่การฝึกก็น่าเชื่อได้ว่า.. ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์จะจบที่ความสำเร็จ… มากน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง และคงไม่มีอาการงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝันในบั้นปลายค่อนข้างแน่!…

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

AMP Story

Vertical Content… แนวโน้มปี 2020

แต่ไหนแต่ไรมาจอแสดงภาพตั้งแต่ยุคจอแก้วหรือจอ CRT จะมีโครงสร้างเป็นแนวขวางคือด้านกว้างยาวกว่าด้านสูงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า… แต่เมื่อถึงยุคของจอมือถือที่แม้จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่เพื่อให้การจับและถือเป็นไปได้ง่าย แนวการวางของจอจึงกลายเป็นแนวตั้งคือด้านสูงยาวกว่าด้านกว้าง ซึ่งในปัจจุบันอัตราส่วนระหว่างด้านกว้างกับด้านยาวหรือด้านสูงไปไกลถึง 9:21 แล้วด้วยซ้ำ

Math and Me

Problem Solving Cycle for VESPA Mindset

Problem Solving Cycle หรือ วัฏจักรการรับมือกับปัญหา แบบของ VESPA Mindset ได้ปรับวิธีและมุมมองปัญหาโดยตรง แทนการมองด้วยกรอบระดับสร้างผลลัพธ์ทางการศึกษาแบบของของ David A. Kolb… จึงส่งผลทำให้ Problem Solving Cycle สำหรับ VESPA Mindset สามารถทำความเข้าใจผ่านคำถามและแนวทางสะสางซึ่งเป็นทางเลือกมากมายเกิดขึ้นอย่างสร้างสรรค์โดยตรงด้วย…

ภาพรวม Fridays For Future 27 Sep 2019

แคมเปญ Global #WeekForFuture September 20-27, 2019 ที่รวมศูนย์จาก fridaysforfuture.org เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแสดงพลังเพื่อผลักดันด้านสิ่งแวดล้อม ที่นำโดยภาวะโลกร้อนและก๊าซเรือนกระจก

The Brain

Pretest Designs for Personalized eLearning… สอบก่อนเรียน

โดยส่วนตัวผมให้ความสำคัญกับ Pre-Test อย่างมากเพราะเชื่อว่า… แนวทางนี้เป็นเทคนิคหนึ่งในการทำความเข้าใจกับผู้เรียน หรือผู้รับสาร หรือ Audience จากคอร์สที่ต้องเตรียมขึ้นอย่างปราณีตและเหมาะสมกับผู้เรียนจริงๆ เหมือนตัดเสื้อให้พวกเขา ที่ต้องมีขนาดหรือ Size ของใครของมัน แม้จะยุ่งยากกว่าการตัดเสื้อโหลขนาดเดียวแจกทุกคนแบบ One Size Fit Alls. แล้วมองแค่ ก่อนใส่เสื้อกับหลังจากมีเสื้อใส่ ทั้งๆ ที่คนใส่เสื้อร่างใหญ่มองดูไกลๆ เหมือนแหนมมัดเดินได้ก็ตาม