ก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตรกรรม… ความจริง! ที่ต้องทำความเข้าใจจริงๆ

Nature Animal Cow

ปัญหาก๊าซเรือนกระจกและโลกร้อน เป็นประเด็นใหญ่มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายแง่มุม จนคนส่วนใหญ่แทบจะแยกไม่ออกระหว่างปัญหามลพิษในอากาศ กับปัญหาโลกร้อน ที่อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน แค่อยู่คนละชั้นเท่านั้นเอง… ข้อมูลโลกร้อนกับข้อมูลมลพิษทางอากาศ หลายกรณีจึงมีจำเลยถูกกล่าวหาพาดพิงเป็นประเด็นน่าอึดอัด

ข้อมูลจากงานสัมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องผลการดำเนินงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์เกษตร จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557 อ้างอิงงานวิจัยเรื่อง การจัดการฟาร์มกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว: กรณีศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ โดย ดร.อัครพล ฮวบเจริญ นักเศรษฐศาสตร์ปฏิบัติการ ประจำสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงกระเษตรและสหกรณ์

ตัวเลขจากงานวิจัยของ ดร.อัครพล ฮวบเจริญ ระบุว่า… ข้าวหอมมะลิอินทรีย์บรรจุถุง 1 กิโลกรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5.75 กิโลกรัมคาร์บอน… ส่วนข้าว บรรจุถุง 1 กิโลกรัมจากนาใช้เคมีและปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.72 กิโลกรัมคาร์บอน

การเปิดประเด็นก็ไม่ใช่เรื่องการเปรียบเทียบเพื่อให้ร้ายหรือโจมตีกัน เพราะพืชอาหารหลักอย่างข้าว ยังสำคัญต้องปลูกกิน ด้วยน้ำและดินปนซากอินทรีย์วัตถุเน่าเปื่อยซึ่งเป็นกลไกการคืนแร่ธาตุให้ดินตามวัฏจักร… 

ส่วนงานวิจัยเรื่อง Evaluating the effects of alternate wetting and drying (AWD) on methane and nitrous oxide emissions from a paddy field in Thailand โดย รศ. ดร.อำนาจ ชิดไธสง และคณะ ได้ร่วมกันหาทางปลูกข้าวแบบ “นาแบบเปียกสลับแห้ง” โดยไม่ขังน้ำไว้ในนาตลอดเวลา จะปล่อยให้ดินแห้งสลับกับขังน้ำสูง 5 เซนติเมตร… ช่วยลดการย่อยสลายอินทรียวัตถุ ส่งผลให้ปล่อยก๊าซมีเทนลดลง ร้อยละ 35 เมื่อเปรียบเทียบกับการขังน้ำไว้ในนาตลอดฤดูเพาะปลูก ซึ่งการระบายน้ำออก ปล่อยให้นาแห้งจะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในดิน จึงลดจุลินทรีย์ที่ผลิตมีเทน เพิ่มจุลินทรีย์ที่ใช้มีเทน… ลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ในระดับหนึ่ง… แต่ผลการทดลองก็ไม่ดีในแง่ผลผลิตที่ได้ข้าวเปลือกต่อไร่ลดลงด้วย

นักวิจัยกำลังฝึกใช้เครื่องวัดก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว ณ ศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดปราจีนบุรี Credit: https://www.thai-german-cooperation.info

ประเด็นก็คือ… ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตร กำลังกลายเป็นเป้าใหม่ที่ดึงแรงกดดันออกจากอุตสาหกรรม หันมาสนใจก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากปศุสัตว์และเกษตรอินทรีย์ จากขั้นตอนการย่อยสลายเน่าเปื่อยทุกรูปแบบไปจนถึงวัวผายลม… ซึ่งการก่อภาระต่อชั้นบรรยากาศของปศุสัตว์และเกษตรกรรมทุกมิติ กระทบภาวะโลกร้อนจริง… แต่!!! โลกก็ต้องการอาหารและต้องการอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชิวิตของคน วนเป็นวัฏจักรไป

ข้อมูลปี 2009, ภาคเกษตรทั้งโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 7%

ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมจึงถูกจัดการโดยวิธีทางการเมืองบ้าง ทางยุทธศาสตร์บ้าง แบบแก้ปัญหาระยะสั้นมากๆ ด้วยการหาเป้าหมายใหม่ๆ ให้แรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมไปเรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่า… ปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า ปัญหาก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นปัญหาหลัก กระทบอุณหภูมิพื้นผิวและชั้นต่างๆ ของบรรยากาศโลก โดยเฉพาะ Photochemical Smog และ Temperature Inversion ที่กดควันและฝุ่นละอองให้ตลบอบอวลยาวนานหลายสิบสัปดาห์ในบางฤดูกาล

ข้อเท็จจริงที่เจ็บปวดก็คือ… การเปิดประเด็นเรื่องก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ จะมีเพียงข้อมูลที่มาของก๊าซเรือนกระจก กับตัวเลขอัตราการปล่อย และเปรียบเทียบบอกเล่า ว่ากล่าวเสียดสีว่าแหล่งไหนและใครสร้างก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ จากกิจการแบบไหน… แล้วก็จบไป

กรณีก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตรทั้งไร่นาและปศุสัตว์ การค้นคว้าเรียนรู้ก็เรื่องหนึ่ง… แต่การเปิดพื้นที่ความขัดแย้งเกลียดชังอีกแนวรบหนึ่ง ผมอยากให้ระมัดระวังในการพูดคุยเคลื่อนไหว ที่ต้องหาทางออกร่วมกัน มากกว่าจะพยายามกดดันเพื่อเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยเฉพาะหนทางการเพิ่มภาระต้นทุน ที่มันสำคัญกับชีวิตบางคน… โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  ซึ่งผมเห็นด้วย 100% ว่าควรผลักดัน… แต่ไม่เอากดดันครับผม!

#FridaysForFuture

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Reder Packaging Design

หลักคิดเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ สำหรับ OTOP และ SME

การใช้บรรจุภัณฑ์เป็นเครื่องมือสื่อสารทางธุรกิจและการตลาด ถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากในธุรกิจเกิดใหม่ที่กำลังเข้าตลาด หรือกำลังขยายตลาด… ซึ่งสินค้าที่อยู่ในตลาดมานานแล้วทั้งหมด ล้วนมีข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดทั้งสิ้นทั้งนั้น

อคติส่วนตัว… สนิมทุกข์ที่ใครก็เคาะออกได้

การตัดสินคนอื่นโดยทัศนคติส่วนตัวที่ไม่ชัดเจน หรือ การมีอคติต่อผู้อื่นนั้น จะหมายถึงการด่วนตัดสินไปก่อนโดยไม่ตรวจสอบอย่างรอบด้าน เหมือนศาลตัดสินจำเลยโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิงแต่ใช้วิจารณญาณของผู้พิพากษาชี้ถูกผิดไปตามความเชื่อส่วนตนเพียงลำพัง… ซึ่งในชีวิตจริงย่อมสร้างปัญหาความสัมพันธ์มากมายในทุกๆ ความสัมพันธ์ และหลายกรณีลุกลามจากความเชื่อผิดๆ เล็กน้อยกลายเป็นปัญหาใหญ่ถึงขั้นเรียกเต็มปากว่าโศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่ก็มี

Red Leader

Facilitating Learning… ผู้นำการปลดปล่อยพลังและสร้างสรรค์

ด้วยหลัก ควบคุมด้วยปลดปล่อย… Malcolm Knowles ระบุไว้ชัดเจนว่า ด้วยการท้าทายนี้… สติปัญญาของผู้เรียนจะต้องผจญกับการค้นหาผลตอบแทนบางอย่างเพื่อให้ตนเอง “ไม่เสียเปล่า” จนผลักเอา “ภาวะผู้นำในตัว” ออกมาสร้างกลยุทธ์ส่วนตนโดยธรรมชาติ…

Splinternet

Splinternet… เมื่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเครือข่ายเดียว

กระแส Splinternet กำลังก่อตัวขึ้นในประเทศมหาอำนาจ อย่างจีน รัสเซียและสหภาพยุโรป ซึ่งพยายามแยกตัวจากวงจรอินเทอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกา และกระแสดังกล่าว จะเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบโลกออนไลน์ใหม่ ทั้งในด้านการส่งข้อมูลระหว่างประเทศและเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร จนท้ายที่สุดจะกลายเป็นความปกติใหม่ หรือ New Normal อย่างแน่นอน