กิจกรรมสร้างทางเลือกการศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนฝ่าวิกฤตโควิด 19… ลองดูหน่อยแล้วค่อยว่ากัน #ReDucation

Lecture

ผมได้เห็นโพสต์ของอาจารย์อรรถพล… ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล ซึ่งอาจารย์อรรถพลได้วิพากษ์นโยบาย “กิจกรรมสร้างทางเลือกการศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนฝ่าวิกฤตโควิด 19” ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน คุณตรีนุช เทียนทอง และฝั่ง สพฐ หรือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีคุณอัมพร พินะสา เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ต้นสายปลายเหตุของการเปิดประเด็นวิพากษ์ที่น่าสนใจที่สุดในแวดวงการศึกษา ก็เนื่องจากแคมเปญกิจกรรมสร้างทางเลือกการศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนฝ่าวิกฤตโควิด 19 ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครองยุค new normal… โดยมี สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ หรือ The Association of Private school Administration for Non Formal Education หรือ APANE สนับสนุนวิทยากร โดยการระดมติวเตอร์ทั่วฟ้าเมืองไทยที่ APANE ดูแลกันอยู่ มาช่วยกันเป็นวิทยากรอบรมครูในระบบ โดยเฉพาะในสังกัด สพฐ ระหว่างที่รอเปิดภาคการศึกษา จากภาวะโควิดระบาดรอบเดือนเมษายน–พฤษภาคม ปี 2021… ซึ่งอาจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล ได้วิพากย์นโยบายนี้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติมหลายประเด็นผ่าน Facebook ส่วนตัวของอาจารย์

ในเบื้องต้นผมเห็นด้วยและรู้สึกขอบคุณความเห็นของผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล ทุกประเด็น… แต่ก็เห็นด้วยกับกิจกรรมของกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้จะทราบดีว่า… กิจกรรมนี้แหกหักธรรมเนียมค่านิยมและหลักวิชาทุกกรณี ในการเอาติวเตอร์ หรือ ครูสอนพิเศษมาอบรมครูในระบบการศึกษาหลัก ซึ่งดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่ที่จะเอาครูติวมาแนะแนวครูหลัก ซึ่งงานในหน้าตักรับผิดชอบจริงๆ ของครูในระบบมีมากกว่าการสอนหรือติวคำตอบไปทำข้อสอบมาก… แต่เมื่อได้ลองทำไปแล้ว ก็ควรใช้โอกาสนี้หาทางช่วยกัน ซึ่งผมอยากให้กำลังใจทุกท่านในกระทรวงศึกษาธิการที่กล้า “ลองผิดลองถูก” กับไอเดียหลากหลาย ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าเดิมที่เคยเป็นมา… และเมื่อลองทำและกล้าทำ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งเห็นชอบและไม่ปลาบปลื้มทั้งหมด… ควรเสนอความเห็นแลกเปลี่ยนกันตรงไปตรงมา และ เปิดกว้างรับฟังกันอย่างที่อาจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล กรุณาทักท้วงด้วยข้อมูลและหลักการอย่างมืออาชีพ… ซึ่งผมเห็น “บางคอมเมนต์” ต่อท้ายโพสต์ของอาจารย์อรรถพล​บนเฟซบุ๊คของท่าน… ยังอุตส่าห์มีคนกล้า “ทิ้งขยะความเห็น” แบบใส่อารมณ์เหมือนเด็กแว้นยกพวกตีกันอยู่เลย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องการศึกษาชาติแท้ๆ… ก็ไม่ทราบว่ากล้าเขียนให้ตัวเองดูไม่ฉลาดต่อท้ายโพสต์ดีๆ ของอาจารย์ไปเพื่อให้ตัวเองดูเป็นอะไร

ส่วนประเด็นที่ว่า… ระบบการศึกษานับจากนี้จะต้องทำหลักสูตรที่ยืดยุ่นเพื่อไปให้ถึง Hybrid Course Syllabus ให้เร็วที่สุด โดยใช้โอกาสในวิกฤตผลักดันให้สามารถ Online​​ / On​ Air / On Screen / On Hand / On Site ได้ทุกช่องทางนั้น… โดยส่วนตัวพูดมานานแล้วว่าควรเป็นวาระใหญ่ที่ “ทุกฝ่ายควรได้เสนอความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย” บนเป้าหมายและวิสัยทัศน์เดียวกัน… ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่วาระที่จะทำคนเดียวได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง  หรือ อาจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี

ข้อมูลจากคุณอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเองก็เคยเล่าแนวทางผ่านผู้สื่อข่าวไว้ก่อนหน้านั้นว่า… ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะทำภาระกิจให้เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ… โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมที่ยังไม่ปกตินี้ โดยช่วงแรกจะเป็นการเตรียมความพร้อมเรื่องครู… เรื่องอุปกรณ์ และ สื่อการเรียนการสอน เพื่อให้การเปิดภาคเรียนไปแล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะไม่เกิดความเครียด…

ส่วนบทเรียนจากปีก่อน ซึ่งพบว่า… การจัดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์นั้น เด็กๆ ยังไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนที่ดีพอ แต่ปีนี้… สพฐ ได้สำรวจความพร้อมของเด็กแต่ละคนว่ามีความพร้อมสำหรับการเรียนในรูปแบบไหนได้บ้าง… 

โดยเบื้องต้นจากการสำรวจพบว่า… 50% หรือครึ่งหนึ่งของเด็กนักเรียนทั้งหมด ต้องการมาเรียนที่โรงเรียน… โดยเฉพาะโรงเรียนพื้นที่สีขาวซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งครูผู้สอนจะเป็นผู้จัดการเรียนการสอนให้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กๆ 

ส่วนกระแสความกังวลของผู้ปกครอง ที่ต้องเลื่อนวันเปิดเรียนมาเป็นวันที่ 1 มิถุนายนนั้น… สพฐ ได้เตรียมกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพ เป็นหน่วยการเรียนอย่างหลากหลายให้แก่นักเรียนในช่วง 11 วันก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักเรียน… ย้ำว่าเป็นทางเลือก เพื่อเป็นอีกช่องทางและโอกาสหนึ่งในการประคับประครองสังคมในยามยากร่วมกัน ซึ่งผมถือว่าเป็นความยืดยุ่นแบบมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ดีกว่าปล่อยปละไปเปล่าๆ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนแน่ๆ มากน้อยช้าเร็วอีกเรื่องหนึ่ง… แต่การเปลี่ยนแปลงก็ต้องเหลือหลักยึดที่ดีเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด และ พยายามหาทางเพิ่มโอกาสและทางเลือกที่ทรัพยากรมนุษย์ยุคถัดไปจากเรา จะได้มีภูมิปัญญาที่เป็นคุณกับตัวเขาและสังคมที่เขาอยู่ ให้ดีกว่าที่คนรุ่นเราทำไว้

ส่งกำลังใจถึงทุกท่านทุกฝ่ายที่สละความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ครับ!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Burnout

Burnouts… เหนื่อยหน่ายไร้พลัง #SelfInsight

แรงใจที่ไม่ได้ผ่านการฝึก หรือ มีประสบการณ์จน “เข้มแข็งแกร่งนิ่ง” มาก่อน ก็มักจะอ่อนไหวไปตามอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก และ ทัศนคติที่ผ่านเข้ามาทางหู จมูก ลิ้น กาย และ ใจตลอดเวลา… ซึ่งบางสาเหตุแห่งความอ่อนไหวอาจทำให้แรงใจตกต่ำแห้งเหือด… ถึงขั้นกระทบแรงกายหมดสิ้นไปด้วย เห็นเป็นชีวิตเหน็ดเหนื่อยไร้พลังจนไม่อยากขยับไปทำอะไรอื่นอีก และ หลายชีวิตถูกทำลายโอกาสกับอนาคตมากมาย เพราะหมดสิ้นแรงใจจนไม่เหลือแรงกายให้โอกาสและอนาคตอีกเลย

Circular Chemistry

Circular Chemistry… เคมีภัณฑ์ในเศรษฐกิจหมุนเวียน #GreenEconomy

แนวคิดในการใช้เคมีภัณฑ์แบบ Circular Chemistry หรือ CC ตามกรอบอุตสาหกรรม 4.0 และ Circular Economy หรือ CE จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่นักวิทยาศาสตร์ และ นักอุตสาหกรรมจะต้องหาเครื่องมือและแนวทางมาจัดการเคมีภัณฑ์ที่มีใช้อยู่ให้ได้

Carbon Emissions

China National Carbon Trading Market #FridaysForFuture

จีนประกาศเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี่เอง ซึ่งถ้าความเคลื่อนไหวนี้ประสบความสำเร็จและดำเนินได้จริง น่าจะเป็นการพลิกโฉมหน้าประเด็นก๊าซเรือนกระจกอย่างสำคัญทีเดียว

MOF Digital Platform… กระทรวงการคลังบน Blockchain

“กระทรวงการคลัง มีภารกิจหลักในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน บริหารทรัพย์สิน และการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ โดยให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ ตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลของประเทศและยกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างระบบงานของหน่วยงานในสังกัด จึงผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับจัดเก็บและตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นกระทรวงแรกของประเทศในการนำบล็อกเชนมาใช้ในหน่วยงานต่างๆของกระทรวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้มาติดต่อขอใช้บริการต่างๆ”