บ้านไร่ ไออรุณ

บ้านไร่ไออรุณ… กรณีศึกษาฟาร์มสเตย์สู้โควิด #REDER SMEs

ระนองสำหรับผมมีภาพจำและประทับใจหลายเรื่อง แต่ก็นานมาแล้วที่ผมไม่ได้กลับไปเยี่ยมระนองอีก เพราะหน้าที่การงานที่เติบโตตามวัย และจังหวะชีวิตที่ซับซ้อนวุ่นวายจนการเดินทางเพื่อแสวงหาธรรมชาติมาขัดเกลาคราบเครียด ที่ต้องไปไกลถึงระนองกลายเป็นเรื่องได้แต่คิดขึ้นได้เป็นช่วงๆ

โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยได้ใช้ Facebook ในชีวิตประจำวันเลย แต่ก็มีบัญชี Facebook ที่เปิดไว้เพื่อใช้ทำงานบน  Facebook Workplace กับทีมเทคบางทีมที่ Cooperative and Collaborative กันบน Workplace… โดยธรรมชาติจึงไม่ค่อยได้ไปกดไลค์กดแชร์หรือคอมเมนต์อะไรบน Facebook มากนัก… แค่ก็มีบ้างที่กดไลค์เพจที่โดนใจ… และหนึ่งเพจที่ผมกดไลค์เอาไว้นานแล้วก็คือ เพจบ้านไร่ไออรุณ

บ้านไร่ไออรุณ เป็นฟาร์มสเตย์หรือไม่ก็รีสอร์ทบรรยากาศฟาร์มที่ผมตั้งใจไว้ว่า จะหาโอกาสกลับไประนองโดยจะจองและไปพักที่บ้านไร่ไออรุณในพื้นที่อำเภอกะเปอร์แน่นอน… และสองสามวันก่อนผมคลิกเข้าไปใน Facebook… ผมก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของฟาร์มสเตย์แห่งนี้อย่างน่าสนใจในโมเดลการแก้เกมส์ธุรกิจในวันที่นักท่องเที่ยวหายไปจากระนองและฟาร์มสเตย์บรรยากาศโคตรดูดีแห่งนี้

เวบไซต์ SME Thailand Club บรรยายการปรับตัวของบ้านไร่ไออรุณไว้ว่า…

บ้านไร่ไออรุณ ก็ไม่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ถูกยกเลิกห้องพักแทบจะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ร้านอาหารและคาเฟ่เอง ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ โดยในโควิดรอบแรกนั้น พวกเขาเลือกที่จะแก้วิกฤตด้วยการ “ทำน้ำพริกและของแห้งแปรรูปขาย” ทำให้ได้เงินมาเป็นหลักล้านบาท จนสามารถนำมาจุนเจือพนักงานทุกคนให้สามารถอยู่รอดได้… แต่อีกด้านหนึ่ง กลับทำให้ทุกคนเกิดความเครียด เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการขายสินค้าออนไลน์มาก่อน ทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การบริหารจัดการการผลิต การจัดการออร์เดอร์สินค้า รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ระบบขนส่งในช่วงวิกฤตที่ล่าช้ากว่าปกติ จึงทำให้สินค้าที่ส่งไปเกิดความเสียหายขึ้นหลายราย ต้องจัดการตามแก้กันในภายหลัง

เมื่อเกิดวิกฤตโควิดรอบที่สอง… คุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี ผู้ก่อตั้งบ้านไร่ไออรุณและทีม จึงเลือกวิธีแก้ไขปัญหาที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเองแบบค่อยเป็นค่อยไปและทำในสิ่งที่ถนัดก่อน… ในขณะที่ จังวัดระนองเองก็ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงในวิกฤตรอบสอง ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวอยู่แล้ว และที่สำคัญ รัฐบาลไม่ได้มีประกาศให้ปิดกิจการลงชั่วคราว ทำให้มาตรการความช่วยเหลือการเยียวยาต่างๆ เช่น ประกันสังคม การพักชำระหนี้ จึงไม่มีออกมาเหมือนกับรอบแรก… สิ่งที่ทำได้ตอนนี้จึงเหลือเพียง ต้องช่วยเหลือตัวเอง

คุณวิโรจน์ ฉิมมี ประกาศปรับลดค่าห้องลงกว่า 50% เพื่อให้คนในพื้นที่จังหวัดระนองเอง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาใช้บริการห้องพักในราคาพิเศษสุดแบบแทบไม่คิดกำไร… เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2564  เพื่อนำรายได้มาดูแลพนักงานกว่า 40–50 คนให้ยังมีงานทำอยู่… และใช้กลยุทธ์แก้วิกฤตโควิดรอบที่สองนี้ ด้วยการสร้างกิจการรถเร่ขายของเล็กๆ ขึ้นมา โดยปรับสภาพจากรถรับส่งนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นรถพุ่มพวงสุดคลาสสิก เพื่อนำผลผลิตที่ได้จากไร่ ได้แก่ ผักสด ดอกไม้ และตะกร้าสานตะเวนออกจำหน่ายในราคาพิเศษ

คิวออกเดินสายนำผลผลิตจากฟาร์มขึ้นรถสองแถวสีฟ้าออกเร่จำหน่ายสินค้ามีเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไปตามพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดระนองและใกล้เคียง ใครพบเห็นรถสองแถวไม้คลาสสิกคันนี้… อย่าพาดที่จะอุดหนุนและให้กำลังใจพวกเขาจากบ้านไร่ไออรุณ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… กรณีของบ้านไรไออรุณถือว่ามีบทเรียนมากมายให้ผู้ประกอบการอีกมาก ที่ติดกับดักโควิดให้เหนื่อยเครียดและเจ็บใจเรื่องโน้นเรื่องนี้มากมาย ซึ่งการลุกมาช่วยตัวเอง ลองผิดลองถูก ลองแล้วไม่ไหวก็กลับมาทบทวนหาทางใหม่… ล้มเหลวไม่ล้มเลิก และใช้พลังออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ต่อกิจการและความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงให้ได้สูงสุด… ซึ่งถ้าท่านเข้าไปดูที่เพจบ้านไร่ไออรุณตอนนี้ ท่านจะเห็นการแชร์จากสังคมออนไลน์ให้กำลังใจพวกเขาอย่างน่าชื่นใจทีเดียว

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts