Bio-Circular-Green Economy #GreenSociety

BCG Model

การประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน โดยเป็นการประชุมทางไกลร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ BCG Model… ซึ่งประธานในที่ประชุมได้กล่าวแถลงนโยบายว่า

รัฐบาลมีความตั้งใจทำเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model เพื่อประเทศไทย ทั้งในด้านประโยชน์ระดับประเทศ ระดับประชาชน เกษตรกร ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ขณะนี้งาน BCG หลายอย่างมีความก้าวหน้า หลายอย่างอยู่ในระยะเริ่มต้น หลายอย่างก็กำลังเดินหน้าสู่ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ซึ่งการที่รัฐบาลนำเรื่อง BCG ขึ้นมาขับเคลื่อนเพราะหลายเรื่องเป็นวาระของโลก เช่น การลดเรื่องโลกร้อน พลังงานสะอาด ขยะ Recycle รวมทั้งรัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้ ซึ่งการทำงานในเรื่องนี้ต้องทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และ ประชาชนแต่ละกลุ่มที่จะต้องร่วมมือกันในแต่ละสาขา โดยต้องคิดให้ครอบคลุม

ในบางตอนของถ้อยแถลงมอบนโยบายยังมีว่า… ขณะนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการจัดหาเมล็ดพันธุ์ให้กับประชาชนในประเทศ เพราะเมล็ดพันธุข้าวที่ผลิตโดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศูนย์ข้าวชุมชน ยังผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร เกษตรกรต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวราคาแพง จึงขอให้ช่วยกันคิดหาแนวทางในการเพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เพียงพอ 

ขณะที่ในเรื่องการเพิ่มผลผลิตของไม้ผล ต้องคำนึงถึงเรื่องอุปสงค์อุปทานให้สอดคล้องกับตลาด ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด และ ให้หาแนวทางนำเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มาใช้ทำให้ผลไม้มีผลผลิตนอกฤดูกาล 

นอกจากนี้… ในเรื่องฉลากสิ่งแวดล้อม ขอให้ขยายไปยังภาคเอกชน ให้ภาคเอกชนได้ร่วมมือใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของสินค้า และ ให้ประชาชนได้เข้าใจว่ารัฐบาลมีความห่วงใยในสุขภาพของผู้บริโภคทั้งหมด ซึ่งในงานต่างๆ ของ BCG นั้น ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันวางแผน แบ่งมอบบทบาทหน้าที่เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้โดยเร็ว 

การเดินหน้าแผนงานในเรื่อง BCG  เป็นเรื่องที่คิดดี ทำดี ที่ต้องทำให้จบตามระยะเวลา มีคำตอบให้กับประชาชน ทำให้ประชาชน ภาคเกษตรกร มีรายได้ที่สูงขึ้น และ ทำให้ Value Chain ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให่มีการพัฒนาและได้รับประโยชน์สูงสุด

ในการประชุมคณะกรรมการ BCG Model ครั้งนี้ มีการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Global Green Economy Index ของประเทศไทยที่ดีขึ้นจากเดิมอยู่ที่อันดับ 45 ในปี พ.ศ. 2557 มาอยู่ในอันดับที่ 27 ในปี พ.ศ. 2561 และ ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG Index มีอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 55 ในปี พ.ศ. 2560 มาอยู่ในอันดับที่ 43 ในปี พ.ศ. 2563 

ส่วน “วาระโลก” เช่น ปัญหาโลกร้อน ปัญหาขยะ ปัญหาโรคระบาด การกระจายรายได้ รัฐบาลมีการกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงกับหลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการสานพลังของจตุภาคีทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐ และภาควิชาการ ขับเคลื่อนประเทศด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 : สร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และ วัฒนธรรมด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์  
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และ เทคโนโลยีสมัยใหม่
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 :  ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 : เสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

สุดท้าย… ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 และ 13 มาตรการหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่

  1. พัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลของทุนความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนวัฒนธรรม และทุนทางปัญญาด้วยการพัฒนาระบบ จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลตามมาตรฐาน ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในการวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ในการใช้โมเดล BCG สร้างเศรษฐกิจในชุมชน และเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว
  2. เพิ่มพูนทรัพยากรชาติด้วยการผสานพลังของรัฐ เอกชน ชุมชน และหน่วยงานวิจัย โดยการส่งเสริมเอกชนในการปลูกและดูแลป่าทุกประเภทในพื้นที่ของรัฐด้วยกลไกและจัดสรรคาร์บอนเครดิต หรือ Carbon Credit ระหว่างรัฐ/เอกชน หรือ ผู้ปลูกและผู้ดูแล ในสัดส่วนโดยประมาณที่ 10 ต่อ 90 และเร่งการวิจัยพัฒนาพันธุ์ สร้างนวัตกรรม ระบบการบริหารจัดการ การดูแลรักษา การติดตามให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
  3. พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ BCG โดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานในแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมถึงพัฒนาสินค้าและบริการด้วยหลักการ BCG เชื่อมโยงการเกษตรทางเลือก/เกษตรสมัยใหม่ การแปรรูป การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน เชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับประเทศและเศรษฐกิจโลก 
  4. ปรับระบบการเกษตร สู่ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และมูลค่าสูง เน้นเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP จากความหลากหลายของสินค้าเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์ ไม้ผล ไม้ตัดดอก ไผ่ ไม้เศรษฐกิจ แมลง สมุนไพร สัตว์เศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงและสามารถใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสมได้ รวมถึงการพัฒนาระบบเกษตรแบบองค์รวม เชื่อมโยง B C และ G ทั้งจังหวัด
  5. พัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารริมทาง และอาหารท้องถิ่นด้วยการยกระดับด้วยเครื่องจักรผลิตอาหาร หรือ Food Machinery และ มาตรฐานการประกอบอาหารที่ดี
  6. สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ด้วยการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าจากฐานชีวภาพให้มีขั้นนวัตกรรมที่สูงขึ้น อาทิ สารสกัด สารประกอบฟังก์ชัน อาหารฟังก์ชัน ชีวเคมีภัณฑ์ เช่น โอลิโอเคมิคอล วัสดุชีวภาพ อาทิเช่น วัสดุคาร์บอนมูลค่าสูง ยา และวัคซีน เป็นต้น
  7. สร้างตลาดเพื่อรองรับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ BCG อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลรัฐจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาคเอกชนและภาคประชาชน เช่น การลดภาษีให้กับโรงพยาบาลเอกชนที่จัดซื้อสินค้าที่ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย ส่งเสริมฉลากที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เช่น ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ ฉลากสีเขียว ฉลากสิ่งแวดล้อม รวมถึงการผลักดันกลไกราคาคาร์บอนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันสำหรับผลิตภัณฑ์วัสดุและเคมีชีวภาพ การจัดเก็บภาษีผู้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปลดล็อกการซื้อ-ขายพลังงานชุมชน
  8. ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและการท่องเที่ยวสีเขียว สร้างโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น โมเดลอารมณ์ดีมีความสุข หรือ Happy Model  ส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและการท่องเที่ยวสีเขียวด้วยการใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral  สร้างคลัสเตอร์การท่องเที่ยวของจังหวัดหลักและกลุ่มจังหวัดรอง รวมถึงพัฒนาระบบการใช้จ่ายแบบระบบการชำระเงินเดียว หรือ One Payment System สำหรับการท่องเที่ยว เพื่อจัดทำคลังข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
  9. ยกระดับสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานการผลิตยั่งยืนด้วยการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมสีเขียว  และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
  10. ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ BCG สู่มาตรฐานสากลด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางด้านการวิจัยและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขยายขนาดการผลิต โครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพ เพื่อการวิเคราะห์ ทดสอบ การรับรองและขึ้นทะเบียนสินค้า BCG โดยเฉพาะสินค้าเกษตรพรีเมียม เกษตรปลอดภัย สารสกัด ชีวเคมีภัณฑ์ ยา วัคซีน เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ 
  11. ส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Startup การประกอบการรูปแบบใหม่บนฐานเศรษฐกิจ BCG การบ่มเพาะผู้ประกอบการทั้งความรู้ด้านนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานในภาครัฐ และการส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนและผู้เชี่ยวชาญในภาครัฐ  
  12. สร้างและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ BCG ในทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มชุมชนและฐานราก กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs กลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง กลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Startups และ ผู้ประกอบการเทคโนโลยี
  13. เชื่อมโยงกับสากลในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ การดึงดูดบุคลากร การค้า การลงทุน การสร้างและพัฒนาเครือข่ายวิจัย การค้าและการลงทุนทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก รวมถึงการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนจากต่างประเทศด้วยการให้สิทธิประโยชน์ การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม เช่น สมาร์ทวีซ่า หรือ Smart Visa เป็นต้น

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 และใช้ 13 มาตรการเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามพันธกิจของหน่วยงานด้วยการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วย BCG โดยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม ในยุคหลังโควิด 19 ได้อย่างทันท่วงที 

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

BCG Model

Bio-Circular-Green Economy #GreenSociety

ในการประชุมคณะกรรมการ BCG Model ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 มีการรายงานดัชนีเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Global Green Economy Index ของประเทศไทยที่ดีขึ้นจากเดิมอยู่ที่อันดับ 45 ในปี พ.ศ. 2557 มาอยู่ในอันดับที่ 27 ในปี พ.ศ. 2561 และ ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG Index มีอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 55 ในปี พ.ศ. 2560 มาอยู่ในอันดับที่ 43 ในปี พ.ศ. 2563

Ferrari F40

Ferrari F40

Ferrari F40 ถูกผลิตจากโรงงาน Ferrari S.P.A ระหว่างปี 1987–1992 เพียง 1,315 คันเท่านั้น และงานผลิตทุกชิ้นส่วนยังถือเป็นงานแฮนด์เมดเกือบทั้งคัน โดยเฉพาะการขึ้นรูปตัวถังด้วยไฟเบอร์กลาส เพื่อครอบทับโครงสร้างที่ดูเหมือนจะยกมาจากรถล้อเปิดที่ใช้แข่ง F1 ทั้งคัน… F40 มี Nicola Materazzi เป็นหัวหน้าวิศวกร โดยมี Leonardo Fioravanti และ Pietro Camardella แห่งสำนักออกแบบ Pininfarina ช่วยดูแลเรื่องรูปทรงเส้นสายและความสวยงาม

Evidence Centered Design

Evidence Centered Assessment Design…

การสร้างแบบประเมินมาตรฐานเดียวกับ TOEFL สำหรับใช้เป็นแกนหลักในการประเมินความรู้ของคนที่ได้รับการยอมรับ… น่าจะเป็นมิติที่ดีที่สุดในการปฏิรูปการศึกษา ที่จะพาพวกเราออกจาก รูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิมที่หลายท่านบอกว่า “เกรียนกันมาตั้งแต่นโยบาย” ที่โฟกัสความรู้และประสบการณ์ได้ไม่มากเท่าที่ควร เพราะหลงประเด็นตั้งแต่นิยามเกี่ยวกับคนมีความรู้ คนมีคุณภาพ คนมีวินัย และคนที่เป็นคนในมุมมองนโยบายการศึกษา

Thinking

Super Productive Thinking… คิดอย่างไรให้ไปถึงผลงาน #ExtremeLeadership

การคิดเป็น และ ฉลาดคิดนี่เองที่แบ่งแยกความสำเร็จของคนที่วัดได้จาก “คุณภาพและปริมาณของเปลาะปัญหา” ที่คนเราทำได้ไม่เท่ากัน… หรือจะอธิบายว่า คนเราคิดได้ไม่เท่ากันก็ไม่ผิด