Building Resilience… เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้ยืดหยุ่น #ExtremeLeadership

Building Resilience

การระบาดใหญ่รอบที่ 3 ในวิกฤตโควิดที่ต้องดิ้นรน และ ต่อสู้ข้ามปีมาตั้งแต่ปี 2020 กระทั่งเข้ากลางปี 2021 ที่คนไทยส่วนใหญ่ได้ “ตื่นรู้” ถึงความหนักหนาสาหัสของโรคระบาดที่ทำให้คน “ตายได้ไม่ยาก และ ยังติดต่อกันได้ทางอากาศ และ ลมหายใจ” ซึ่งวิกฤตสองรอบแรกที่คนไทยควบคุมกันได้ค่อนข้างดี จนคนบางส่วนไม่เข้าใจ และ ไม่ตระหนักถึงความน่ากลัวของภาวะเจ็บป่วยจากไวรัสโควิด กระทั่งเกิดวิกฤตรอบที่ 3 อย่างหนัก… หลายคนที่เคยได้คำเตือนเรื่องศึกนี้ยาวนานและยืดเยื้อ “จึงเข้าใจขึ้นอีกหน่อย”

องค์กรและธุรกิจที่ตื่นรู้ตั้งแต่ต้น ปรับตัว ตุนเงินสดสำรอง ลดรายจ่าย และ จัดการเป้าหมายองค์กรอย่างยืดหยุ่น… รวมทั้งท่านที่ตัดสินใจถอยสุดทาง หรือ ถูกบังคับให้ต้องถอยสุดทางจนต้องเริ่มอะไรอื่นที่ใหม่กว่า ถึงวันนี้ก็คงมีปัญหาน้อยกว่าคนที่รอว่าอะไรๆ จะกลับไปเหมือนเดิม… ซึ่งหลายคนคงรู้แล้วว่าไม่ง่ายที่จะกลับไปเหมือนเดิม

คำแนะนำให้ปรับตัว เปลี่ยนแปลง และ ยืดหยุ่น ในภาวะเช่นนี้ จึงยังเป็นคำสำคัญ และ สำคัญอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบัน… โดยเฉพาะความยืดหยุ่น หรือ Resilience เพื่อให้เกิดการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้เร็วและราบรื่น

คำถามคือ… อะไรคือคุณสมบัติ หรือ ข้อบ่งชี้ว่าองค์กรมีความยืดหยุ่น?คำตอบคือกลไกการแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และ ที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งหมด…

คำตอบที่สรุปไว้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนกว่านี้จะแนะนำแล้วหล่ะครับ… เพียงแต่!

ท่านต้องเข้าใจให้ชัดเจน เกี่ยวกับกลไกการแก้ปัญหาที่เตรียมไว้อย่างยืดหยุ่น และ แผนปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป… ซึ่งทั้งหมดมีต้นทุนทั้งจากปัจจัยที่ควบคุมได้ และ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แทรกซ้อนกดทับ “อิสรภาพในการตัดสินใจ” เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าผู้นำองค์กร หรือนักบริหารส่วนใหญ่รู้และเข้าใจดีว่า เรื่องยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงมันสำคัญ และ ยินดีหาทางปรับตัวกันอยู่แล้ว แต่เมื่อความพยายาม หรือ การหาหนทางพาไปเจอกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในระดับที่เห็น “ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ยาก”

อิสรภาพในการตัดสินใจจะปรับเปลี่ยนก็มักจะสะดุดลงที่ “ความเสี่ยงจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้” เสมอ… 

การสร้างกลไกที่ยืดหยุ่นเตรียมไว้รับการเปลี่ยนแปลง จึงต้องเข้าใจ 2 ประเด็นสำคัญในองค์กรหรือธุรกิจก่อนอื่น นั่นก็คือ… ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หนึ่ง และ ความเสี่ยงอีกหนึ่ง ซึ่งทั้งสองตัวแปรจะสัมพันธ์ถึงกันอยู่

ประเด็นจึงมีว่า… เมื่องัดเอาปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่กระทบองค์กรและธุรกิจมาประเมินความเสี่ยงทุกแง่ และ ทุกมุมมองแล้ว ส่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลงก่อนการสร้างกลไกที่ยืดหยุ่นไว้ใช้ ก็คือ “จัดการปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่เสี่ยงสูง” ทั้งหมดที่ธุรกิจและองค์กรแบกอยู่… และ ต่อให้ทั้งหมดนั้นคือ โอกาสเท่าที่มี… นั่นยิ่งแสดงว่าต้องรีบสะสางปรับเปลี่ยนให้เร็วที่สุดขั้นรอไม่ได้ทีเดียว

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Resentment

Resentment… ความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ และอะไรๆ ต่อจากนั้น #SelfInsight

ความไม่พอใจ หรือ แม้แต่ความโกรธในมุมมองการ “มีและใช้” เป็นระบบเตือนภัยอย่างเข้าใจ… ในทัศนะของผม… ย้ำว่าเป็นทัศนของผมส่วนตัวเชื่อว่า สำคัญและจำเป็นกว่าการพยายาม “ระงับ หรือ ข่ม” ซึ่งมักจะเป็นคำแนะนำตามหลักศาสนาส่วนใหญ่ ที่มุ่งกำจัดอารมณ์ความรู้สึกด้านที่ถูกตีตราไว้ว่า “ไม่ดี” มากกว่าที่จะอธิบายถึงการมีอยู่ในสัญชาตญาณ และ สอนให้เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากเหตุผลของการมีอยู่อย่างแท้จริงมากกว่า

Genius

Higher Order Thinking Skills… ทักษะนวัตกร #SkillsDevelopment

หลายวงการที่พูดถึงนวัตกรรมแต่ก็ไร้นวัตกร จึงเปลี่ยนมาพูดถึงการพัฒนานวัตกร แล้วค่อยไปตามหานวัตกรรมกันอีกที… โดยมีโมเดลการพัฒนานวัตกรในแนวทางการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการคิดหลายโมเดลได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน… หนึ่งในนั้นคือ โมเดล HOT Skills หรือ Higher Order Thinking Skills

ตะกร้าเงินของ Libra Coin…

เวบไซต์สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เผยแพร่ข้อมูลในบทความชื่อ No Chinese yuan in basket underpinning Facebook’s Libra เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา… ในเนื้อข่าวเป็นสาระจากจดหมายที่ Libra ตอบสมาชิกสภาเยอรมัน ชี้แจงถึงการสร้างสกุลเงิน Libra โดยระบุถึงสัดส่วนตะกร้าเงินเป็นครั้งแรก

Heart Break Strategy

Market Challenger Strategies… กลยุทธ์ผู้ท้าชิงเอาส่วนแบ่ง

การทำธุรกิจอะไรอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ สิ่งหนึ่งที่คนทำธุรกิจจะเห็นเกิดขึ้นเสมอก็คือ “การแข่งขัน” เพื่อช่วงชิง “การตัดสินใจซื้อจากลูกค้าคนเดียวกัน” ซึ่งการแข่งขันในธุรกิจทั้งหมดก็จะมีลักษณะเฉพาะของเกมส์การแข่งขัน โดยมีเงินในอำนาจการตัดสินใจของลูกค้าเป็นเป้าหมาย และมีกำไรจากธุรกิจเป็นรางวัลตอบแทน