แนวทางการเตรียมแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อ… ฉบับย่อ #Saturday SME

Business Idea

แผนธุรกิจที่เขียนได้ครบและเล่าได้เหมือนเดิมทุกครั้งที่เล่า ถือเป็นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการที่ควรเรียนรู้และฝึกฝน แม้ว่าธุรกิจที่ทำอยู่จะไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการมีหรือไม่มีแผนธุรกิจ… แต่การทำแผนธุรกิจที่มีข้อมูลครบ มักจะแสดง “มิติของโอกาสและแผนการดำเนินงานให้เห็นรายละเอียด” กว่าที่เป็นอยู่เสมอ ยิ่งหากต้องการสินเชื่อหรือเงินลงทุนจากหุ้นส่วนเพื่อเพิ่มโอกาสขั้นถัดไป… การทำและเขียนแผนธุรกิจจะยิ่งสำคัญ

ตัวอย่างและแนวทางการเขียนแผนธุรกิจมีมากมาย และมีระเบียบวิธีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นสากล โดยเฉพาะเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งสถาบันการเงินจะให้ความสำคัญกับแผนธุรกิจประกอบการพิจารณาเสมอ… มาดูกันคร่าวๆ ว่ารูปแบบการเขียนแผนธุรกิจมีอะไรบ้าง

1. บทสรุปผู้บริหาร

ส่วนนี้จะเป็นบทสรุปของข้อมูลรายละเอียดด้านในทั้งหมด ที่สกัดเอาข้อมูลเพื่อโน้มน้าวผู้อ่าน ให้เห็นภาพการเติบโตก้าวหน้าของธุรกิจและรายได้ รวมทั้งโอกาสต่างๆ เน้นย้ำเรื่องความสำคัญของทุนก้อนใหม่ และความเป็นไปได้ที่จะสร้างผลกำไรและโอกาสการคืนทุน… และเหตุผลที่สถาบันการเงินควรอนุมัติสินเชื่อให้

2. แนะนำกิจการ

ส่วนนี้บอกข้อมูลโดยรวมของบริษัท อธิบายให้เห็นภาพรวมของกิจการ ทั้งวิสัยทัศน์และพันธกิจ หรือ Vision/Mission รูปแบบการจดทะเบียนบริษัท แนวคิดและวัตถุประสงค์ของการเริ่มต้นธุรกิจ แนวคิดในการผลิตสินค้าหรือบริการที่เสนอให้กลุ่มลูกค้า ความเชี่ยวชาญ ภูมิหลังและคุณค่า

3. บทวิเคราะห์

ส่วนนี้จะเป็นสถานะปัจจุบันของกิจการ และควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์อย่างเช่น SWOT Analysis ในการนำเสนอข้อมูล ซึ่งสำคัญมากสำหรับการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบัน หรือจากนักลงทุนแบบอื่นๆ ก็ตาม

4. เป้าหมายในการดำเนินกิจการ 

ส่วนนี้จะเป็นการอธิบายเป้าหมายปลายทางภายใต้กรอบเวลาหนึ่ง เช่น เป้าหมาย 3 เดือน… 6 เดือน… 18 เดือน… 36 เดือน… ภาพรวมของธุรกิจจะเป็นยังไง… โดยทั่วไปจะมีวิธีนำเสนอข้อมูลในอนาคตหลายแบบ เช่น SMART Goal… ซึ่งเป็นไกด์ไลน์ในการตั้งเป้าหมายธุรกิจให้ชัดเจน สมเหตุสมผล และมีระยะเวลาการดำเนินงานที่ตายตัว โดยใช้ตัวแปร 5 ตัวในการอธิบายได้แก่

4.1 S – Specific ตั้งเป้าหมายชัดเจน
4.2 M – Measurable เป้าหมายต้องวัดผลได้ 
4.3 A – Achievable ตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้
4.4 R – Relevant เป้าหมายต้องเกี่ยวข้องกับหลักการหรือทิศทางของธุรกิจ
4.5 T – Time bound เป้าหมายต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนและแน่นอน

5. แผนการตลาด

ส่วนนี้จะบอกวิธีการติดต่อทำธุรกิจกับลูกค้า ผู้ใช้บริการหรือคู่สัญญาทางการค้า ว่าจะแปลงความสัมพันธ์เป็นยอดขายได้อย่างไร… การทำแผนการตลาดเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงที่มีลักษณะเฉพาะของธุรกิจ แต่ทั้งหมดของการเขียนแผนการตลาด ยังต้องอ้างอิงสินค้าหรือบริการ รวมทั้งข้อเท็จจริงเชิงนิเวศน์ทางธุรกิจ ที่จำเป็นต้อง “ตอบคำถามให้ชัดเจน” ว่าสามารถเข้าถึงตลาดเป้าหมายอย่างไร

6. แผนการดำเนินงาน

ส่วนนี้จะเป็นการอธิบายวิธีการและองค์ประกอบที่ต้องปฏิบัติ หรือดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจ บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย… โดยชี้แจงวิธีการสะสางธุระต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามแผนและเป้าหมาย

7. แผนการเงิน

ข้อมูลส่วนนี้เป็นเรื่องสมมติฐานทางการเงินทั้งรายรับและรายจ่าย เช่น ต้นทุนการผลิต ยอดขายสินค้า ค่าส่งเสริมการขายสินค้า ค่าดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า… รวมทั้งการประมาณการทางการเงิน ด้วยการแสดงการวิเคราะห์งบการเงินต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

8. แผนฉุกเฉิน

ส่วนนี้จะเป็น Scenario หรือฉากทัศน์ว่าด้วยเหตุไม่คาดฝันที่กระทบการดำเนินงาน และแนวทางการจัดการผลกระทบในแต่ละกรณี

ผมสรุปให้เห็นภาพรวมสั้นๆ ว่า… แผนธุรกิจจะมีส่วนประกอบประมาณนี้ในการเตรียมข้อมูลใส่แผน เพื่อเสนอขอสินเชื่อหรือเงินลงทุน… ซึ่งรายละเอียดการเขียนแผนธุรกิจจริงๆ ไม่ได้สั้นกระชับแบบนี้อย่างแน่นอน และแผนธุรกิจที่ดี มักจะมีข้อมูลที่ลึกและแม่นยำ ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงิน มักจะมีข้อมูลแหล่งอื่นใช้เทียบเคียง และหลายกรณีสถาบันการเงินมีตัวเลขจากฝ่ายวิจัยทางธุรกิจ ที่คอย Update ข้อมูลใช้อำนวยสินเชื่อและขับเคลื่อนนโยบายของสถาบันการเงินอยู่แล้ว

ประเด็นก็คือ… การทำแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อสถาบันการเงิน จึงควรตั้งอยู่บนพื้นฐาน “จุดแข็ง” ของธุรกิจและต้องไม่คาดเดาตัวเลขหรือข้อมูลโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง… โดยส่วนตัวเคยเห็นธนาคารหรือสถาบันการเงิน ติดต่อขอปล่อยกู้ให้ธุรกิจ SME ที่เดินบัญชีกับธนาคารอย่างมีวินัยมามาก ซึ่งหลายกรณีธนาคารจะทำแผนธุรกิจ โดยคิดค่าใช้จ่ายเหมาๆ รวมๆ หลายอย่าง และหักเงินจากยอดอนุมัติก็มีบ่อย

ข้อเท็จจริงจึงมีอยู่ว่า… แม้แผนธุรกิจจะสำคัญ แต่ความน่าเชื่อถือของธุรกิจที่หมายถึงองค์ประกอบทั้งหมดที่เป็นธุรกิจที่สัมผัสได้ ทั้งในแผนและหลักฐานยืนยันตัวจริง เช่น ยอดขาย รายได้และแนวโน้ม ที่สะท้อนทิศทางของธุรกิจ… ก็ยังสำคัญยิ่งยวดไม่เปลี่ยนแปลง!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

StoreDot-XFC-Technology

StoreDot Battery… #ExtremeTechnology

สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแบตเตอรี่ชื่อ StoreDot จากเมืองเฮอร์เซอลียา หรือ Herzeliya ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในเขตอิสราเอลก็ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State Lithium-ion บนเทคโนโลยีที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก StoreDot ตั้งชื่อว่า XFC หรือ Extreme Fast Charging ซึ่งยืนยันว่า… XFC สามารถชาร์จประจุให้แบตตเตอรีของ StoreDot เต็มความจุด้วยเวลาเพียง 5 นาที โดยไม่มีเงื่อนไขว่าแบตเตอรี่จะลูกเล็ก หรือ ลูกใหญ่ หรือ ความจุเท่าไหร่… เพียงแค่ปรับโหมดการชาร์จ หรือ ปรับกระไฟฟ้าให้เหมาะสมกับขนาดของแบตเตอรี่ เพื่อกระตุ้นให้ประจุไฟฟ้าลบจากสารประกอบลิเธียมในแบตเตอรี่ฝั่ง Cathode ถูกดึงกลับไปฝั่ง Anode จนหมดก็ถือว่าชาร์จเต็ม… ซึ่ง Extreme Fast Charging จาก StoreDot ยืนยันว่า… 5 นาทีชาร์จเต็มแน่นอน

2020 ปีของคนคิดบวก

กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ TCDC หรือ Thailand Creative & Design Center หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์การมหาชน จะออกหนังสือประจำปีว่าด้วยแนวโน้มในปีถัดไป เผยแพร่อย่างสร้างสรรค์… ปลายปีนี้ก็เช่นกัน TCDC ก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมแนวโน้มมิติต่างๆ ที่น่าสนใจสำหรับปี 2020 เอาไว้ในหนังสือเล่มเดียวขนาด 300 หน้า และแจกจ่ายเวอร์ชั่น eBook ฟรีมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

BMW eMotorcycle

Electric Motorcycle #FutureTransportation

ภาพรวมของตลาด Electric Motorcycle ในปี 2020 มีมูลค่าทั่วโลกราว 113,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า  6.9% ต่อปีไปจนถึงปี 2026 ซึ่งมูลค่าทางการตลาดของ Electric Motorcycle จะขึ้นไปถึง 169,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… โดยมีตลาดเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุด

working macbook computer keyboard

การแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์

ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 70 พ.ศ. 2563 เรื่อง การแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ ซึ่งราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563 ซึ่งมีสาระสำคัญโดยตรงกับการค้าขายออนไลน์… โดยเฉพาะกรณีค้าปลีกไม่แจ้งราคา หรือหมกเม็ดแจ้งราคาหลังไมล์