Collecting and Shaping for VESPA Mindset… รวบรวมและเรียบเรียง

butterfly

เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า… ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเป็นศตวรรษของข้อมูลและข่าวสาร ซึ่งส่วนหนึ่งของข้อมูลข่าวสารจะเป็นความรู้ และเมื่อนำความรู้หลายๆ อย่างมาประกอบกัน จนเป็นโครงสร้างความรู้ที่เชื่อมต่อกันอย่างมีระบบ องค์ความรู้นั้นจะอยู่ในขั้นประยุกต์ทันที… และคนที่ถือหรือเข้าใจองค์ความรู้ต่างๆ อย่างเป็นระบบ จะไม่ได้มีทักษะความรู้แค่ระดับจำหรือเข้าใจเท่านั้น เพราะพวกเขาจะมีความรู้ถึงขั้นประยุกต์ใช้ได้เท่าที่จินตนาการจะไปถึง

ยกตัวอย่างกรณีสูตรอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าการรู้สูตรอาหารไม่ได้ทำใครเป็นเชฟได้… ต้องรู้จักวัตถุดิบอาหารในสูตร รู้แหล่งวัตถุดิบ เลือกเป็น มีเครื่องปรุง รู้จักตวงหรือกะสัดส่วนของวัตถุดิบและส่วนผสม รู้จักและใช้เครื่องครัวเป็น… ซึ่งแค่นั้นอาจจะไม่เพียงพอจะเป็นเชฟได้ด้วยซ้ำ เพราะยังไม่ได้พูดถึงทักษะ การประยุกต์และจินตนาการที่จะทุ่มให้เมนูที่ว่า ออกมาเป็นอาหารสุดพิเศษ

ในการออกแบบการเรียนรู้ผ่าน VESPA Model ก็เช่นเดียวกัน… ตำราหรือความรู้ที่อยู่ในรูปของสื่อ จึงไม่เพียงพอสำหรับผู้เรียนที่ต้องการผลลัพธ์การเรียนรู้ ไกลกว่าการได้เรียนเพื่อรู้และเข้าใจ แต่ผลลัพธ์ขั้นประยุกต์หรือขั้นบูรณาการ ไปจนถึงขั้นเติมจินตนาการ ถือว่าเกินขอบเขตของผู้สอน ที่จะเอื้อมมือเข้าไปส่งมอบปรับแต่งความรู้ความเข้าใจให้ผู้เรียนได้… เว้นแต่ผู้สอนจะกระตุ้นให้ผู้เรียนก้าวข้ามความรู้ความเข้าใจของตัวผู้เรียนเอง ให้สามารถรวบรวมความรู้หลายๆ อย่างมาประกอบกันเป็นผลลัพธ์ใหม่… เหมือนสูตรอาหาร บวกกับทักษะต้มผัดแกงทอด ทักษะการรวบรวมวัตถุดิบและเครื่องปรุง รวมทั้งความสามารถในการจัดหาเครื่องครัวและของใช้ช่วนปรุงอาหาร

ในหนังสือ The Student Mindset ของ Steve Oakes และ Martin Griffin ที่ขับเคลื่อน Learning Journey ผ่านโมเดลการเรียนรู้ชื่อ VESPA Model นั้น… โดยส่วนตัว! ย้ำว่าเป็นทัศนคติส่วนตัวครับ… จะให้น้ำหนักกับอักษรตัวที่สองในโมเดล คือ E หรือ Effort หรือความเพียร และในหนังสือบทที่ 3 Collecting and Shaping หรือการรวบรวมเรียบเรียบองค์ความรู้ ผู้คิดค้นโมเดลทั้งสองและ ได้วาง Effort ไว้ต่อจากการรวบรวมและเรียบเรียง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง Vision หรือวิสัยทัศน์ที่ทราบเป้าหมายปลายทาง และรู้ว่าต้องการเรียนและรู้อะไรบ้าง… ซึ่งขั้นการรวบรวมเรียบเรียงในทางปฏิบัติ ก็คือขั้นการเสาะหา สืบค้นและจัดระเบียบความรู้ และทำความรู้ให้เป็นความเข้าใจ

ประเด็นก็คือ… ความยากในขั้นรอยต่อนี้ไม่ได้อยู่ที่ “เสาะแสวงสืบค้นและจัดระเบียบ” เพราะการเสาะแสวงสืบค้นและจัดระเบียบได้ครบถ้วนเพียงพอ ต้องการความเข้าใจ… ซึ่งการจะเข้าใจว่าต้องเสาะแสวงหาสืบค้นและจัดระเบียบอะไรบ้าง… ก็ต้องพอมีทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ที่หาเอาไว้ก่อน ค้นเจอมาก่อนและจัดแจงสะสมไว้ก่อนมาบ้าง… ซึ่งความย้อนแย้งแบบไก่กับไข่นี่เองที่หลายคนติดขัด เหมือนไม่มีไก่ไม่มีไข่เลยไม่มีไก่

ทางออกมีครับ… ในหนังสือ The Student Mindset เริ่มต้นบทของการรวบรวมและเรียบเรียงไว้ด้วยคำถามสำคัญ 5 ข้อเพื่อให้การประยุกต์ใช้ VESPA Model มีทั้งแม่ไก่ออกไข่และไข่ไก่รอฟัก… ให้รอยต่อของ VESPA Model ระหว่าง V–Vision กับ E–Effort ประสานเป็นเส้นทางสายเดียวกัน… คำถามทั้ง 5 ประกอบด้วย

  1. อะไรสำคัญที่สุดในบรรดาทรัพยากรทั้งหมดที่เรามี?
  2. เราจะจัดการและร้อยเรียงทรัพยากรทั้งหมดนั่นอย่างไร?
  3. ทรัพยากรทั้งหมดนั่นเชื่อมโยงกันอย่างไร?
  4. แก่นแนวคิดและหลักการที่สำคัญคืออะไร?
  5. ทรัพยากรทั้งหมดนั่นใช้งานร่วมกันอย่างไร?

ซึ่งคำว่าทรัพยากรในคำถามหมายถึงองค์ความรู้ที่มีอยู่ เสาะแสวงสืบค้นเพิ่มเติมได้จากโครงสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงกันอยู่… กรณีการได้สูตรขนมอบที่สนใจ โครงสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวพัน ย่อมไม่เกี่ยวกับกะปิน้ำปลาฉันท์ใด การรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต่อการสานวิสัยทัศน์หรือ Vision… ผู้เรียนย่อมต้องเข้าใจเป้าหมายปลายทางของตนให้ชัดที่สุดก่อน และรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องและนำมาจัดกลุ่มเรียงร้อย… เหมือนเชฟกำลังเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงก่อนทำอาหารนั่นเอง

แต่การเรียนรู้ไม่เหมือนการปรุงอาหารทั้งหมด…  เพราะเหตุที่ต้องเรียนรู้ เพราะยังไม่รู้ การตระเตรียมทรัพยากรการเรียนรู้จึงต้องมีที่ปรึกษาอย่างครูอาจารย์คอยชี้แนะและ “ช่วยตระเตรียมทรัพยากรการเรียนรู้” ซึ่งเป็นงานของผู้สอนสมัยใหม่ โดยเฉพาะการสอนเด็กโตและผู้ใหญ่ที่เข้าใจและชัดเจนกับ Vision ส่วนของตัวเองค่อนข้างชัดแล้ว

ตอนหน้าจะพาไปรู้จักกับการทำแผนที่ในอาณาจักรความรู้ใหม่ที่กำลังรอคอยผู้เรียนอยู่…

บทความชุด VESPA Mindset ถอดความจากหนังสือ The Student Mindset ตอนอื่นๆ
  1. Vespa Mindset
  2. Students’ Vision and Attitude… จุดเริ่มต้นของ VESPA Model
  3. 15 Possible Motivations… พลังงานขับเคลื่อนพฤติกรรมการเรียนรู้
  4. 5 Roads of Vision Activity
  5. The Roadmap of Vision for Student Mindset
  6. Weekly Rule of Three… เมื่อความเพียรสำคัญต่อความสำเร็จ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Legends of The Fall… ตำนานสุภาพบุรุษหัวใจชาติผยอง #หนังดีที่เคยดู

Legends of The Fall มีสารหรือข้อความ หรือ Message มากมายซ่อนเอาไว้ ตามอย่างวรรณกรรมชั้นดีที่บอกเล่าแก่นแท้ผ่านพฤติกรรมของตัวละคร… ไม่มีใครถูกตลอดเวลา… ไม่มีใครผิดพลั้งตลอดกาล และทุกการกระทำล้วนต้องจ่ายเป็นบางอย่าง ที่บ่อยครั้งราคาสูงถึงชีวิต… อย่าได้โง่เขลาและมืดบอด หรือแม้แต่ดูแคลนเชื้อชาติสีผิวหรือกำพืด… ที่คนและสัตว์ป่าไม่ได้มีอะไรแตกต่างมากมาย นอกจาก “ความรัก” ที่คนมอบให้กันได้

Kid Flying Kite

VESPA Mindset… ปัจฉิมบท

The Student Mindset ของ Steve Oakes และ Martin Griffin รวมทั้ง VESPA Model ที่อธิบาย “ความสำเร็จ” ผ่านตัวแปรทั้ง 5 อันได้แก่ Vision… Effort… Systems… Practice และ Attitude นั้น… ในทางปฏบัติแล้วจะเป็นเครื่องมือของฝั่งผู้สอน ที่ต้องนำแนวทางการพัฒนา VESPA Minกset ให้ผู้เรียนด้วยเครื่องมือและเทคนิคที่อธิบายไว้เป็นลำดับในแต่ละบทและตอนของเนื้อหาในหนังสือ…

apple liquid

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม

ตัวเลขที่ใช้อ้างอิงส่วนใหญ่เป็นตัวเลข “น้ำผลไม้กล่อง” ที่สืบค้นตัวเลขอ้างอิงง่ายกว่า ในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้จากรายเล็กและรายย่อย รวมทั้งตลาดน้ำผลไม้สดแบบต่างๆ ที่ขายคำว่า “เพื่อสุขภาพ” จะพบเห็นร้ายย่อยแบบ Kiosk เกิดขึ้นมากมาย… แม้จะยังหาตัวเลขอ้างอิงที่เชื่อถือได้ไม่ชัดเจน แต่แนวโน้มการเติบโตลดลงต่อเนื่องของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มจากรายใหญ่ ในขณะที่ Kiosk ขายน้ำผลไม้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ก็คงพอเดาได้ว่ายอดขายจากรายใหญ่ไหลออกไปทางไหน

Reder Pitch Deck

6 Do/6 Don’t Presentation… 6 สิ่งควรทำและไม่ควรทำกับงานนำเสนอ

Pitch Deck เป็นการนำเสนอแบบสั้นกระชับ ด้วยสไลด์ที่ทำในโปรแกรม PowerPoint, Keynote หรือ Prezi ที่คนบรรยายกับสไลด์จะให้ข้อมูลที่กระชับ ชัดเจน และครบถ้วนเกี่ยวกับแผนธุรกิจ โดยใช้เวลาสรุปทั้งหมดราวๆ 7-10 นาทีเป็นอย่างมาก… นั่นแปลว่า สไลด์ที่เตรียมมากับวิธีการบรรยายหรือเล่าเรื่องต้อง “ครบครันสั้นกระชับ” แบบเนื้อๆ เน้นๆ อย่างมาก