Connectivism Learning Theory… เชื่อมโยงการเรียนรู้บนโลกกว้าง

Connectivism

Connectivism Learning Theory หรือ ทฤษฎีเชื่อมโยงการเรียนรู้ ถือเป็นโครงสร้างการเรียนรู้ หรือ การถ่ายทอดความรู้ผ่านโครงข่ายข้อมูลข่าวสารหลักๆ ผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งการเรียนรู้จะเกิดขึ้นโดย “ผู้เรียนเลือกสรรทรัพยากรการเรียนรู้ที่ต้องการด้วยตัวเอง ทั้งที่อยู่ในรูปของสื่อการเรียน หรือ เชื่อมโยงสื่อสารกับแหล่งข้อมูลอื่น หรือ ผู้สอนโดยตรงบนโครงข่าย” ก็ได้

ในทางปฏิบัติ… Connectivism Learning Theory เป็นกรอบทฤษฎีเพื่อพัฒนาทักษะและเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเครื่องมือหรือแพล็ตฟอร์มตั้งแต่ Web Browser… Search Engine… WIKI… Forum และแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย… รวมทั้ง MOOC หรือ Massive Open Online Courses ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักเทคโนโลยีการศึกษาทั่วโลก… และมีส่วนสำคัญต่อ “การเพิ่มช่องทางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ” ได้อย่างเท่าเทียมทั่วถึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Connectivism ถูกพัฒนาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของทฤษฎีการเรียนรู้แบบดั้งเดิม 3 แนวทาง คือ การเรียนรู้เชิงพฤติกรรมนิยม หรือ Behaviorism… การเรียนรู้เชิงพุทธิปัญญา หรือ Cognitivism และ

ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง หรือ Constructivism… ซึ่งมีปัญหาเชิงโครงสร้างการจัดการที่องค์ความรู้ถูกปิดกั้นในหลายๆ บริบท… 

Connectivism หรือ Connectivism Learning Theory จึงเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลเพื่อยุคดิจิทัล โดยมีความก้าวหน้าของอินเทอร์เน็ต และ เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ถูกเสริมต่อยอดทฤษฎีการเรียนรู้เก่าแก่ภายใต้ความเชื่อที่ว่า… องค์ความรู้และการเรียนรู้จะมีการไหลจนกระทบและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา…

Stephen Downes จาก National Research Council Canada ได้ตีพิมพ์ผลงานชื่อ Connectivism and Connective Knowledge: Essays on meaning and learning networks…  พร้อมๆ กับ George Siemens ก็ได้ตีพิมพ์ผลงานชื่อ Connectivism: Learning as Network Creation ในปี 2005 ใกล้เคียงกัน และถือเป็นเอกสารอ้างอิงหลักในกรอบ Connectivism

ผมยืนยันเอกสารอ้างอิงหลักไว้แบบนี้เพราะ… งานเผยแพร่ของนักการศึกษาไทยที่ค้นเจอส่วนใหญ่ กล่าวอ้างเชื่อมโยงเลื่อนลอยจนหาเทคโนโลยีในบริบทไม่พบมากมาย และผมของดวิพากษ์วิจารย์กรณีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการพาดพิงที่ไม่เหมาะสม… เอาเป็นว่า

ถ้าท่านประสงค์จะพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษา อ้างอิง Connectivism หรือ Connectivism Learning Theory… ผมขอให้ท่านศึกษาบริบทในทฤษฎีจากเอกสารต้นฉบับของ George Siemens และ Stephen Downes เป็นหลัก… ซึ่งผมคิดว่า การปฏิรูปการศึกษาบนบริบทดิจิทัลในโอกาสต่อไป จะได้ติดล่มโครงสร้างเก่าแก่น้อยกว่า โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์จากเอกสารต้นฉบับทั้งสองเล่ม มาเป็นเหตุผลให้ “การปรับวางองค์ประกอบในโครงสร้างเก่าแก่บางบริบท ออกจากเส้นทางปฏิรูปได้มีเหตุผลขึ้น”

โดยส่วนตัวอยากเห็น “การปฏิรูปการศึกษาของชาติ เข้าสู่ระบบการศึกษาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และ เทคโนโลยีการศึกษา หรือ EdTech” ไปเร็วๆ  ถึงแม้ความเห็นส่วนตัวยังมองว่า… เร็วเกินไปที่จะยกให้ Connectivism Learning Theory ให้เป็นทฤษฎีฐานในการพัฒนาการศึกษาด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะการมาถึงของเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับคลื่นไฟฟ้าสมองโดยตรงอย่าง Neuralink… ซึ่งอาจจะทำให้การเรียนรู้สามารถ Copy/Paste ไปเลยก็ได้ในอนาคต

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Tesla TSLA

Tesla ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก #สุดสัปดาห์พาดูรถ

10 มิถุนายน 2020 ราคาหุ้นของ Tesla พุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ถือเป็นการทำ New High หรือสถิติสูงสุดอีกครั้ง และขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แซงหน้าแชมป์ยาวนานอย่าง Toyota ด้วยมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Capital แตะ 190 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Budget

4 แหล่งเงินทุนและแหล่งสนับสนุนทุนสำหรับ SME/STARTUP

อยากทำธุรกิจ ต้องหาทางเริ่มทำธุรกิจด้วยทุนที่ต่ำที่สุดที่จะเป็นไปได้… และควรเป็นทุนที่ท่านดึงมาใช้ได้เลยแบบไม่ต้องให้ใครมาตัดสินสิ่งที่อยากลอง… ซึ่งก็มีเทคนิคหลายรูปแบบให้ทดลองและตัดตรงเข้าหาลูกค้าและโมเดลรายได้ อย่างเช่นเทคนิคของสตาร์ทอัพคือการทำ MVP หรือ Minimum Viable Product หรือการทำโปรดักส์ที่ตรงเข้าหากลุ่มเป้าหมายให้ไวที่สุด… ซึ่ง SME ก็สามารถนำแนวคิดมาปรับใช้ได้… หรือจะใช้การวิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปของธุรกิจด้วยการทำ Feasibility Study อย่างถูกต้องก็ได้…

AeroMobil… รถบิน! 

AeroMobil ประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก 8 ประเทศกว่า 40 คนจากอุตสาหกรรมยานยนต์และการบินที่มุ่งมั่นจะพัฒนานวัตกรรมการขนส่งที่ใช้ได้ทั้งท้องถนนและน่านฟ้า