Corporate Level Strategy… ระดับของกลยุทธ์องค์กร #SaturdayStrategy

Strategy Level

กลยุทธ์ หรือ วิธีและแนวทางเพื่อทำเป้าหมายให้เป็นความสำเร็จ ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว กลยุทธ์อาจจะอยู่ในรูปความพยายาม หรือ ไม่ก็อยู่ในรูปชั้นเชิงเล่ห์เหลี่ยม หรือ เทคนิคเฉพาะเพื่อให้เป้าหมายกลายเป็นความสำเร็จอย่างมีนัยยะสอดคล้องต่อ “แผนการใช้ความพยายาม หรือ ชั้นเชิงเล่ห์เหลี่ยม” อันถูกดำเนินการจนประสบความสำเร็จตามแผน

ในทางปฏิบัติ… กลยุทธ์ส่วนบุคคลซึ่งมีกลไกการดำเนินการหลักโดยคนๆ เดียว มักจะไม่มีอะไรซับซ้อนในขั้นการดำเนินการ เพราะเป็นการดำเนินการบนเป้าหมายที่ชัดเจนของคนขับเคลื่อน ซึ่งเป็นคนกำหนดเป้าหมาย เป็นคนวางแผน และ เป็นคนออกแบบกลยุทธ์ในตัวคนๆ เดียว… ถ้าทักษะพอ ทรัพยากรพอ รวมทั้งตัวแปรและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จ… มีพอ ความสำเร็จต่อเป้าหมายย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

แต่ถ้าเป็นกลยุทธ์ระดับทีม หรือ องค์กรซึ่งมีคนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง… ก็หลีกไม่พ้นที่อะไรๆ ก็จะสลับซับซ้อนตั้งแต่ระดับ “สาดไอเดีย” รวบรวมแนวคิด ออกแบบ วางแผน เตรียมการ และ ดำเนินการจนเข้าใกล้เป้าหมาย หรือ พิชิตเป้าหมายในที่สุด… ซึ่งคนที่ทำงานร่วมทีมกันตั้งแต่ระดับวิ่งผลัด ไปจนถึงวางแผนตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ไอโอที่โคจรรอบดาวพฤหัส… น้อยมากที่จะราบรื่นเป็นหนึ่งเดียว ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดจะประสบความสำเร็จล้นเหลือเกินคาดก็ตาม

คนหรือทรัพยากรบุคคลจึงสำคัญกับความสำเร็จล้มเหลว บนบริบทที่ต่างก็เข้าร่วมทีมเพื่อรับผิดชอบหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมาย ซึ่งทุกคนก็หวังว่า “งานในหน้าที่และความรับผิดชอบของตนจะราบรื่น” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในทีมและองค์กร ในทุกเป้าหมายและวัตถุประสงค์เหมือนกันหมดทุกที่

กลยุทธ์ในมุมมองของทฤษฎีองค์กรจึงมองผ่าน “งาน และ หน้าที่” ในระดับต่างๆ ที่สมาชิกทีมรับผิดชอบอยู่ และ ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทของ “คน งาน และ หน้าที่ เพื่อเป้าหมายองค์กร ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันแน่นอน”

ระดับกลยุทธ์ หรือ Strategic Levels จึงเป็นประเด็นใหญ่ในการจัดการองค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยสิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยที่สุด ประสบความสำเร็จตอบทุกตัวชี้วัดสูงสุด… ซึ่งทฤษฎีองค์กรได้จัดระดับกลยุทธ์เอาไว้ 3 ระดับหลักๆ คือ

1. Corporate Level Strategy หรือ กลยุทธ์ระดับองค์กร

เป็นกลยุทธ์ระดับมหภาคที่ครอบคลุมทุกแง่มุมในการดำเนินธุรกิจ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของทุกองค์กร… ที่ “ควรต้อง” กำหนดขึ้นก่อนเริ่มธุรกิจเพราะจะช่วยทำให้เห็น “วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และ เป็นเค้าโครงที่จะขยายความในรายละเอียดในระดับอื่นๆ ต่อไป” 

กลยุทธ์ระดับองค์กรจะฝังแนวทางการตัดสินใจเรื่องหลักๆ เอาไว้เป็นแนวทางให้ผู้นำองค์กร และ ทีมสามารถใช้อ้างอิงการตัดสินใจและการดำเนินการในระดับต่างๆ ได้ค่อนข้างชัดเจน… การไม่มี หรือ ละเลยที่จะกำหนดให้มีกลยุทธ์ระดับองค์กร จึงลดทอนประสิทธิภาพการตัดสินใจในระดับต่างๆ จนเกิดการรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรไปเพื่อถ่ายทอดข้อมูลและการตัดสินใจอย่างสูญเปล่ามากมาย

2. Business Strategy Level หรือ กลยุทธ์ระดับธุรกิจ

เป็นกลยุทธ์ที่สร้างขึ้นเพื่อ “แปลงวิสัยทัศน์ หรือ เป้าหมายของกลยุทธ์ระดับองค์กร” ให้มีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ขั้นตอน รายละเอียด วิธีการเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย… โดยเฉพาะในกรณีที่มีการแตกหน่วยธุรกิจ หรือ BU หรือ Business Unit ออกไปมากกว่าหนึ่งสาย กลยุทธ์ระดับธุรกิจจะช่วยให้เห็นความสอดคล้องและความเชื่อมโยงของธุรกิจสายต่างๆ ที่มีกับกลยุทธ์ระดับองค์กรได้ชัดเจนขึ้น การลงรายละเอียดในขั้นปฏิบัติการ เช่น การวางแผนทรัพยากร การใช้กำลังคนให้เหมาะสม ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับธุรกิจ

3. Functional Strategy Level หรือ กลยุทธ์ระดับปฏิบัติ

เป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ในงานประจำวัน ซึ่งต้องจัดทำเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรกำลังมุ่งไปสู่เป้าหมาย เป็นฐานล่างสุดของการจัดทำกลยุทธ์ แต่ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะเป็นตัวชี้ขาดความสำเร็จหรือล้มเหลวในการทำธุรกิจ… ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์และออกแบบการทำงานตามภาระหน้าที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ระดับธุรกิจ และ ระดับองค์กร

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… การกำหนดกลยุทธ์ในแต่ละระดับ สำหรับทฤษฎีการจัดการยุคใหม่ซึ่งแนะนำให้ “กระจายการตัดสินใจ ไปพร้อมๆ กับการกระจายหน้าที่ความรับผิดชอบ” เพื่อให้องค์กรถูกเกลี่ยการตัดสินใจ ไปไว้ในกลไกเดียวกับที่ต้องใช้ประโยชน์จากการตัดสินใจนั้น… ซึ่งการกำหนด “แนวทางการตัดสินใจสอดไว้เป็นกลยุทธ์” ในแต่ละระดับที่รองลงมาจาก Corporate Level Strategy หรือ กลยุทธ์ระดับองค์กร จึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นในการจัดการองค์กร… เว้นแต่ผู้นำองค์กรอยากถืออำนาจการตัดสินใจไว้คนเดียวบนที่สูง… คนเดียว!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Lightning

Hydroxyl Radical… อนุมูลอิสระในชั้นบรรยากาศผู้กลืนกินก๊าซเรือนกระจก #FridaysForFuture

การปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ในชั้นบรรยากาศเพื่อก่อ Hydroxyl Radical หรือ OH ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระในชั้นบรรยากาศ คือแนวทางการสร้างปฏิกิริยา Oxidation ในชั้นบรรยากาศระดับล่าง ที่สามารถสลายก๊าซเรือนกระจกได้… ซึ่งกำลังกลายเป็นความหวังและแนวทางในการสร้างสมดุลย์เคมีในชั้นบรรยากาศอย่างสำคัญ…

My Time

Eisenhower Metric… สำหรับคนอยากมีเวลา

วันวุ่นวายของหลายๆ คนเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตื่นนอนเสมอ และความวุ่นวายมักจะมาจากตารางกิจกรรมที่เราท่านตื่นขึ้นมาเพื่อทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ และทำสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จเป็นส่วนใหญ่… หลายคนโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาทำสิ่งที่ยินดีทำได้ไม่รู้เบื่อ แต่หลายคนเบื่อสิ่งที่ต้องตื่นขึ้นมาทำจนไม่อยากตื่น และยังมีอีกหลายคนที่โชคร้ายเข้าขั้นทุกข์ตรมขมขื่นแต่ต้องตื่นขึ้นมาทำ

best candidate or job human resources

T–Shaped Leadership… ภาวะผู้นำในองค์กรที่ล้ำเลิศ #ExtremeLeader

T-Shaped Leadership จะมีความหมายเกิน T-Shaped Skills ในตัวผู้นำเท่านั้น โดยผู้นำยังต้อง “หาคน และ สร้างคน” ให้มี T-Shaped Skills หรือเป็น T-Shaped Professionals ให้มีอยู่ในองค์กรมากๆ หรือ ทั้งหมดเลยเหมือนที่ Tim Brown จาก IDEO สร้างเป็นมาตรฐานแรกของคุณสมบัติพนักงานเอาไว้… จน IDEO มีผลงานที่สำนักออกแบบอื่นๆ ทำไม่ได้ หรือ ทำไม่สำเร็จมากมายจนถึงปัจจุบัน

Ferrari F40

Ferrari F40

Ferrari F40 ถูกผลิตจากโรงงาน Ferrari S.P.A ระหว่างปี 1987–1992 เพียง 1,315 คันเท่านั้น และงานผลิตทุกชิ้นส่วนยังถือเป็นงานแฮนด์เมดเกือบทั้งคัน โดยเฉพาะการขึ้นรูปตัวถังด้วยไฟเบอร์กลาส เพื่อครอบทับโครงสร้างที่ดูเหมือนจะยกมาจากรถล้อเปิดที่ใช้แข่ง F1 ทั้งคัน… F40 มี Nicola Materazzi เป็นหัวหน้าวิศวกร โดยมี Leonardo Fioravanti และ Pietro Camardella แห่งสำนักออกแบบ Pininfarina ช่วยดูแลเรื่องรูปทรงเส้นสายและความสวยงาม