Cosmetic Trends 2021

Cosmetic Industry Trend 2020 #2

มาดูแนวโน้มหรือเทรนด์เครื่องสําอางค์โลกต่อกันอีกวัน ซึ่งก็ยังโฟกัสข้อมูลจากแหล่งเดิมคือ CB Insights ครับ

Pricing & Distribution

1. Beauty pricing becomes transparent

แนวโน้มการใช้ความโปร่งใสเป็นเครื่องมือทางการตลาด ลามมาถึงการเปิดเผยโครงสร้างราคา โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของส่วนผสมหรือ Ingredients ในเครื่องสำอางค์ ซึ่งเป็นเทคนิคการทำตลาดที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเป้าหมาย มั่นใจสูงสุดในการลองใช้และเลือกใช้สินค้า

The Ordinary by Deciem

ตัวอย่างกรณีของแบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีใต้อย่าง Deciem ที่เน้นความโปร่งใสขั้นสุดหรือให้ข้อมูลระดับ Hyper-transparency ด้วยการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนส่วนผสมและข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ อันเป็นที่มาของราคาสินค้าที่เป็นธรรม

หรือกรณีของแบรนด์ Beauty Pie ที่เสนอสินค้าราคาโรงงานให้กับลูกค้าที่ลงทะเบียนซื้อสินค้าแบบรายเดือน ซึ่งเป็นการใช้ Subscription Marketing Model โดยลูกค้าเพียงชำระเงินเป็นรายเดือนเดือนละ 10 ดอลลาร์เท่านั้น

2. Alternative retailers bet on beauty

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ธุรกิจเครื่องสำอางค์ยังคงโฟกัสช่องทางค้าปลีกที่มีหน้าร้านแบบเดิมอยู่ แต่รูปแบบและจุดขายอาจจะไม่เหมือนเดิมเช่น

  • Apparel retailers มีการเปิดและย้ายจุดขายไปรวมกับสินค้าแฟชั่น รวมทั้งการส่งสินค้าตัวอย่างเช่น เมคอัพ และน้ำหอม ไปวางไว้ในห้องลองเสื้อผ้าด้วย
  • Amazon Beauty E-commerce เป็นกรณีศึกษาจาก e-commerce เจ้าใหญ่อย่าง Amazon ผู้สร้างระบบนิเวศน์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางค์โดยเฉพาะ ที่รวมเอาเครือข่ายร้านเสริมสวยเข้ามาไว้ใน Marketplace เดียวกันกับสินค้าความงามและเครื่องสําอางค์
  • Next-gen offline distribution / makeup booths & vending machines โดยช่องทางการจัดจำหน่ายออฟไลน์ จะมีการปรับโฉมซึ่งอาจจะมีทั้ง Makeup Booths ให้บริการแต่งหน้าพรมน้ำหอม หรือใช้ Vending Machines หรือตู้ขายเครื่องสำอางค์อัตโนมัตินั่นเอง
  • Partnerships with Influencers & Celebrities จากกระแส Social Commerces ที่เรารู้จักกันดีอย่างการไลฟ์ขายสินค้าบน Social Media ทำให้แบรนด์และสินค้าจำเป็นจะต้องจับมือกับ Influencers และ Celebrities มากขึ้น เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดบนโซเซี่ยลมีเดีย

Marketing & Merchandising

1. Beauty further integrates with the wellness economy

กระแส Wellness and Longevity ที่ผู้คนจะสุขภาพดีและชีวิตยืนยาวกว่าแต่ก่อน ทำให้การขายและการตลาดสินค้าบริการด้านความงามและสินค้าเพื่อสุขภาพดีและอายุยืนยาว มีฐานลูกค้าเดียวกันพร้อม Mindset ชุดเดียวกัน แต่บางอย่างกำลังจะหลอมรวมเป็นสิ่งเดียวกันอีกด้วย

  • Vitamins and Supplements นับจากนี้ไปเราจะเริ่มเห็น อาหารเสริมความงามมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตัวสินค้าจะตอบโจทย์ทั้งด้านความงามและสุขภาพไปพร้อมๆ กัน
  • Fitness กระแสการออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง เป็นกระแสหลักที่นักการตลาดทุกคนไม่มีคำถาม และเชื่อว่าการออกกำลังกายจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จะมีมิติทางการตลาดมากมายให้สัมผัส แน่นอนว่าเครื่องสำอางทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย ก็จะมีตลาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
  • Medicine หรือสินค้าความงามเชิงการแพทย์โดยเฉพาะ Cosmetic Surgery ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงถึงขั้น โดยเฉพาะการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวเพื่อผ่าตัดเสริมความงาม หรือบริการ Botox bars อย่าง Alchemy 43 และ Ever/Body ก็ดึงดูดทั้งลูกค้าและนักลงทุนอย่างยิ่ง
  • Travel & Hospitality ตลาดนัดเดินทางและโปรแกรมพักผ่อนเติบโตทั่วโลก จากนี้ไปเราจะเห็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ จับมือทำธุรกิจร่วมกันกับสายการบิน โรงแรม รีสอร์ท ทั้งในรูปแบบการโปรโมทสินค้า ขายพ่วงและเป็นช่องทางการขายด้วย

2. Big Tech and Beauty

กระแสปั่นป่วนจากเทคโนโลยีดิจิตอลหรือ Digital Disruption ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 อย่างในปัจจุบัน เทคโนโลยีกระแสหลักอย่าง E-commerce, Online Beauty Retail Channels, Big Data, AI and Voice Assistance ซึ่งอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางค์ ได้ปรับตัวและแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีมากมายเพื่อเข้าถึงส่วนแบ่งการตลาดและโอกาสใหม่ๆ กันอย่างคึกคัก

3. Ingredient Transparency

กระแสการเปิดเผยและโปร่งใส ให้ลูกค้าเก่าใหม่ไว้วางใจ ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์และความงาม ต้องหาทางสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมาย ด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นจริง และพาธุรกิจออกจากเงามืดของที่มาที่ไป ที่สกปรก ไม่น่าดู อวดไม่ได้… ไปสู่การเปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง เพื่อสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ ซึ่งความเคลื่อนไหวในวงการความงามและเครื่องสำอางค์ ในประเด็นนี้พอจะสรุปได้เข้าคร่าวๆ ดังนี้คือ

  • Transparency Technology เป็นการนำเทคโนโลยีมาให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือขึ้นยกตัวอย่างเช่น มีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าได้ด้วยตัวเองและมีความน่าเชื่อถือสูงเทียบเท่าเทคโนโลยีทางการเงินการลงทุน
  • Biotech Ingredients ส่วนผสมของเครื่องสำอางค์ ที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูง จะได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการใส่ใจในเรื่องจริยธรรมของสินค้าความงาม ที่ไม่เอาเปรียบธรรมชาติหรือทำลายล้างสิ่งมีชีวิตอื่น รวมทั้งระบบนิเวศน์ 
  • New Ingredient Sourcing Standards & Ethical Labels การวิจัยและค้นคว้าใหม่ๆ และประยุกต์ใช้ส่วนผสมสินค้าความงามและเครื่องสำอางค์ ที่มาจากวัตถุดิบใหม่ๆ จะทำให้อุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางค์ทั้งระบบ ตื่นตัวและยกระดับไปอีกขั้น รวมทั้งฉลากหรือตรารับรองมาตรฐานใหม่ๆ โดยเฉพาะฉลากรับรองด้านจริยธรรมของสินค้า

Customer Experience

1. Virtual Try-On

เทคโนโลยี AR หรือ Augmented Reality จะกลายเป็นรูปแบบการทดลองสินค้าโดยใช้กล้องและจอภาพ ทำให้ลูกค้าได้เห็นตัวเองก่อนการตัดสินใจทดลองใช้หรือซื้อสินค้า

แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว แบรนด์สินค้าและความงามรวมทั้ง Tech Company ยักษ์ใหญ่ คงปล่อย Application บนโทรศัพท์มือถือ ให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี AR หรือเทียบเท่า เห็นตัวเองสวยก่อนใช้ ทั้งก่อนซื้อและก่อนใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน

2. Unbundling of The Spa & Salon

กระแสการให้บริการความงามในสถานเสริมความงามและสปาหรือร้านเสริมสวยจะเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เป็นเพราะกระแส Personalized รวมทั้งบริการแบบ On-Demand Beauty Services ที่บริการแต่งหน้าทำผมขัดผิว จัดส่งถึงลูกค้ามากขึ้นกว่าการเปิดหน้าร้านรอลูกค้าแวะมาใช้บริการ

สรุปว่า… อุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางค์นับจากนี้ เจอทิศทางการลอกคราบหรือ Transform ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว และส่วนใหญ่ก็ลุยทำงานเพื่อชิงโอกาสใหม่ๆ นี้กันมาสักพักใหญ่แล้วเช่นกัน… ความจริงข้อมูลต้นฉบับที่ผมใช้อ้างอิง มีข้อมูลค่อนข้างลึกและละเอียดกว่าที่ผมสรุปย่อนำมาเรียบเรียงไว้… และเหมือนเดิมครับ ผมไม่ได้แปลหรือลอกต้นฉบับมาทั้งหมด โดยเฉพาะตัวอย่างและกรณีศึกษา… หลายส่วนผมใช้ข้อมูลและประสบการณ์จากแหล่งอื่นผสมเข้าไป… ท่านที่สนใจต้นฉบับผมวางลิงก์ไว้ใต้อ้างอิงเช่นเดิมครับ

อ้างอิง

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.