COVID-19 และโอกาสสินค้าดูแลสุขภาพ #SaturdaySME

COVID-19-29-02-2020

การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ฉุดเศรษฐกิจจีนให้เติบโตชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังฉุดเศรษฐกิจของชาติที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ที่เกี่ยวข้องทางการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกันมากมาย… ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยืดเยื้อยาวนานเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน อาจฉุดรั้งเศรษฐกิจจีนให้เติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราว 1.0% และลงไปแตะที่ระดับประมาณ 4.7%

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากจีนมายังอาเซียนในอัตราส่วนที่สูงที่สุด เนื่องจากมูลค่าการลงทุนโดยตรง มักมีความผันผวนอย่างมากไปตามเศรษฐกิจของประเทศ โดยหาก GDP ของจีนเติบโตลดลง 1.0%… มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากจีนไปยังอาเซียนคาดว่าจะลดลงถึง 2.8%

ขณะที่ รายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีนจะลดลง 1.5%… มูลค่าการส่งออกไปยังจีนของอาเซียนจะลดลงราว 1.2% ด้วย

กรณีของไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า หากเศรษฐกิจจีนเติบโตลดลง 1.0% จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยในกรอบประมาณ 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 0.09-0.13% ของ GDP ทั้งปีของไทย โดยภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบสูงสุดถึงราว 300-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐแน่นอน

ตัวเลขการคาดการณ์ต่างๆ เรารับทราบพอเป็นแนวทางประมาณนี้ เป็นข้อมูลการประเมินในกรอบที่ว่า วิกฤติไวรัส COVID-19 ต้องจบในสามเดือนหกเดือนครับ… แต่สาระหลักและประเด็นสำคัญมีอยู่ว่า… จิตวิทยาการบริโภคในปัจจุบันทรุดลงอย่างหนัก และระบาดไปทั่วโลกยิ่งกว่าไวรัสเสียอีก

คนส่วนใหญ่คงเคยได้ยินเรื่องวิกฤติสร้างโอกาสมาบ้าง… วันนี้ผมก็เลยจะเอาแนวคิดประเด็นโอกาสในวิกฤติ จากกรณีสถานการณ์ COVID-19 นี่แหละ ว่าเราจะมองทะลุปัญหาไปเจอโอกาสอะไรอย่างไรได้บ้าง…

ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ว่า… วิกฤติ COVID-19 จะยืดเยื้อยาวนานไปอีกแค่ไหน… แต่หลายฝ่ายก็คาดว่าจะไม่จบง่ายอย่างที่คิดแล้ว หลายสำนักชี้ว่าผลกระทบอาจถึงขั้นเปลี่ยนระบบนิเวศน์ทางเศรษฐศาสตร์โลกไปตลอดกาลก็มี… และท้ายที่สุด ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไปทั้งชีวิตผู้คนทั้งโลกและเศรษฐกิจการค้า

ถ้าท่านเป็นแฟนประจำของ Reder.red ก็คงเคยผ่านตาเรื่อง VUCA World ที่พูดถึงความสับสนไม่แน่นอนซับซ้อนคลุมเครือของโลกปัจจุบันมาบ้างแล้ว… ซึ่งท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอะไรแค่ไหน ผู้คนจะปรับตัวและออกจากบ้านไปทำมาหากินและทำในสิ่งที่ต้องทำอยู่ดี

ประเด็นก็คือ… ของที่ต้องมีติดตัวคนๆ หนึ่งในวันที่ต้องออกจากชายคาไปเจอฝุ่นควันและเชื้อโรคข้างนอก… ซึ่งไอเท็มเหล่านี้น่าจะสร้างโอกาสให้ SME ได้ไม่มากก็น้อย… ตัวอย่างเช่น

เจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออก… สินค้าพื้นฐานอย่างเจลล้างมือผสมแอลกอฮอล์ หรือสูตรการฆ่าเชื้อแบบใช้กับมือโดยไม่ต้องล้างออกหลากหลายสูตร ที่กำลังจำเป็นสำหรับผู้คน และกำลังนิยมผลิตจำหน่ายและ DIY ใช้เองหลากหลายไอเดีย… ด้านหนึ่ง ตลาดนี้เติบโตอย่างเงียบๆ มานานและชัดเจนมาตั้งแต่คราวที่ไข้หวัด 2009 ระบาดและผู้คนตื่นตัวเรื่องสุขอนามัยเรื่องกินร้อนช้อนกลางและล้างมือ 9 ขั้นตอนมานับสิบปีแล้ว ถึงจะไม่เคร่งครัดนัก… และตอนนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขบังคับใช้เกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสาหรับมือ พ.ศ. 2562 จะมีการยกเลิกทะเบียน อย. สินค้าหมวดนี้ทั้งหมดในวันที่ 11 มีนาคม 2563 นี้ครับ… และย้ายสินค้าหมวดนี้ไปขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ เหมือนหน้ากากอนามัย N95… ซึ่งผมมองว่า นี่เป็นจังหว่ะโอกาสสำหรับ SME สายผลิตจำหน่ายสินค้าดูแลสุขภาพประจำวันอย่างเจลล้างมือ หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ หรือเทคนิคการควบคุมเชื้อโรคที่มือแบบอื่นๆ

ใช่ครับผมกำลังจะบอกว่า… สินค้าอย่างเจลล้างมือและสเปรย์แอลกอฮอล์กำลังจะถูกควบคุมเข้มข้น หลังจากที่สินค้าหมวดนี้สำคัญกับชีวิตประจำวันอย่างมาก แต่ย่อนยานเรื่องมาตรฐานจนปรากฎเชื้อดื้อยาเนื่องจากความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ถึง 70%… และหากคิดแบบนวัตกรโดยใช้ First Principal Thinking ก็จะทราบว่า… ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ต้องเป็นเจลล้างมือหรือสเปรย์ฆ่าเขื้อหรอกครับ… แต่เป็นเรื่องเชื้อโรคที่มือที่น่าจะมีวิธีอีกมากมาควบคุม ซึ่งเจลหรือสเปรย์ฆ่าเชื้อก็เป็นเพียงหนึ่งวิธีที่นิยมเท่านั้น

หน้ากากอนามัย… ของใช้พื้นฐานอีกชิ้นในวันที่อากาศปนเปื้อนหลายสิ่ง จนลมหายใจกลายเป็นช่องทางบั่นทอนสุขภาพถึงขั้นฆ่าใครก็ได้ ถ้าเพียงแค่หายใจเอาอากาศพิษ หรือเชื้อโรคเข้าไปมากพอ… กรณีการฆ่าตัวตายด้วยเตาอั้งโล่จุดไฟยืนยันได้อย่างดีว่า อากาศพิษฆ่าคนได้… และกรณีบุคลากรทางการแพทย์ในอู่ฮั่นเสียชีวิตในหน้าที่ก็เช่นเดียวกัน… หน้ากากอนามัยจึงกลายเป็นของจำเป็นที่ไม่มีใครอยากใช้!… แต่จำต้องใช้!!!… ซึ่ง Pain Point มากมายของการคาดหน้ากากอนามัยสารพัดเกรด ทำลายความสุขและพัฒนาความเครียดใส่เราทั้งในฐานะคนสวมและเห็นคนอื่นสวมเต็มไปหมด ทำให้เรารู้สึกว่า รอบๆ ตัวเราช่างน่ากลัวถึงขั้นต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน

แต่ประเด็นหน้ากากอนามัยที่มี Pain Point อยู่มาก… ที่อาจจะแปลซ้ำได้ว่า มีโอกาสอยู่มากเช่นกัน… ซึ่งทัศนส่วนตัวของผมเชื่อว่า สมควรถอยกลับมาหานวัตกรรมลมหายใจ ที่มองว่า หน้ากากอนามัยยังไม่ใช่ที่สุดของการหาอากาศที่ปลอดภัย ซึ่งผมคิดว่ามา Scale ของการวิเคราะห์หานวัตกรรมหลายระดับทีเดียว ตั้งแต่พื้นที่สาธารณะจนถึงไอเท็มส่วนบุคคล

อีกหมวดสินค้าบริการที่น่าสนใจคือ อาคารสถานที่และพื้นที่สาธารณะ… จุดสัมผัสมากมายในพื้นที่สาธารณะตั้งแต่ลูกบิดประตู ปุ่มลิฟท์ อุปกรณ์ในห้องน้ำ รวมทั้งม้านั่งโซฟา ซึ่งทั้งหมดเป็นอะไรที่มือของเราต้องสัมผัสเท่าๆ กับมือของคนอื่นๆ โดยการจัดการระดับบุคคลคือการทำความสะอาดมือเสมอที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อ จนเจลล้างมือและสเปรย์แอลกอฮอล์ขายดิบขายดี… แต่ในระดับพื้นที่และอุปกรณ์ของใช้ในที่สาธารณะ เราจำเป็นต้องค้นหาวิธีจัดการควบคุมการแพร่ระบาด อย่างการฆ่าเชื้ออัตโนมัติที่ประตู หรือใช้กลไกเปิดปิดแบบไม่ต้องใช้มือเปิด หรือใช้เสียงสั่งแทน เป็นต้น หรือไม่ก็อาจถึงขั้นหาทางอื่นเข้าออกและปิดกั้นแทนการใช้ประตูแบบที่เรารู้จักในปัจจุบัน ซึ่งหัวใจของการผ่านเข้าออกประตูไม่เคยใช่ประตูมาแต่ไหนแต่ไร… ส่วนกรณีลิฟท์หรือบันไดเลื่อนในมุมมองของผมก็คิดว่า… ยังมีหลายมิติให้ Empathize Journey อีกมากครับ! แต่ขอไม่พูดถึงตอนนี้เพราะหลายไอเดียเป็นเพียงสมมุติฐานฟุ้งๆ เท่านั้นเองครับ และยังถือว่าห่างไกลจากแนวทาง SME เยอะมาก เว้นแต่จะโฟกัสเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยเชิงป้องกัน… ซึ่งก็สามารถนำไปใช้กับทุกสถานที่ในอาคารตั้งแต่ประตูหน้าถึงยอดตึกและท่อระบายน้ำทีเดียว… โดยหลักสำคัญผมเชื่อว่า อยู่ที่การสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมด้านสุขอนามัย ของสถานที่เป็นสำคัญ

เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมขอเอ่ยถึงหน่อยคือเรื่อง การตรวจคัดกรอง ที่ผมมองว่า… การใช้คนใส่ชุดแบบ Protective Cloth ไปทำหน้าที่ Screening จุดเสี่ยงต่างๆ ช่างดูไม่ Healthy อย่างมากกับคนทำงาน ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงทั้งหลายส่วนหนึ่ง ยังไม่เคารพและใส่ใจความเสี่ยงที่ตัวเองมีโอกาสเป็นพาหะ… และผมเชื่อว่า เทคโนโลยีการอบฆ่าเชื้อก่อนขึ้นและลงเครื่องบินหรือรถโดยสาร สามารถสร้างความเชื่อมั่นในภาวะแบบนี้ได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งการพัฒนากลไกการตรวจคัดกรองหรือ Screening อัตโนมัติแบบต่างๆ ที่เราไม่ต้องส่งผู้เสียสละไปห่อตัวอยู่ใน Protective Cloth อย่างทุกข์ทรมานวันละหลายขั่วโมงแบบนั้น… ที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่าเราควรจะพก Protective Cloth ไปไหนมาไหนเผื่อไว้เหมือนพกร่มหรือเสื้อกันฝนหรือยัง… ซึ่งผมคิดว่ามีโอกาสที่ตลาดนี้จะ Mass ได้อีกน๊ะ

แสดงความเห็นของท่านท้ายบทได้ตามอัธยาศัยครับ… หรือจะ DM มาทาง Line:@reder ก็ยินดีเช่นเดิม

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

อ้างอิง

https://kasikornresearch.com
http://www.fda.moph.go.th/sites/Cosmetic/Shared%20Documents/ประกาศแอลกอฮอลล์.pdf
http://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/MinistryofHealth/ประกาศกระทรวงสาธารณสุข%20เรื่อง%20ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสขุอนามัยสำหรับมือ%20(1).PDF

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Recent Posts

Related Post

PPP Plastic X WON

มือวิเศษXวน และ อุตสาหกรรมพลาสติกในวิกฤต COVID19 #FridaysForFuture

โครงการ “มือวิเศษX วน” ปฏิบัติการหมุนเวียนพลาสติกด้วยจุดดรอปพ้อยท์ หรือ Circular in Action – Drop Point of Used Plastic… โดยนำถังรับคืนไปตั้งในสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว จำนวน 12 ชนิด ได้แก่ ถุงหูหิ้ว… ถุงช้อปปิ้ง… ฟิล์มหุ้มแพ็คขวดน้ำ… ฟิล์มหุ้มแพ็ค UHT… ซองไปรษณีย์พลาสติก… พลาสติกกันกระแทก… ถุงซิปล็อคซองยา… ฟิล์มห่อสินค้า… ถุงขนมปัง… ถุงน้ำตาลทราย… ถุงน้ำแข็ง… และถุงผักผลไม้ เพื่อนำมารีไซเคิลอีกครั้ง

special offer

Dynamic Offer Optimization และ Hyper-Personalized Marketing #SaturdaysStrategy

การทำ Personalized Marketing ต้องใช้เทคโนโลยีทางการตลาด หรือ Marketing Technology หรือ MarTech ช่วยในการย่อยข้อมูลให้ธุรกิจและแบรนด์ สามารถส่งมอบประสบการณ์ Contents และ สินค้าหรือบริการอันเฉพาะเจาะจง “สำหรับลูกค้าทุกคน ในแบบที่ลูกค้าแต่ละคนพึงใจ และ ประทับใจมากที่สุด”

Driverless Cars

ADAS ระบบรถไร้คนขับพร้อมใช้ และเชื่อใจได้เมื่ออยู่บนท้องถนน

ADAS Services มีระบบที่ชื่อว่า Intellias ที่จะช่วยอัพเดทข้อมูลการขับขี่ และแผนที่นำทางความละเอียดสูง กับระบบ ADAS ในรถคันอื่นๆ โดย Intellias อ้างว่าพวกเขาซุ่มพัฒนาแผนที่ดิจิตอล รวมทั้งพัฒนาโครงสร้าง Location Based Services และระบบทำนายสภาพถนนและการจราจร เพื่อให้ ADAS ในรถแต่ละคัน สามารถเรียกใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด อ้างอิงตำแหน่งบน GPS และแผนที่ รวมทั้งเซนเซอร์จากรถคันอื่นๆ ในบริเวณ เพื่อช่วยประมวลผลความเร็วที่ตอบสนองต่อสภาพถนนและการจราจรอย่างสมบูรณ์

Angry Child

Anger For Change… โกรธเป็นเห็นการเปลี่ยนแปลง #SelfInsight

ประเด็นโกรธมาก็โกรธกลับ ถือเป็นธรรมชาติของอารมณ์ปกป้องตอบโต้ ซึ่งเป็นธรรมชาติในตัวที่มีไว้เป็นกลไกปกป้องชีวิต จิตใจและผลประโยชน์ส่วนตัว และ อารมณ์โกรธมีสาเหตุต้นตอเสมอ ถึงแม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะโกรธอะไรก็ไม่รู้อยู่ตลอดเวลาให้เห็นกันบ้าง… ซึ่งใครเจอ หรือ ใครเป็นอยู่ก็คงไม่ดีกับประสบการณ์นัก… แต่ทุกคนก็รู้ว่าอารมณ์โกรธตลอดเวลาขั้นนั้นไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้ว