Creative Problems Solving

Target Ladder

ความคิดสร้างสรรค์… คำเท่ห์ๆ ที่ใครก็ตามที่หยิบยกมาพูดถึง มักจะดูดีและดึงดูดผู้คนให้สนใจได้เสมอ ทั้งๆ ที่ในทางปฏิบัติ… การทำตามแนวคิดสร้างสรรค์ มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นความบกพร่องผิดพลาดก่อนเสมอเป็นส่วนใหญ่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนส่วนใหญ่ก็ยังอยากทำอะไรๆ อย่างสร้างสรรค์ ให้เข้าตาผู้พบเห็น ทั้งเพื่อให้งานหรือกิจธุระทั้งหลาย ลุล่วงผ่านพ้นเสร็จสิ้นในขณะที่รู้สึกได้ว่า… มีบางสิ่งหรือหลายสิ่ง ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากทักษะประสบการณ์ ความรู้ความสามารถและสติปัญญา

ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ความคิดสร้างสรรค์เชื่อมโยงกับปัญหาอย่างยากที่จะแกะออกจากกันได้… หรืออีกนัยหนึ่งจะเรียกได้ว่า ความคิดสร้างสรรค์มาจากโจทย์ปัญหาที่ต้องการคำตอบด้วยแนวทางวิธีการและกระบวนการใหม่ๆ นั่นเอง

นั่นหมายความว่า คนที่ไม่กลัวปัญหามีแนวโน้มจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนที่นิยมหยิบจับคำตอบสำเร็จรูปมาใช้จัดการปัญหา… และนั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่สามารถสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ได้มากกว่าทางเลือกในการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ซึ่งจะมีทางเลือกมากมายเกินหนึ่งทางเลือกมาให้เลือกใช้จัดการปัญหาเสมอ

โดยส่วนตัวถ้ามีใครมาขอคำชี้แนะเรื่องความคิดสร้างสรรค์ คำแนะนำง่ายๆ ที่ผมมักจะใช้เสมอก็คือ จงเริ่มต้นที่คิดหาทางเลือกของคำตอบหลายๆ คำตอบมาให้โจทย์ หรือหาคำตอบและทางเลือก มาอธิบายประเด็นปัญหาที่ต้องสะสาง… แต่ก็มีบ้างที่หลายท่านจริงจังถึงขั้นขอแนวทางที่เป็นหลักเป็นการเพื่อนำไปใช้หาทางจัดการปัญหาในหลายๆ กรณีที่อาจจะไม่ง่ายต่อการสะสาง… และต่อไปนี้คือ ขั้นตอนการคิดสร้างสรรค์เพื่อจัดการปัญหา หรือ Creative Problems Solving Process หรือ CPSP Model ที่ผมแนะนำให้เอาไปใช้เป็นแนวทาง

  1. Clarify and Identify The Problem หรือการพิจารณาปัญหาให้เห็นชัดเจน ถูกต้องและแยกประเด็นต่างๆ ออกจากกันให้ได้มากที่สุด เพื่อระบุประเด็นปัญหาให้สามารถจัดการได้เฉพาะประเด็นไป
  2. Research The Problem หรือศึกษาปัญหาให้ลึกด้วยการใช้ทั้งข้อมูลและข้อเท็จจริงมาร่วมวิเคราะห์ในระดับเดียวกับการค้นคว้าวิจัยได้ยิ่งดี เพราะขั้นตอนระดับการวิจัยจะพาเราเข้าถึง “ด้านอื่นๆ” ของปัญหา ที่ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ค้นพบ จะบอกทางควรไปและไม่ควรไปให้ได้แน่นอนเป็นอย่างน้อย
  3. Formulate Creative Challenges หรือระบุเป้าหมายเชิงสร้างสรรค์ที่ท้าทาย ซึ่งเป้าหมายจะได้มาจาก “ความต้องการสูงสุด” หากการแก้ปัญหานั้นๆ เสร็จสิ้น แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากและท้าทายแค่ไหน
  4. Generate Ideas หรือสร้างทางเลือกให้ได้มากที่สุด ซึ่งเครื่องมือการสร้างและจัดกลุมแนวคิดที่ดีที่สุดเท่าที่มีการแนะนำใช้กันอย่างกว้างขวางก็คือ POST-IT NOTE 
  5. Combine and Evaluate The Ideas หรือรวบรวมและประเมินแนวคิดหรือไอเดียที่คิดได้ และเขียนใส่ POST-IT NOTE เอาไว้ในขั้นที่ 4… ไอเดียไหนรวมกันได้ ก็ย้ายมาแปะข้างๆ กัน… ไอเดียไหนไม่เวิร์คก็ย้ายไปไว้นอกการพิจารณาเสีย
  6. Draw Up An Action Plan หรือ เชื่อมโยงไอเดียให้เป็นแผนการทำงานที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
  7. Do it!… มีแผนแล้วก็ลุยซิครับ! รออะไร?

ไม่อธิบายตีฟูแต่ละประเด็นให้วุ่นวายยืดยาวกว่าแล้วน๊ะครับ… ซึ่งในความเป็นจริง หรือในโลกความจริงก็ไม่มีใครมานั่งคิดสร้างสรรค์ตามขั้นตอนกันนักหรอก

เอาเป็นว่า ถ้าท่านสามารถหาทางเลือกในการแก้ปัญหาได้มากกว่าปัญหาที่เจอ… โดยส่วนตัวผมถือว่าแนวทางเหล่านั้นสร้างสรรค์อยู่แล้ว… และถือเป็นคำตอบที่สร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดและสติปัญญา ที่มีข้อมูลความรู้และประสบการณ์หนุนหลังเพียงพอแล้ว… ปัญหาจริงๆ ของการขาดไอเดียสร้างสรรค์ จึงไม่ได้อยู่ที่ความยากง่ายของปัญหา… เพราะทั้งหมดของความยาก อยู่ที่ข้อมูลความรู้และประสบการณ์ทุนเดิมที่มีอยู่และเกี่ยวข้องกับประเด็นนั้นๆ ต่างหาก… 

แต่ข่าวดีก็คือ สามารถใช้ข้อมูลความรู้และประสบการณ์จากมันสมองหลายๆ ก้อนจากหลายๆ คนช่วยกันสะสางหาทางผลิตแนวคิดหรือไอเดียมากๆ ได้เสมอ

สุดท้ายแล้ว… จึงเหลือเงื่อนไขเพียง 2 กรณีที่จะพาความคิดสร้างสรรค์ไปเจอทางตันก็คือ… จนปัญญากับจนเพื่อนเท่านั้นเองครับ!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Blockchain

Internet of Blockchain… อนาคตที่ใกล้แค่อีกไม่นาน

หลายท่านหรือส่วนใหญ่ คงเคยได้ยินคำฮิตอย่าง Blockchain และ Bitcoin มาแล้ว… สำหรับท่านที่ทราบดีอยู่แล้ว วันนี้ขออนุญาตหาบมะพร้าวผ่านสวนท่านน๊ะครับ… 

Marketing Automation การตลาดอัตโนมัติ

ในยุคดิจิตอลอย่างปัจจุบัน การทำธุรกิจและเริ่มธุรกิจในทัศนะของผมเป็นเรื่องง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะหัวใจของธุรกิจคือการขายและลูกค้า ซึ่งดิจิตอลไลฟ์สไตล์สามารถต่อตรงจากธุรกิจ ไปถึงลูกค้าโดยตรงผ่านช่องทางสื่อสารที่อยู่ในมือลูกค้าเอง

Adult Education

สถานะและประสิทธิภาพของ CBI

โลกความจริงซับซ้อนทั้งฝั่งผู้สอนหรือผู้พัฒนา CBI และฝั่งผู้เรียนด้วย… กรณีทำ eLearning ใส่คอมพิวเตอร์ส่งไปให้โรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้… หรือกรณีส่งเสริม Web-based Learning แต่ผู้เรียนไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้… ถือเป็นปัญหาซับซ้อนในระบบส่งมอบองค์ความรู้ที่ชัดเจนว่า ประสิทธิภาพของระบบการเรียนการสอนแบบนี้ล้มเหลว 100%