DeepTech… ปฐมบท #DeepTechInnovation

คำว่า DeepTech หรือ Deep Technology ที่พูดถึงกันมากในปัจจุบันนั้น นิยามศัพท์โดยนัยจะหมายถึงองค์กร หรือ หน่วยงานที่ทำภารกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ขั้นลึกซึ้ง หรือ Deep Knowledge ที่เป็นวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชั้นสูงประกอบข้อเท็จจริงที่ได้จากการศึกษาวิจัยที่ให้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ซึ่งลอกเลียนแบบได้ยาก และหรือ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่คุ้มครองโดยกฏหมายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ความได้เปรียบเหนือการแข่งขัน หรือ Competitive Advantage เมื่อนำ DeepTech เข้าสู่กลไกเชิงพาณิชย์ 

แต่เดิม… คำว่า DeepTech ถูกใช้เรียกฝ่ายวิจัยของบริษัทเทคขนาดใหญ่อย่าง Raytheon Technologies… Skunk Works ของ Lockheed Martin และ Bell Labs ซึ่งต่อมามีการแตกบริษัท หรือ Corporate Spinoff เอาฝ่ายวิจัยออกมาทำเฉพาะธุรกิจที่เชี่ยวชาญและมี Competitive Advantage ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของการระดมทุนแบบ Startup ที่นักลงทุน และหรือ ผู้ถือหุ้น… ยอมลงทุนกับกิจการตั้งใหม่ที่มีแต่แผนที่เคยได้ยินเป็นครั้งแรก… ไม่มีที่ให้ดูงาน และ หลายกรณีไม่มีแม้แต่ตลาด หรือ ความต้องการซื้อใดๆ อยู่ก่อน

ข้อมูลจากรายงานวิจัยทางธุรกิจเรื่อง The Dawn of the Deep Tech Ecosystem โดย Boston Consulting Group และ Hello Tomorrow ระบุว่า… สาขาวิทยาการที่ถือว่าเป็น DeepTech ที่โดดเด่นจะประกอบไปด้วย Advanced Materials… Advanced Manufacturing… Artificial Intelligence… Biotechnology… Blockchain… Robotics… Photonics… Electronics… Space Technology และ Quantum Computing

ส่วนความสำคัญของ DeepTech ในเชิงพาณิชย์นั้น… จะเป็นการประยุกต์ใช้งานทั้งในทางวิทยาศาสตร์… วิศวกรรม… อุตสาหกรรม และ การบูรณาการเชิงพาณิชย์… ซึ่งองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้เป็น DeepTech แบบดิบๆ ล้วนไม่มีประโยชน์ในทางตรง ไม่ต่างจากการเพาะเชื้อโรคเล่นแบบไร้ประโยชน์โดยไม่เอาไปพัฒนาวัคซีน หรือ เอาไปทำอาวุธชีวภาพ

คำว่า DeepTech เริ่มเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางหลังวิกฤต Subprime Mortgage Crisis ในสหรัฐอเมริกา… โดยข้อมูลจาก Boston Consulting Group ได้รายงานภาพรวมการลงทุนทั้งหมดในบริษัทด้าน Deep Tech ในปี 2011 มีมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ปี 2016 เติบโตขึ้นเป็น 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากเม็ดเงินมหาศาลที่เทคคอมปานีทั้งหมดเร่งลงทุนเพื่อเป็นผู้นำในสาขาวิทยาการต่างๆ ที่สนใจ ซึ่งธุรกิจเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Google… Facebook… Amazon… IBM และ Apple ต่างก็แสดงความสนใจ Deep Tech สาขาหลักอย่าง Artificial Intelligence… Virtual Reality… Drones… Self Driving Cars รวมทั้งการลงทุนที่มาแรงที่สุดอย่าง Space Technology ที่ต้อง “ประยุกต์บูรณาการ หรือ Apply Integrated” วิทยาการชั้นสูงมากมาย

ข้อมูลจาก Alumni Ventures ซึ่งเป็น VC ที่สนใจลงทุนในโครงการ DeepTech ชี้ว่า… ตัวเลขการลงทุนใน DeepTech ทั่วโลกจะแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030

References… 

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.