Mercedes-Benz E 500

E 500… Mercedes-Benz By Porsche #สุดสัปดาห์พาดูรถ

ผมเป็นแฟนพันธ์แท้ Mercedes-Benz W124 หรือที่คนวงการรถเรียกกันว่าเบนซ์ท้ายโลกจำปา ซึ่งเป็นพาหนะเกรดพรีเมี่ยมในยุค 90 ที่มาพร้อมเรื่องเล่าและตำนานมากมายจนหลายคนที่คิดชอบกลายเป็นตกหลุมรักกันไม่น้อย… แม้หลายคนจะเจอรักไปช้ำไป ก็ยังรักไม่มีเปลี่ยนแปลง

ในกลุ่มคนที่หลงรัก Mercedes-Benz W124 ทั้งหมดที่ผมรู้จัก ทุกคนจะใฝ่ฝันถึง W124 E 500 ซึ่งถือเป็นโมเดลบ้าพลังของ W124 ที่นอกจากจะพิเศษที่เครื่องยนต์และช่วงล่างแล้ว… การถือกำเนิดของตำนานรหัสติดท้าย E 500 ยังถือว่าเป็น “ตำนานเบนซ์” อีกบทหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร

Paris Motor Show ปี 1990 ณ บู๊ทของ Mercedes-Benz ได้มีรถโชว์ที่ดึงดูดที่สุดคันหนึ่งในงานจอดไว้ให้คนถ่ายรูปกันมากมาย… รถคันนั้นเป็น Mercedes-Benz 500 E โดยมีข่าวว่าจะวางจำหน่ายในปี 1991 ซึ่งเป็น W124 สมรรถนะขั้นสูงที่ออกแบบ และ ผลิตโดย Porsche

ก่อนหน้านั้น… ค่ายรถยนต์ Porsche ซึ่งทุนน้อยและทำเป็นแต่รถบ้าพลังที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ยาก แถมยังกินน้ำมันอย่างมากจนคนทั่วไปไม่มีใครคิดจะซื้อรถ Porsche มาใช้งานประจำวัน ทำให้ฐานะทางการเงินของ Porsche เข้าตาจนถึงขั้น… ยอมรับงาน Project 2758 หรือ โครงการออกแบบและทดลองเพื่อพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่มีพื้นฐานจากตัวถัง W124 ของ Daimler-Benz AG ในปี 1988

Daimler-Benz AG จ้างงาน Porsche ในโครงการนี้เนื่องจากสายพานการผลิตของ Daimler-Benz สำหรับ W124 สมรรถนะสูงนั้นเล็กเกินไป และ จำนวนการผลิตที่ต้องการก็ไม่มากจนคุ้มค่าการลงทุนกับเครื่องจักร และ สายการผลิตเพิ่มเติมเพื่อคลอด Mercedes-Benz 500 E ที่กว้างกว่ารุ่นปกติ 56 มิลลิเมตร และ เตี้ยลง 23 มิลลิเมตร… และตั้งโจทย์บังคับว่า ต้องการให้มองผิวเผินต้องดูไม่แตกต่างจาก W124 รุ่นมาตรฐานคันอื่นๆ เอาไว้ด้วย

ความท้าทายนั่นเองที่ Porsche รับงานมาทำโดยมีค่าแรงช่วยพยุงฐานะในช่วงยากลำบากได้ด้วย… การหาวิธียกเครื่องยนต์รหัส M119 แบบ V8 ขนาด 4,973 CC ของ SL-Class หรือ R129 มายัดลงในตัวถัง W124 ซึ่งถือว่ามีพื้นที่จำกัดทุกมิติ โดยระหว่างการพัฒนานั้นมีข้อมูลระบุว่า… วิศวกรและนักออกแบบที่ Porsche “ยำ W124 ไป 15 คัน” จึงได้ต้นแบบ หรือ Prototype ให้ Mercedes-Benz 500 E เข้าสู่สายพานการผลิต

Mercedes-Benz 500 E หน้าตาเหมือน W124 ทั่วไปตามโจทย์แต่ที่นอกเหนือจากนั้หลายอย่างเปลี่ยนใหม่หมด ซึ่งไม่ใช่แค่กันชนหน้าหลัง และ โป่งซุ้มล้อที่เห็นได้ชัดเท่านั้น… เพราะรายละเอียดมากมายของช่วงล่างทั้งหมด รวมทั้งการย้ายแบตเตอรี่จากห้องเครื่องไปไว้ท้ายรถเพื่อช่วยการกระจายน้ำหนัก ก็ยังมี Hood Scoop หรือ ช่องดักลมซ่อนไว้ระหว่างไฟหน้าให้ระบบหล่อเย็นเครื่อง V8 ที่รถยุคนั้นมักจะเจาะฝากระโปรงเอา

ส่วนช่วงล่วงทั้งหมดถูกดัดแปลงใช้อะหลั่ยร่วมกับ R129 หลายรายการ และ ทำขึ้นใหม่เพื่อ 500 E เฉพาะอีกมากมาย โดยเฉพาะเฟืองท้ายลูกใหญ่ กับรถเตี้ยกว่ามาตรฐานจนต้องตัดที่นั่งกลางเบาะหลังออก กลายเป็นรถที่นั่ง 2+2 ในรถ 4 ประตูไป

Mercedes-Benz 500 E ประกอบตัวถังที่โรงงาน Porsche แต่ส่งกลับไปทำสีที่โรงงาน Daimler ก่อนจะส่งกลับมาประกอบเครื่องยนต์ และ เก็บงานก่อนส่งมอบที่โรงงาน Porsche อีกรอบ… จึงใช้เวลาในการผลิตรถหนึ่งคันนาน 18 วัน และ ส่งมอบได้เพียงวันละ 10 คันเท่านั้นในระยะแรก ก่อนจะทำได้วันละ 20 คันในระยะต่อมาจนปิดสายการผลิต

Mercedes-Benz 500 E มากับเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 326 แรงม้า ที่แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร… ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนยอดผลิตทั้งหมดนับถึงเดือนเมษายน ปี 1995 มี Mercedes-Benz 500 E และรุ่น Facelift  E 500 อยู่ทั่วโลกเพียง 10,479 คันเท่านั้น

Mercedes-Benz 500 E และ E 500 จึงกลายเป็นรถสะสมหายากราคาแพงไม่ธรรมดาสำหรับ “รถแท้” สภาพสวย และ ชิ้นส่วนมาตรฐานตรงรุ่นครบสมบูรณ์… ในบ้านเรามีรถแท้อยู่ไม่กี่คัน และ มีรถทำ หรือ รถย้ายอะหลั่ยอีกไม่กี่คัน และ เจ้าของหวงกันสุดๆ แม้ว่าจะลงถนนแล้วเสียวความร้อนขึ้นสุดๆ ไปด้วยก็ตาม… Mercedes-Benz 500 E และ E 500 ในเมืองไทยจึงเป็นรถหลบตะวันเอาไว้เที่ยวผับเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็หายไปจากถนน เหมือนกับเจ้าของที่ส่วนใหญ่หายไปจากประตูผับกันหมดแล้ว

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.