Sand Dune

ในปี 2300… โลกอาจเข้าใกล้ภาวะสุดร้อนเท่า 66 ล้านปีก่อน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สภาพภูมิอากาศโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวร้ายลงทุกขณะ โดยผลวิจัยล่าสุดพบว่า มีแนวโน้มที่ระดับอุณหภูมิเฉลี่ยจะพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 50 ล้านปีเป็นครั้งแรก ภายในช่วงเวลาอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า

เวบไซต์ข่าว BBC ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า… สภาพการณ์ดังกล่าวไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน นับแต่ช่วง 10 ล้านปีหลังเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลก ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงจนไดโนเสาร์ต้องสูญพันธุ์ไป

อ้างอิงงานค้นคว้าวิจัยเรื่อง An astronomically dated record of Earth’s climate and its predictability over the last 66 million years โดย Thomas Westerhold และคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากสหรัฐอเมริกาและหลายชาติในยุโรป ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสาร Science โดยระบุว่าได้วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีจากฟอสซิลของแพลงก์ตอนชนิดหนึ่ง ซึ่งขุดได้จากชั้นดินที่ก้นทะเลลึกหลายแห่ง โดยสัดส่วนระหว่างไอโซโทปของออกซิเจนกับธาตุอื่น ๆ ในเปลือกแข็งของแพลงก์ตอน จะช่วยบอกได้ว่าโลกในอดีตแต่ละยุคสมัยมีอุณหภูมิและปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศเป็นอย่างไร

ผลวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ให้เห็นข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นตลอดช่วงยุคซีโนโซอิก หรือ Cenozoic หรือ ตั้งแต่ 67 ล้านปีที่แล้วมาจนถึงปัจจุบัน โดยโลกได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงจากภาวะเรือนกระจกที่ร้อนแรง หรือ Hothouse มาสู่สภาพภูมิอากาศอบอุ่น หรือ Warmhouse และ หนาวเย็น หรือ Coldhouse จนมาสู่ยุคน้ำแข็ง หรือ Icehouse ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน 

แต่ล่าสุดโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาวะ Hothouse อีกครั้ง หลังเผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝีมือมนุษย์

Earth’s Climate History

ข้อมูลจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ได้ว่า ในปี 2300 โลกอาจมีอุณหภูมิพื้นผิวโดยเฉลี่ยสูงกว่าในยุคปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งก็คือสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่คิดจากข้อมูลปี 1960-1991 ถึง 16 องศาเซลเซียส นับว่าไม่ต่างจากสภาพการณ์แบบ Hothouse เมื่อราว 50 ล้านปีก่อน ซึ่งเกิดจากการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมหาศาลเช่นกัน

Professor James Zachos หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยจาก University of California วิทยาเขต Santa Cruz หรือ UCSC ของสหรัฐอเมริการะบุว่า… การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์นั้น สามารถจะส่งผลกระทบได้อย่างรุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าสภาพการณ์ที่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC หรือ The Intergovernmental Panel on Climate Change  ของสหประชาชาติ ได้เคยคาดการณ์เอาไว้มาก และน่าห่วงว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนในอดีต ซึ่งใช้เวลาหลายล้านปี แต่จะเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ศตวรรษข้างหน้า!!!

#FridaysForFuture

Reference

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.