eLearning Course Design… หลักคิดและประเด็นต้องเข้าใจ

Course Design

ในวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้… ภาคการศึกษาดูเหมือนจะสาหัสไม่ต่างจากติดหวัดมรณะทั้งระบบ ที่ต้องปรับตัวไปใช้ e-Learning กันถ้วนทั่ว โดยเฉพาะฝั่งมหาวิทยาลัยที่ถูก Disrupted โดยปริยายจนครูบาอาจารย์รุ่น Boomer ดูเคร่งเครียดและโอดครวญกับภาวะจำยอมนี้… แต่ข้อมูลในมือผมหลายชิ้นก็ชี้ว่า มีหลายคนแอบยินดีอยู่ไม่น้อยที่โอกาสคราวนี้ จะได้ปฏิรูปการศึกษาไปในทาง Technology Based Education ที่ได้รับความร่วมมือโดยปริยาย ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้ว

Technology Based Education เป็นคำใหญ่ที่ไม่ค่อยมีใครเอามาใช้นัก เพราะมีคำว่า e-Learning ให้ใช้เรียกที่เข้าใจง่ายกว่า… ซึ่งในจังหวะเวลาที่ฉุกละหุกแบบนี้ การลุยกันแบบ “หันซ้ายคว้าหันขวาหยิบ” เพื่อพาภาระงานสอนของครูบาอาจารย์ทุกท่าน ไม่เสียหายร้ายแรงจนกระทบต่อการพัฒนากำลังคนของเราเองเพราะเหตุสุดวิสัยแบบนี้

แต่หลังจากนี้… e-Learning คงทำกันแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบนี้ไม่ได้ และในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่กับ Learning Management Systems และ CAI หรือ Computer Assisted Instruction มาตั้งแต่ยุค 90… ผมคิดว่าพอมีประเด็นมาเล่าแบ่งปันหลายๆ ท่านที่อาจจะสนใจบ้าง

วันนี้ผมขอเริ่มด้วย ขั้นตอนการออกแบบหลักสูตร e-Learning กันก่อนน๊ะครับ!

1. เริ่มที่วิจัยในชั้นเรียน หรือวิจัยกับผู้เรียนอย่างละเอียด

ประเด็นนี้สำคัญมากที่จะเข้าใจนักเรียนของท่านก่อน ทั้งมิติของพื้นฐานความรู้ก่อนจะเรียนเนื้อหาหลักสูตรของท่าน และมิติของเทคโนโลยีการศึกษาตั้งแต่ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร เครือข่ายอินเตอร์เน็ต… ซึ่งท่านต้องรู้จักนักเรียนของท่านจริงๆ เพื่อเตรียมหลักสูตร ที่คนสอนกับคนเรียนอยู่ต่างสถานที่และสิ่งแวดล้อมกัน

นอกจากนั้น… ประเด็นจิตวิทยาการเรียนรู้ และการโน้มน้าวดึงดูดเชิญชวน ของเนื้อหาในหลักสูตรที่จำเป็นมากกว่าการเตรียมการสอนในชั้นเรียนแบบเก่าอย่างมาก… ซึ่งต้องรู้จักนักเรียนของท่านก่อนจึงจะออกแบบบทเรียนและหลักสูตรของท่านได้… ท่านที่มีข้อมูลจากการทำวิจัยในชั้นเรียนอยู่แล้ว ลองงัดออกมาตีความดูน๊ะครับว่า พฤติกรรมของนักเรียนของท่าน เปิดช่องทางไหนให้เจาะใจได้บ้าง… แต่ถ้ายังไม่มีผมแนะนำสองทางเลือกครับในเวลานี้… แบบแรกคือไปทำวิจัยกับนักเรียนของท่านมา ทำแบบสอบถามไปแคะเอา Insight ออกมาให้รอบด้าน… หรือจะใช้แบบที่สองคือการสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวแทนนักเรียนแบบ In-dept Interview และทำ Empathy Map มาด้วยยิ่งดี… ท่านที่ยังไม่ทราบว่า Empathy Map ทำยังไง คลิกที่นี่ได้ครับ

2. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลจากงานวิจัยต้องวิเคราะห์ครับ… และผมอยากแนะนำให้เอา Empathy Map มาถอดจากงานวิจัยในชั้นเรียน หรืองานวิจัยกับผู้เรียน แต่ถ้าทำ Empathy Map จากข้อหนึ่งโดยนักเรียนของท่านมาแล้ว ก็ตรวจดูรายละเอียดว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย… พยายามตอบคำถาม Empathy ทั้ง 6 ประเด็นให้ครบ ซึ่งจะทำให้ท่านเหลืองานในขั้นการออกแบบเนื้อหาและหลักสูตรไม่มาก

3. กำหนดวัตถุประสงค์

โดยทั่วไปในขั้นนี้เราจะใช้ข้อมูลจากช่อง Pain และ Gain ของ Empathy Map มาสร้างวัตถุประสงค์… ถ้าท่านได้ Empathy Map จากนักเรียนหรือกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก… ท่านอาจจะเจอ Pain และ Gain หลากหลายจนต้องกรอบวัตถุประสงค์โดยเลือกเอาส่วนไหนไว้และทิ้งส่วนไหนไป ซึ่งหลายครั้งต้องใช้กลยุทธ์ในการออกแบบเนื้อหาและหลักสูตรหลายระดับ เพื่อนักเรียนหลากหลาย Pain

4. ทำบทเรียนต้นแบบบนโครงสร้างหลักสูตรต้นแบบ

เราเรียกทั้งหมดว่าต้นแบบเพื่อจะได้เข้าใจตรงกันว่า… นี่ยังไม่ใช่เนื้อหาและหลักสูตรจริง ซึ่งท่านต้องรีบทำออกมาให้เร็วด้วยความเชื่อว่า ต้นแบบชุดแรกตอบวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้แล้ว… ต้นแบบบทเรียนควรสร้างขึ้นด้วยเทคนิคง่ายๆ ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด รวมทั้งใช้สื่อประกอบเนื้อหาที่สร้างขึ้นหรือหาได้ง่ายๆ 

5. ทดสอบต้นแบบเนื้อหาการเรียน

การเอาเนื้อหาในบทเรียนที่เตรียมขึ้น ไปทดสอบใช้กับกลุ่มตัวอย่างและขอ Feedback จากนักเรียนอย่างรอบด้านจะสำคัญมาก หลายหลักสูตรอาจจะต้องทดสอบกับนักเรียนหลายกลุ่ม เพื่อให้ครอบคลุมความหลากหลายของ Persona นักเรียน… และนำ Feedback กลับมาปรับเนื้อหาบทเรียนและหลักสูตรต้นแบบ

6. ออกแบบฉากทัศน์ หรือ Scenario และผลิตสื่อประกอบบทเรียน

ขั้นนี้ให้ถือว่าท่านได้รูปแบบการนำเสนอเนื้อหาบทเรียนที่ชัดเจนแล้วว่า… นักเรียนของท่านสามารถรับสารที่เป็นความรู้และทักษะจากท่านด้วยเทคนิคการนำเสนอจากท่านแบบไหนอย่างไร สั้นยาวและเปลืองเวลาแค่ไหน… การออกแบบ Scenario ที่จะส่งสารแต่ละฉาก ต้องการสื่ออย่างวิดีโอ ภาพหรือสิ่งของเครื่องใช้อะไรอย่างไร เช่นการสอนวิทยาศาสตร์เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า ท่านอาจจะต้องเตรียมชุดทดลองอย่างลวดอ่อนแท่งโลหะและถ่านไฟฉายส่งให้นักเรียนที่ลงทะเบียนก่อนเรียนก็ได้ แล้วก็สาธิตการทดลองด้วยคลิปวิดีโอพร้อมอธิบายเนื้อหาบทเรียนไปด้วย… และอย่าลืมออกแบบเครื่องมือประเมินความรู้หลังเรียนเตรียมไว้ด้วย

7. รวบรวมเนื้อหาบทเรียน และออกแบบ Learning Journey ตลอดหลักสูตร

ในขั้นนี้ท่านจำต้องเข้าใจเรื่องบทเรียน วิชาและหลักสูตรเป็นอย่างดี ถ้ายังไม่เข้าใจก็ขอให้ท่านกลับไปศึกษาให้เข้าใจก่อนเพราะผมจะไม่ลงรายละเอียดในมุมนั้นให้… แต่จะแนะนำให้ท่านเอาเนื้อหาบทเรียนที่ออกแบบในทุกๆ บทที่มีและจำเป็นต้องมี… มาเรียงกันเพื่อสร้างลำดับการเรียนรู้ให้นักเรียนว่าต้องรู้อะไรก่อนอะไร และบทเรียนไหนต่อจากบทเรียนเรื่องอะไรจนครบและเข้าใจง่าย… อย่าลืมว่าผู้เรียนต้องเข้าใจและใช้ลำดับเหล่านี้ได้เองโดยไม่สับสน… และถ้าจะให้ดีก็อย่าลืมทำคู่มือการเรียนประกอบให้ชัดเจนด้วย

8. ทดสอบ Beta Courseware

ใช่ครับครั้งนี้ต้องทดสอบชุดใหญ่กับนักเรียนหรือกลุ่มตัวอย่าง… ซึ่งต้องทำเช่นเดียวกันกับการทดสอบต้นแบบบทเรียนคือ… ขอ Feedback จากนักเรียนอย่างรอบด้านเพื่อปรับ Learning Journey ให้ตรงกับกลุ่มนักเรียนมากที่สุด

9. เตรียม Manifest Data และข้อมูลทั่วไปของหลักสูตร

ขั้นสุดท้ายท่านต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อใช้ในการเผยแพร่หลักสูตร e-Learning ของท่าน… ตั้งแต่ชื่อหลักสูตร ชื่อคนทำหลักสูตร คำโปรย คำอธิบาย คำแนะนำหรือแม้แต่ข้อความประชาสัมพันธ์ รวมทั้งคำสำคัญที่ใช้สืบค้น หรือ SEO Keyword… ซึ่งข้อความชุดนี้จะต้องใช้ตอนบรรจุ Courseware ของท่านลงระบบหรือ LMS… ที่ไม่ว่าท่านจะทำเองหรือส่งผ่านผู้ดูแลระบบ ข้อมูลเหล่านี้ล้วนจำเป็นและสำคัญอย่างมากไม่แพ้เนื้อหาในบทเรียนเลย

ขั้นตอนทั้ง 9 เป็นเพียงขั้นตอนคร่าวๆ ที่หลายท่านอาจจะพอเห็นภาพบ้าง ในขณะที่หลายท่านคงยิ่งงงกว่าเดิม เพราะเป็นเนื้อหาค่อนข้างเฉพาะเจาะจงพอสมควร… ซึ่งผมเพียงอยากให้เข้าใจเป็นเบื้องต้นเพียงว่า… การทำ e-Learning ต่างจากการสอนกันผ่าน Video Call หรือ Video Conference อย่างมาก… ซึ่งการผลิตคอร์สเรียนออนไลน์ หรือ e-Learning Course มีมากกว่าการทำ Video Conference Teaching ที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ e-Learning ทั้งหลักสูตรเท่านั้น… ซึ่งจุดอ่อนจุดแข็งของเครื่องมือสื่อสารออนไลน์และ Digital Contents แบบต่างๆ ที่นำมาใช้พัฒนาหลักสูตรเพื่อการสอนออนไลน์นั้น จำเป็นต้องใช้อย่างเหมาะสมและออกแบบไว้อย่างดี หาไม่แล้ว… e-Learning จะเป็นเพียง ความยุงยากซ้ำซ้อนที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากการเรียกนักเรียนเข้าห้องแล้วสอนให้จบๆ ชั่วโมงแบบเดิม

จนคุณค่าของ e-Learning ถูกบิดเบือนจากคนที่ไม่เคยสัมผัส หรือเรียนผ่าน e-Learning ที่ถูกต้องครบถ้วนมาก่อนด้วยซ้ำ!!! 

ถึงตรงนี้มี 2 ประเด็นที่ต้องเข้าใจก่อนก็คือ… หนึ่งคือ Mindset เรื่อง e-Learning คืออนาคตของการศึกษา… และสองคือ… e-Learning สร้างคนด้วยปรัชญาการศึกษาที่ต่างจากการเรียนในชั้นเรียนจนเทียบกันไม่ได้ในหลายๆ กรณี… จังหวะในวิกฤต COVID-19 คราวนี้จึงเหมาะเหลือเกินที่จะให้ความรู้ความเข้าใจเรื่อง e-Learning ที่ถูกต้อง และนำมาประยุกต์ใช้งานจนกลายเป็น Lifestyle Learning ซึ่งเป็นขั้นต่อไปของยุคสมัยที่การเรียนรู้ จะเกิดขึ้นทุกเช้าวันใหม่ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในโลก VUCA ที่ผันผวนไม่แน่นอน ซับซ้อนและคลุมเครืออย่างยิ่ง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

bioplastique

นวัตกรรมการจัดการขยะอินทรีย์และพลาสติกชีวภาพ #FridaysFor Future

ขยะอินทรีย์ในประเทศมีปริมาณปีละ 17.28 ล้านตัน สามารถนำมาคัดแยกขยะจากต้นทางโดยใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ จะสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ถึงปีละ 11.52 ล้านตัน คิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้นกับประเทศถึง 115,200 ล้านบาท

มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 24

มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 ปีนี้จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเป็นปีแรก เริ่มงานวันที่ 2 ตุลาคมนี้แล้วครับ… งานมียาวไปจนถึงวันที่ 13 ตุลาคมครับ รายละเอียดการจัดงานก็มีการออกร้านหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ เหมือนปกติ แต่ดูผังการจัดงานแล้วผมคิดว่า… ต้องเตรียมตัวกันเยอะหน่อยนึงถ้าจะไปงานนี้ ดูจากผังและพื้นที่จัดงาน น่าจะเดินกันขาขวิดกว่าจะทั่ว สังเกตุจากสีบนผังน๊ะครับ สำหรับท่านที่จะไปเลือกหนังสือ ในงานจะแบ่งออกเป็นโซนๆ 7 โซนครับ โซนทั่วไป +

Hand in Hand

Human Perspective… โปรดระวังมุมมอง

มุมมอง หรือ Perspective ของคนแต่ละคนเมื่อเชื่อมโยงเข้ากับความต้องการ หรือ ความอยาก หรือ Needs ส่วนตัวของคนๆ นั้นเข้าไป “ความเห็นที่แยกแยะโดยความอยากส่วนตัว” จึงกลายเป็น “ความเข้าใจส่วนตัว” ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับ “ข้อเท็จจริง” หรือหนักหนาถึงขั้นไม่ใส่ใจข้อเท็จจริงเลยสักนิดเดียวก็มี

eco friendly business

แนวคิดการสร้างธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม #FridaysForFuture

ในธุรกิจที่ท่านขับเคลื่อนดำเนินการอยู่ มีสัดส่วนอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของเสียที่กระทบดินน้ำอากาศและพลังงานบ้างหรือไม่?