Fail Fast Strategy… กลยุทธ์ล้มเหลวให้ไว #SaturdayStrategy

คำว่า Fail Fast หรือ Fail Fast, Fail Often และ Fail Fast, Fail Cheapโดยทั่วไปจะถือว่าเป็นคำกล่าวเพื่อสะท้อนวัฒนธรรมสตาร์ทอัพ หรือ Startup Culture โดยในทางเทคนิคจะเป็นการ “ลองผิดลองถูก” กับ “ระบบ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม หรือไม่ก็เป็นการพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์บนโจทย์ปัญหาใหม่ที่ยังไม่มีใครทำได้มาก่อน… ในทางปฏิบัติตามกรอบวัฒนธรรมสตาร์ทอัพที่พูดกันชินปากว่า Fail Fast จึงไม่ใช่ของใหม่มาจากไหน…  เพราะทั้งหมดคือการทดลองทำ หรือ ลงมือทำดูเดี๋ยวนั้นเลยว่าผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าวิเคราะห์ และหรือ วิจัย หรือ มีข้อมูลที่มากพอมาสนับสนุนการทดลองทำ หรือ การลงมือทำครั้งนั้นมากพอ… โอกาสจะ Fail หรือ ล้มเหลวก็คงน้อยลงมาก หรือ ไม่มีเลยก็เป็นไปได้… ซึ่งยังไงก็ดีกว่าล้มเหลวอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะล้มเร็วแค่ไหน

ในฐานะโปรแกรมเมอร์… โดยส่วนตัวคิดว่าการพูดถึง Fail Fast ช่างดีงามต่องานเขียนโปรแกรมที่โปรแกรมเมอร์ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ ERROR สารพัดแบบให้เจอทุกวัน ซึ่งหลายคนเคยเจอทั้งวันติดต่อกันเป็นอาทิตย์กว่าจะแก้ไข ERROR ที่เป็นเหมือนวงเวียนกรรมของโปรแกรมเมอร์ก็ว่าได้… ซึ่งข้อดีของการได้เจอ ERROR เยอะๆ ให้ Fail มากๆ ในระหว่างทำงานก็มักจะได้ผลงานที่ “ทนทานต่อข้อผิดพลาด หรือ Fault Tolerance” ซึ่งสำคัญกับความสามารถในการทำงานได้อย่างถูกต้อง… แม้จะเกิดความผิดพลาดอื่นที่ไม่เคยปรากฏ และหรือ คาดไม่ถึงมาก่อน

ท่านที่เข้าใจ และ มีประสบการณ์กับวัฒนธรรม Fail Fast และ Fault Tolerance แบบผ่านประสบการณ์จริงๆ มาก่อนยุค “Move Fast and Break Things” ที่ Mark Zuckerberg ใช้อธิบายวัฒนธรรมการทำงานใน Facebook จนกลายเป็นแพลตฟอร์มทรงอิทธิพลของโลกจนถึงปัจจุบัน… ซึ่ง “Move Fast and Break Things” ถือเป็นพัฒนาการของวัฒนธรรม Fail Fast ที่ดัดแปลงมาจากคำคมของ John C Maxwell อีกทีจนกลายเป็นวัฒนธรรมการจัดการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม… ซึ่งสตาร์ทอัพส่วนใหญ่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนวัตกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และ มักจะมีซอฟแวร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจเสมอ… ซึ่งการทำงานในวัฒนธรรมแบบ Fault Tolerance ด้วยกลยุทธ์ Fail Fast จะต่างจากการทำงานแบบ Fault Tolerance ยุคก่อนที่พูดถึง Fail Safe… Fail Secure และ Fail Gracefully ซึ่งเป็นแนวคิดหาทางกำจัดความเสี่ยงที่จะผิดพลาดเพื่อให้ Safe… Secure และ Gracefully ให้ได้แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ… ซึ่งการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Fail Fast จะเดินเข้าหาความเสี่ยงเพื่อเรียนรู้ มากกว่าที่พยายามอยู่ห่างๆ เพื่อให้ความเสี่ยงเหลือน้อยจะได้ปลอดภัย หรือ Safe… ไร้กังวล หรือ Secure และ ล้มอย่างสง่างาม หรือ จบให้สวย หรือ Gracefully… ซึ่งไม่ได้ให้คุณค่ากับความล้มเหลวที่สามารถปกป้องความผิดพลาดได้ไกลกว่านั้นมาก

References… 

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts