Far And Away… ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน #หนังดีที่เคยดู

Far and Away 1992

เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างคหบดีมั่งคั่งเจ้าของที่ดินในไอร์แลนด์ กับชาวบ้านยากไร้ที่เข้ามา “เช่าอาศัย” ทำกินสร้างครอบครัวในผืนดินแห้งแล้ง ซึ่งทำกินอะไรเลี้ยงครอบครัวแทบไม่ได้จนไม่มีค่าเช่าจะจ่ายให้เจ้าของที่ดิน… Stephen Chase ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ให้ครอบครัว Christie จึงพาพวกขี่ม้าไปเผากระท่อมของครอบครัว Donnelly ที่ค้างค่าเช่ามานานในวันที่ครอบครัว Donnelly กำลังจะฝังศพบิดาผู้ยากไร้ของพวกเขา

เหตุการณ์วันนั้นนำมาซึ่งความเคียดแค้นของลูกชายคนเล็กจากครอบครัว Donnelly ชื่อ Joseph Donnelly ผู้มุ่งมั่นเพียรพยายามด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะมีที่ดินเป็นของตนเองตามที่พ่อสั่งเสียไว้ก่อนตาย บวกกับคำยุยงเย้ยหยันของพี่ชายไม่เอาถ่านสองคนกับคำพูดของเพื่อนบ้านไร้สาระ… Joseph Donnelly จึงถือปืนคาบศิลาสนิมเขรอะ บุกคฤหาสถ์ Christie เพื่อจัดการเจ้าของที่ดินหน้าเลือดให้สมแค้น

Joseph Donnelly เข้าไปซุ่มอยู่ในคอกม้าของบ้าน Christie และเผลอหลับไปจนได้ยินเสียงฝีเท้าม้าอยู่ด้านนอก… Shannon Christie ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว Christie กำลังจะเอาม้ากลับเข้าคอก Joseph Donnelly ผู้ซึ่งซุ่มดูเธออยู่อย่างเงียบที่สุด แต่ก็ซุ่มหลบไม่พ้นสัญชาตญาณของสาวน้อย Shannon Christie และ ด้วยนิสัยแก่นกล้าบ้าบิ่นไม้แพ้ใครของ Shannon Christie… เธอจึงคว้าคราดเหล็กในคอกม้าใกล้มือมาเป็นอาวุธ และ จ้วงใส่ต้นขาของ Joseph Donnelly จนล้มลง ก่อนจะวิ่งตะโกนหาคนช่วยด้วยอารามตื่นตระหนกที่ทำร้ายคนบาดเจ็บเป็นครั้งแรก

พ่อแม่ของ Shannon Christie วิ่งออกมาดูลูกสาว ในขณะที่ Joseph Donnelly ก็เดิน​​กระโผลกกระเผลกลากปืนสนิมเขลอะตามมาเจอ Daniel Christie พ่อของหญิงสาวที่ฝากแผลไว้ที่ต้นขาของเขา… Joseph Donnelly ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเหนี่ยวไกปืน ซึ่งไม่ระคายผิวของ Daniel Christie สักนิด เพราะปืนกระบอกนั้นระเบิดใส่ตัวเองจนสลบเหมือดคาที่

ครอบครัว Christie ซึ่งเนื้อแท้เป็นคนดีน่ายกย่องครอบครัวหนึ่ง จึงดูแลการบาดเจ็บของ Joseph Donnelly จนทราบต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งเรื่องที่ดินแห้งแล้งที่ครอบครัว Donnelly ติดค้างค่าเช่า และ ถูกเผาไล่ที่ให้คับแค้น ซึ่ง Daniel Christie เจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงจึงจำใจยอมให้ Joseph Donnelly ได้ดวลปืนกับ Stephen Chase เพื่อสะสางความขัดแย้งที่ทำกับครอบครัวของ Joseph Donnelly ในวันต่อมา

แต่ Shannon Christie ผู้ใฝ่ฝันจะไปอเมริกา โดยมีโฆษณา Land Run ของเขต Oklahoma ซึ่งเป็นกิจกรรมแข่งขันจับจองที่ดินฟรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กันยายน ปี 1893…  Shannon Christie ผู้กำลังหาวิธีหนีพ่อแม่ไปอเมริกา โดยเฉพาะการหาเพื่อนร่วมทางจึงชักชวนให้ Joseph Donnelly ให้ไปกับเธอในฐานะเด็กรับใช้ ซึ่งเธอจะออกค่าเรือให้ และ หมดพันธะระหว่างกันเมื่อถึงอเมริกา… เช้าวันดวลปืนระหว่าง Joseph Donnelly กับ Stephen Chase ซึ่งหมอกลงจัดนั่นเองที่ Shannon Christie ชิงเอาตัว Joseph Donnelly ไปจากลานดวลปืนก่อนที่จะทันได้มีใครยิงใคร… แต่อเมริกาในปี 1892 ก็ไม่ใช่ดินแดนสวยงามสำหรับนักผจญภัยวัยฝันจากไอร์แลนด์อย่าง Shannon Christie และ Joseph Donnelly เลย… ชิวิตในอเมริกาก่อนคริสต์มาสปี 1892 ของทั้งคู่ จึงต้องชดใช้หลายอย่างให้ความเขลาที่มีเพียงความมุ่งมั่นตั้งใจเท่านั้นที่ประครองให้ทั้งคู่ “ผ่านช่วงเวลาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าที่คิดว่าย่ำแย่มาก่อนมาก”

Far And Away สร้างขึ้นอิงเหตุการณ์ Land Run of 1893 หรือ Cherokee Strip Land Run ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของอเมริกา และ มลรัฐโอคลาโฮมา หรือ Oklahoma State ซึ่งได้สถาปนาเป็นมลรัฐในปี 1907 หลังจากมีผู้ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอาศัยตั้งแต่กิจกรรม Land Run ปี 1893 เป็นต้นมา… 

Land Run of 1893 หรือ Cherokee Strip Land Run เป็นกิจกรรมจัดสรรที่ดินเขตทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ที่รัฐบาลสหรัฐเคยเช่าที่ดินของอินเดียแดงเผ่า Cherokee ให้กองเกวียนของผู้อพยพจากยุโรปได้อาศัย ก่อนจะยกเลิกการเช่า และ เวนคืนเป็นที่ดินของรัฐด้วยค่าชดเชยให้อินเดียแดงที่อ้างความเป็นเจ้าถิ่นในราคา 1.4-2.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อเอเคอร์ หรือ ราว 2.53 ไร่ ในสมัยประธานาธิบดี Benjamin Harrison ประธานาธิบดีคนที่ 23 ของสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ Land Run of 1893 เป็นกิจกรรมชิงกรรมสิทธิ์ที่ดินครั้งที่สอง ต่อจาก Land Run of 1889 จึงเป็นเหตุการณ์ใหญ่มีคนจากทั่วสารทิศเข้าร่วมกว่า 100,000 คนเพื่อชิงที่ดินจัดสรรทำเลต่างๆ กว่า 40,000 แปลงครอบคลุมเนื้อที่ 6,000,000 เอเคอร์ โดยตั้งสำนักงานที่ดิน หรือ Land Offices ขึ้นถึง 4 แห่งใน 4 เมืองคือ Perry… Enid… Woodward และ Alva เพื่อรองรับกิจกรรม Land Run of 1893 โดยกิจกรรมเริ่มขึ้นช่วงเที่ยงวันของวันที่ 16 กันยายน ปี 1893

ภาพถ่าย Land Run of 1893 เหตุการณ์จริง
Far and Away 1992

ส่วนเรื่องราวของ Shannon Christie และ Joseph Donnelly จาก Far and Away ที่เขียนเป็นนิยายน้ำเน่าพล๊อตดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ทั้งคู่ได้ผจญภัยร่วมกันในดินแดนที่เชื่อมั่นความเท่าเทียม แต่ก็เห็นมีความย้อนแย้งของการเอารัดเอาเปรียบที่มีโอกาส อำนาจและอิทธิพล ปรากฏเป็นความเหลื่อมล้ำไม่แตกต่าง… สารแฝงจาก Far and Away จึงมี Message จิกกัดเบาๆ กับอเมริกาหลายฉาก โดยเฉพาะการเสนอภาพทางเลือกของคนด้อยโอกาส ที่ผู้ชายต่อยมวยหาเงินจากเศษเสี้ยวของเงินเดิมพัน ในขณะที่ผู้หญิงส่วนหนึ่งก็ขายตัวแลกเศษเงิน ซึ่งทั้งสองทางเลือกไม่เคยให้อนาคตที่ดีกับใคร… แม้แต่ Shannon Christie ผู้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ก็ไม่มีโอกาสเอาชนะความเหลื่อมล้ำที่ถูกกำหนดโดยใครบางคนที่กลาย “เป็นคนกำหนด หรือ มีอิทธิพลที่จะกำหนด” ถึงแม้บางครั้งจะเรียกว่าโชคชะตา ซึ่งไม่ว่าจะเป็น Shannon Christie หรือ ใครก็ตามที่มี “ความคิดตื้นเขิน” ต่างก็มักจะพาตัวเองเข้าสู่ตาจนได้ไม่ยาก และ จากนั้นก็จะมีแต่ “ฐานคิดที่ดีงามถูกต้อง” เท่านั้นที่จะเปิดทางออกที่ดีให้ได้ เหมือนที่ Shannon Christie เลือกอาชีพถอนขนไก่ในยามตกต่ำมากกว่าจะไปทำงานบาร์หรือขายตัว… ในขณะที่ Joseph Donnelly ผู้เป็นคนดีและมีดีในตัวมาก แต่ก็ต้องเรียนรู้อะไรอีกมากในโลกที่ “คนดีฉลาดน้อย หรือ รู้น้อย และ รู้เท่าทันตัวเองน้อย” มักจะไม่มีโชคจากความบังเอิญ หรือ บุญพาวาสนาส่งแบบในนิทานประโลมโลกใดๆ นอกจาก “การตัดสินใจ” ของตัวเอง

Far and Away โดยส่วนตัวคิดว่าวางพล๊อตเขียนบทได้ไม่ดีเท่าไหร่ หลายเหตุการณ์ดูไม่สมจริงตามแนวหนังดราม่าอิงเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ แต่การได้ Tom Cruise มารับบท Joseph Donnelly และ ได้ Nicole Kidman มารับบท Shannon Christie ซึ่งทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ เป็นคู่สามีภรรยาในชีวิตจริงระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ บวกกับฝีมือการแสดงขั้นสุดยอดของทั้งคู่ เลยทำให้หนังพล๊อตน้ำเน่าออกมาดูสนุกได้ดีทีเดียว… Far and Away อำนวยการสร้างโดย Ron Howard และควบคุมงานถ่ายทำและลำดับภาพด้วยตนเองได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับยุคสมัยที่เครื่องมือถ่ายทำ และ เทคนิคบันทึกเสียงต้องใช้ฝีมือบวกจินตนาการอย่างมากในการผลิตผลงาน… หนังใช้ทุนสร้าง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ออกฉายครั้งแรกวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 1992 ทำรายได้ไป 137.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อลาโรง… สำหรับผมถือเป็นหนังน้ำเน่ายาว 140 นาทีที่ดูได้ไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะงานดนตรีประกอบผลงานของ John Williams ที่ผมมองว่าค่อนข้างปราณีต… ส่วนการถ่ายทำด้วยกล้องพาโนรามาซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายทำภาพยนต์เทคนิคใหม่ในสมัยนั้น ภายใต้งานกำกับภาพของ Mikael Salomon ถือว่าเก็บรายละเอียดภาพได้ค่อนข้างดี… ซึ่งถ้าได้บท และ โครงเรื่องดีกว่านี้ก็คงเหลืออะไรให้เสียดายน้อยกว่านี้มาก

สุขสันต์วันอาทิตย์ครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Negative Production Externalities, Negative Consumption Externalities

การค้าระหว่างประเทศกับสิ่งแวดล้อม โดย ผศ. สิทธิกร นิพภยะ #GreenEconomy

แนวทางที่หนังสือกล่าวถึงโดยรวมจะโฟกัส การผลิตที่ทําให้คนอื่นเดือดร้อน หรือ Negative Production Externalities และ การบริโภคที่ทําให้บุคคลอื่นเดือดร้อน หรือ Negative Consumption Externalities… ซึ่งตรงไปตรงมาต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยรวม ทั้งที่ชัดเจนว่าเป็นปัญหา และ คลุมเครือว่าจะตัดสินเรื่องถูกผิด หรือ ถูกผิดเหมาะควรแค่ไหรอย่างไร… ซึ่งตัดสินกันที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทำบุคคลอื่นเดือดร้อน… 

Innovation

Invention กับ Innovation… และหลักการทำ Business Transformation #SaturdaysSMEs

การใช้นวัตกรรมในฐานะผู้ใช้งานดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหา แค่เรียนรู้และใช้ให้เป็นก็เพียงพอที่จะอยู่รอดอย่างสบายถ้าเทคโนโลยีเหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องมือ… แต่ถ้าเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงเป็นมากกว่าเครื่องมือ ที่หมายถึงการเป็น Core Business ที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอด ความสำเร็จล้มเหลวและการแข่งขัน ถึงชั่วโมงนี้อาจจะต้องมาเรียนรู้กันแล้วว่า… ต้นทางของเทคโนโลยีอย่างสิ่งประดิษฐ์ริเริ่มและนวัตกรรมอันไหนอย่างไรจะกลายเป็น S-Curve ใหม่ให้ธุรกิจได้บ้าง

Learning

ครูพร้อม.com และ ครูพร้อมอยากแชร์ Challenge… #ReDucation

เชิญชวนครู และ บุคคลทั่วไปไม่จำกัดอายุ สร้างสรรค์คลิปวีดิโอ ความยาว 5–10 นาที มีเนื้อหาสาระสำหรับนักเรียนระดับชั้นใดก็ได้ ที่ต้องการแบ่งปันแลกเปลี่ยนให้แก่เพื่อนครู บุคลากรทางการศึกษา สามารถนำไปปรับใช้ และ สร้างเนื้อหา หรือ Content เกี่ยวกับอาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ จะเป็นวีดิโอเดิมที่เคยจัดทำไว้ หรือ ถ่ายทำใหม่ก็ได้… โดย Upload บน Facebook และตั้ง Post เป็น สาธารณะ หรือ Public แล้วติด TAG #ครูพร้อมอยากแชร์

young boy listening

The Art of Reactions to Feedback… ศิลปะการรับมือกับเสียงติชม

การฟังแบบ Empathy ก็ยังถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะยังมีการฟังอีกอย่างหนึ่งที่ยากกว่า นั่นก็คือ… การฟังเสียงติชมหรือ Feedback ซึ่งสารที่ได้ยิน ส่วนใหญ่จะจู่โจมผู้ฟังมากกว่าสารแบบอื่นๆ ที่จะเป็นรองก็เพียงแต่การถกเถียงขั้นขัดแย้งตอบโต้ด่าทอเท่านั้น อันเป็นสารที่กระทบความรู้สึกของผู้ฟังอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะความรู้สึกด้านลบครีมหมักจากมีปฏิกิริยาตอบโต้ ค่อนข้างฉาบฉวยที่หมายถึง ขาดการไตร่ตรองก่อนการตอบโต้นั่นเอง