First Impression… แรกแลก็หลงรัก

ความประทับใจแรก หรือ First Impression… เป็นความรู้สึกสำคัญของคนที่ถูกเห็น และทัศนของคนเห็น ที่ใช้เวลาอันน้อยนิด… มอง… และประมวลผลเป็นข้อสรุปอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความน่าเชื่อถือ ความสามารถ มิตรภาพ ความซื่อสัตย์สุจริตและอะไรอีกมาก แม้แต่เรื่องที่หาเหตุผลอธิบายไม่ได้จนบางครั้งมีคนใช้คำว่า “สังหรณ์” แทนตรรกะและเหตุผล

หลายแนวคิดอ้างเรื่องความประทับใจแรก หรือ First Impression ย้อนไปไกลถึงยุควิวัฒนาการเผ่าพันธ์มนุษย์… เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า เพื่อความอยู่รอด มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาสัญชาตญาณ เพื่อประเมินว่าคนที่อยู่ตรงหน้า เป็นอันตรายหรือเป็นมิตร… ซึ่งเป็นหนทางสำคัญถึงขั้นชี้เป็นชี้ตาย

เมื่อมนุษย์วิวัฒน์มาถึงยุคปัจจุบัน… ความประทับใจแรก หรือ First Impression ก็ยังสำคัญอยู่ แม้มนุษย์จะเรียนรู้และสั่งสอนบอกกล่าวกัน “ให้ปรับแต่งท่าที” เพื่อสร้างความประทับใจแรก หรือ First Impression ให้เป็น เพื่อประโยชน์ต่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว… หัวข้อที่จะนำเสนอต่อไปนี้ก็เป็นแนวทาง “การปรับแต่งท่าที” เพื่อสร้างความประทับใจแรก หรือ First Impression… และหวังผลยาวไปถึง การเปลี่ยนความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ไปเป็นความพึงพอใจที่ให้ประโยชน์กับเราไปอีกนานนั่นเอง…

1. Know Your Context หรือ เข้าใจบริบทของตน

คำว่าบริบทในที่นี่… จะโฟกัส กาละเทศะ ที่แปลว่าควรเตรียมตัวและวางตัวให้ถูกกาละเทศะ หรือไม่ก็ใช้กาละเทศะ เป็นเครื่องมือสร้างจุดเปลี่ยนท่าที เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์… ประเด็นก็คือ วาระนี้เป็นการเตรียมตัวเพื่อไปพบคนอื่น หรือคนอื่นๆ อีกมาก… ซึ่งบริบทที่ว่า จะหมายถึง “ตนเองท่ามกลางสายตาและทัศนคติของคนอื่น หรือคนอื่นๆ อีกมากที่มองมา ในบทบาทที่เรากำลังจะเป็นต่อหน้าคนเหล่านั้น”

2. Adjust Your Attitude หรือ ปรับทัศนคติมุมมอง

ทัศนคติเป็นกำลังภายในที่สำคัญ ในการผลักดัน “ท่าทีของเรา” เครียด สุข ทุกข์ เศร้าในตัวจะเป็นเรื่องหนึ่ง ณ ช่วงเวลาที่ต้องพบปะ… หลายกรณีการปรับท่าทีให้เหมาะควรมีความสำคัญมาก และหลายคนไม่รู้ว่าต้องฝืนปรับท่าทีเมื่อต้องพบปะอย่างไร… หลายตำราแนะนำให้เริ่มที่ทัศนคติ หรือมุมมองที่ต่างไปจากเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับท่าทีที่ต้องการ

3. Search for Common Ground หรือ ค้นหาจุดร่วมกับคนอื่น

โดยส่วนใหญ่คนเรามีแนวโน้มที่จะชอบคนเหมือนกัน การปรับตัวเพื่อให้กลายเป็น “คนน่าประใจ” จึงต้องใช้ทั้งข้อมูล ความรู้ การสังเกตและความละเอียดรอบคอบประกอบกัน… หาอะไรที่เหมือนให้เจอ เหมือนที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ต่างเรียนและฝึกกอล์ฟ เข้าคลับตีสควอชในโรงแรมห้าดาว หรือไปเป็นศิษฐ์วัดดังที่ลูกค้าส่วนใหญ่แวะเวียน

4. Shift The Focus from Yourself to Others หรือ เปลี่ยนจากสนใจตัวเองไปสนใจคนอื่น

วาระที่ต้องการ “เป็นคนน่าประทับใจ” คือการเป็นคนที่มีท่าทีชัดเจนว่าให้เกียรติผู้อื่น สนใจคนรอบข้างและเป็นผู้ฟังที่ดี… สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ ความประทับใจแรก หรือ First Impression จากโมเมนต์ “แรกเห็น” สามารถเปลี่ยนเป็น “ความผิดหวัง” ได้ง่ายมาก หากปฏิสัมพันธ์ในลำดับต่อมาไม่เป็นที่ประทับใจ… เหมือนการเตรียมกายเตรียมใจอย่างดีไปสัมภาษณ์งาน แต่การพูดคุยระหว่างสัมภาษณ์ การแสดงความ “ใส่ใจ” ต่อคู่สนทนาไม่เหมาะสมทั้งกิริยาท่าทีและคำพูด… ความประทับใจแรกคงช่วยสร้างความพึงพอใจลำดับต่อมาไม่ได้

5. Be Yourself หรือ เป็นตัวของตัวเอง

การเป็นธรรมชาติ หรือ เป็นตัวเองในทุกบริบทและกาลเทศะได้อย่างน่าประทับใจ โดยไม่ต้องพยายามโกหกหรือปกปิด… ย่อมแสดงว่าเราเป็นที่น่าประทับใจตั้งแต่แรก ซึ่งหากการเตรียมตัวไปพบปะ หมายถึงการปั้นแต่งแม้แต่ท่าทีตัวตนใหม่หมด… การพบปะนั้นคงไม่สร้างประโยชน์อะไร… ในทางตรงกันข้าม การพยายามปลดปล่อยตัวตนอันน่าประทับใจ ท่ามกลางสายตาและปฏิสัมพันธ์ต่างหาก ที่สามารถเปลี่ยนความประทับใจนับแต่แรกเห็น ให้กลายเป็นความพึงพอใจขั้นต่อมาได้

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… First Impression หรือ ความประทับใจแรกนั้น แม้สำคัญถึงขั้นหมายถึงการเปิดใจของผู้พบเห็น แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ การรักษาความประทับใจของพวกเขาต่อเนื่องไปจนถึงความพึงใจในระยะยาว… นั่นทำให้ การทำบางอย่างเพื่อดึงดูดสายตาหรือความสนใจจากคนอื่นอย่างฉาบฉวย ท้ายที่สุดกลายเป็นความไร้ค่าและสูญเปล่าอยู่ดีในเวลาต่อมา… การฝึกตนให้เป็นคนน่าประทับใจด้วยตัวตนที่แท้ จึงสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดที่จะถูกเตรียมขึ้นเพื่อสร้าง First Impression เพียงชั่วขณะหนึ่ง… เท่านั้น

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

transition-to-online

External Support และ 7 Laws of Interaction… เพื่อช่วยออกแบบ CBI

Conceptual Model of Effective Computer-Based Instruction for Adults ของ Elwood F. Holton ซึ่งหนังสือ The Adult Learner ใช้เป็นโมเดลหลักในการอธิบายการนำใช้ทฤษฎีการศึกษาผู้ใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นแกนหลักในการพัฒนากลไกการถ่ายทอดความรู้… ซึ่งโมเดล CBI for Adults ของ Holton ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือ Support ในมิติต่างๆ เพื่อให้ได้ CBI ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในบริบทที่พัฒนาอยู่ และยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของโครงสร้างในโมเดลเป็นอย่างมาก

Human Centred Education

Human Centred Education #ReDucation

โปรแกรม Human-Centred Education หรือ HCE จึงถูกเสนอให้เป็นแนวทางถอนพิษอาการ “เสพติดการสอบ” ทั้งของนักเรียน ครู ผู้ปกครองและสถาบันการศึกษา ที่ขาดความเชื่อมั่นหากขาดการทดสอบประเมินผลภายใต้บรรยากาศการแข่งขันสุดเข้มข้น… โดยเสนอเครื่องมือและแนวทางอื่น ที่สามารถบูรณาการอย่างสร้างสรรค์ และ เน้น Well-Being Oriented Approach หรือ เข้าถึงผู้เรียนด้วยแนวทางอันผ่อนคลายเน้นความสุข… โดยไม่ต้องสละมาตรฐานการศึกษาและความเป็นเลิศทางวิชาการอันท้าทายแต่อย่างใด

Kindergarten Class at Meadowlane

โรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็กในวิกฤตโควิด #ReDucation

สำหรับเด็กปฐมวัยหรือเด็กเล็กที่ต้องรับการส่งเสริมพัฒนาการ ซึ่งมีมิติมากกว่าที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะจัดหาให้ได้โดยลำพังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องพึ่งพาศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลอย่างไม่มีทางเลือกอื่น ต่างจากเด็กวัยเรียนช่วงชั้นที่โตกว่า ที่ยังพอจะใช้กลไกการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีเข้ามาเสริมแทรก ในช่วงเวลาที่การระบาดยังเข้มข้นและอันตรายอยู่มาก

The Ngozumpa Glacier in the Himalayas of Nepal.

Himalayas Glaciers Melting… เมื่อหิมะละลาย #FridaysForFuture

มีรายงานจากนักวิทยาศาสตร์ที่พูดถึงธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยที่ลดน้อยลง หลายแหล่งกลายเป็นทะเลสาบน้ำแข็งที่สะสมน้ำไว้ใต้แผ่นน้ำแข็งมากขึ้น จนเข้าขั้นที่อาจจะกลายเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงมากมาย โดยเฉพาะมวลน้ำมหาศาลดั่งเขื่อนแตก จากที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางหลายกิโลเมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นวันใดก็คงกลายเป็นโศกนาฏกรรมไม่รู้ลืมอีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างแน่นอน