Forest Restoration… ฟื้นฟูป่า #FridaysForFuture

สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ หรือ United Nations General Assembly ได้ประกาศให้ “วันที่ 21 มีนาคมของทุกปีเป็นวันป่าไม้โลก หรือ International Day of Forests” เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาค และ ระดับประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของป่าไม้… ซึ่งประเทศไทยโดยกรมป่าไม้ และ เครือข่ายทรัยากรธรรมชาติ ก็ไม่เคยพลาดที่จะรับเอาวาระสำคัญในแนวทางการจัดการป่าเพื่อความยั่งยืนนี้มาขับเคลื่อนเชิงนโยบาย 

โดยเฉพาะการนำแนวคิดเกี่ยวกับป่าที่สำคัญแนวทางหนึ่งภายใต้การนำระดับโลกของ United Nations General Assembly ในโครงการ “Forest Restoration หรือ การฟื้นฟูป่า” ซึ่งวันป่าไม้โลกปี 2021 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันรณรงค์ภายใต้แคมเปญ Forest Restoration: A Path To Recovery And Well-being ที่ยังเห็นเคลื่อนไหวต่อเนื่องจนถึงปี 2022… และดูแล้วน่าจะเดินหน้าต่อได้อีมากอีกโครงการหนึ่ง โดยมีกระแสการปลูกไม้ยืนต้นเชิงเศรษฐกิจ กำลังได้รับความสนใจเป็นวงกว้างในกลุ่มทุนที่กำลังถือครองที่ดินเปล่าจำนวนมาก รวมทั้งการผลักดันการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. หรือ พื้นที่ภายใต้การจัดการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในแนวทางการเพิ่มจำนวนไม้ยืนต้นอย่างสอดคล้องกับแนวคิด Forest Restoration ซึ่งกรมป่าไม้ กับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้มีการลงนามร่วมกันผลักดันโครงการ “รัฐมีป่า ประชามีสุข” เอาไว้แล้ว

กล่างเฉพาะแนวคิด Forest Restoration หรือ การฟื้นฟูป่า ซึ่งเป็นแนวคิด และ แนวทางในการการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูกระบวนการทางนิเวศวิทยา ด้วยแนวทางเร่งการฟื้นตัวของโครงสร้างป่า และ กลไกการทำงานของระบบนิเวศ มุ่งเป้ายกระดับความหลากหลายทางชีวภาพไปสู่ระดับปกติที่เรียกว่า ป่าไคลแม็กซ์ หรือ Climax Forest อันเป็นสภาพป่าที่กลับสู่สมดุลแบบผืนป่าที่ยั่งยืนด้วยกลไกธรรมชาติของป่าแห่งนั้นเอง

หลักฐานความพยายามของการทำ Forest Restoration ที่นำใช้เป็นกรณีศึกษาไปทั่วโลก เป็นภาพถ่าย 3 ช่วงเวลาของผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ในจังหวัดเชียงใหม่ของประเทศไทยนี่เอง

ภาพถ่ายหลังเกิดไฟป่าในเขตอุทยานดอยสุเทพ–ปุย ปี 1980

ภาพถ่ายบริเวณเกิดไฟป่าในเขตอุทยานดอยสุเทพ–ปุย ปี 1981 หลังเกิดไฟป่า 1 ปี

ภาพถ่ายผืนบริเวณเกิดไฟป่าในเขตอุทยานดอยสุเทพ–ปุย ปี 1992 หรืออีก 12 ปีต่อมา

การฟื้นฟูป่าเป็นงานใหญ่ของส่วนรวมที่ต้องจริงจังกับการบุกรุก และ หาประโยชน์จากป่าอย่างมืดบอดเห็นแก่ตัวของทุกคนไม่ว่าจะนายทุน หรือ เกษตรกรที่เอาความข้นแค้นยากจนเป็นตัวประกัน รวมทั้งผู้บุกรุกที่เอาศาสนานำหน้าเพื่อไปสร้างรีสอร์ทกลางผืนป่าให้ญาติโยมมาพักผ่อนใส่บาตร–หยอดตู้บริจาค… และ สารพัดเล่ห์เหลี่ยมที่อยากได้ผืนป่ามาสนองวัตถุประสงค์ส่วนตัวทุกรูปแบบด้วย

ส่วนป่าปลูก… ถ้าสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ ชัดเจน และ จัดการให้ “ไม้เศรษฐกิจ” เพียงพอภายในระบบนิเวศป่าปลูก เหมือนการปลูกผักผลไม้เป็นอาหารอย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องไปรบกวน “ผืนป่า” และ ประคับประครองให้ป่ากลับสู่ความเป็นป่าไคลแม็กซ์ หรือ Climax Forest ให้ได้… ซึ่งใช้เวลาราว 10 กว่าปีเท่านั้นเอง

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Recent Posts