ที่จริงแล้วโลกเราร้อนขึ้นทุกวัน… #FridaysForFuture

ศุกร์นี้จะเป็นศุกร์แรกที่ Reder.red จะเข้าร่วมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมกับเครือข่ายทั่วโลก ภายใต้แฮชแท็ก #FridaysForFuture ซึ่งผมคิดว่าต้องช่วยกันส่งเสียงสื่อสารออกไป อย่างน้อยๆ ตัวเองก็ได้ยินจนวันหนึ่ง Mindset ของมนุษย์หนึ่งคนบนโลกใบนี้ก็รับรู้และเข้าใจว่า… ท้องฟ้าที่หุ้มอากาศไว้ให้เราหายใจ ต้องทนุถนอมกันหน่อย

ต้นสิงหาคมที่ผ่านมา เวบไซต์ climatechangenews.com ได้รายงานข้อมูลอ้างอิงสำนักข่าว AFP ว่า… หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปอย่าง C3S เปิดเผยข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2019 ว่าเป็นเดือนที่โลกร้อนที่สุดตั้งแต่เก็บบันทึกสถิติมา มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 0.56 องศาเซลเซียส จากเดือนกรกฎาคมในช่วงปี 1981-2010 สูงกว่าสถิติเดือนกรกฎาคม 2016 อยู่ 0.04 องศาเซลเซียส 

ก่อนหน้านี้องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ก็เคยเปิดเผยว่า เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเดือนมิถุนายนที่โลกร้อนที่สุดในรอบ 140 ปี นับตั้งแต่บันทึกสถิติมา ส่งผลให้น้ำแข็งบริเวณแอนตาร์กติกละลายลงอย่างรวดเร็ว 

แน่นอนว่า… พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นตัวเร่ง เท่าๆ กับภาวะเรือนกระจกที่อัตราการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ทั้งจากโรงงาน รถยนต์ ไฟป่ารวมถึงภาคเกษตกรรมและปศุสัตว์… ล้วนมีส่วนเร่งภาวะโลกร้อน ฝุ่นควันและบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรกับลมหายใจมนุษย์มากขึ้นทุกวัน

ที่จริง… มนุษย์เองนี่แหละที่สร้างมลพิษให้ชั้นบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม จนสิ่งแวดล้อมกลับมาคุกคามมนุษย์ จากการกระทำอันเป็นกรรมที่ก่อ

ข่าวดีกับสิ่งแวดล้อมล่าสุด… คงจะเป็นท่าทีของอุตสาหกรรมรถยนต์ยักษ์ใหญ่ สัญชาติเยอรมันอย่าง  Mercedes Benz ประกาศหยุดพัฒนาเครื่องสันดาปภายใน รวมทั้งเตรียมเลิกผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อทุ่มเทสู่นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

แนวโน้มที่ธุรกิจใหญ่ๆ นับจากนี้ไป… ท่านจะเห็นท่าทีการตอบสนองด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาภาพลักษณ์ และมุ่งเป้านวัตกรรมทั้งหลาย

ตัวแปรด้านสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา… ในบ้านเราก็มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจมากมายที่ผมเชื่อว่า… โลกเราจะดีขึ้น… อย่างกรณีของรองเท้าแตะนันยาง เปิดตัวรองเท้า KHYA (ขยะ) รองเท้าช้างดาวรุ่นพิเศษ จากโครงการนันยางทะเลจรและพันธมิตร ที่ร่วมกันสรรค์สร้างรองเท้าที่ผลิตจากการเก็บขยะทะเล 5 กิโลกรัม แล้วนำขยะทะเลมา upcycled จนกลายเป็นรองเท้าคู่ใหม่ 

หรือกรณีของ Kiddeeproject… กระเป๋าจากถุงน้ำยาล้างไต ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อลดภาระการกำจัดขยะให้กับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นวัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ แต่เนื่องจากถุงน้ำยาล้างไตทำมาจากเนื้อพลาสติกอย่างดี จึงสามารถนำมาผลิตเป็นกระเป๋ารูปทรงต่างๆ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยนอกจากจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว รายได้บางส่วนยังมีการนำมาสมทบทุนบริจาคให้แก่ผู้ป่วยโรคไตด้วย

นี่เพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่กระแสสิ่งแวดล้อมเป็นมากกว่าเรื่องวิชาการ หรือเรื่องน่าเบื่อไกลตัว… แต่กระแสสิ่งแวดล้อมกำลังสร้างโอกาสใหม่ขึ้นในระบบนิเวศน์ธุรกิจ ที่คิดใหม่จากมุมมองใหม่ครับ

พูดคุยแลกเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมในกล่องความเห็นต่อท้ายบทความได้ครับ หรือจะเปิดกระทู้กันบน Page Reder ก็ยินดีต้อนรับตลอดเวลาเช่นกัน… ได้ทั้งเสนอไอเดียและประชาสัมพันธ์สินค้า บริการ งานวิจัยและอีเวนต์ต่างๆ… หรือจะ Inbox ช่องทางไหนเข้ามา… ผมก็ยินดีประสานให้ทุกกรณีที่ทำได้ครับ

Welcome All!

อ้างอิง

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.