Geomagnetic Reversal… สมมุติฐานเรื่องสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้ว และ หายนะทางภูมิอากาศโลก

Laschamps Event

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มได้ทำนายว่า… จะเกิดเหตุการณ์สนามแม่เหล็กโลกพลิกกลับขั้ว โดยสลับตำแหน่งของขั้วเหนือ–ขั้วใต้กัน และจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 2,000 ปีข้างหน้า แต่ก็ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริง และ ทำให้เกิดหายนะร้ายแรงต่อโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างไร

Agathe Lise-Pronovost นักวิจัยด้าน Earth Sciences จากศูนย์วิจัย McKenzie Research แห่ง The University of Melbourne ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเวบไซต์ TheConversation.com เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก และปรากฏการณ์ Laschamps Event หรือ เหตุการณ์ลาส์ชอมป์ หรือ เหตุสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้วในช่วงสั้นๆ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงยุคปัจจุบัน และทิ้งร่องรอยไว้เป็นหลักฐานผ่านซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับผลกระทบจากภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานั้น

โดยการศึกษาปริมาณ Radiocarbon หรือ คาร์บอนกัมมันตรังสี ในวงปีของซากฟอสซิลต้นไม้โบราณ โดยต้นไม้นี้มาจากพื้นที่ชุ่มน้ำทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ และมีอายุเก่าแก่ร่วมสมัยเดียวกับ Laschamps Event… ผลวิเคราะห์พบว่า มีปริมาณของคาร์บอนกัมมันตรังสี  เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในวงปีแต่ละชั้นของต้นไม้ ซึ่งแสดงว่าธาตุคาร์บอนบนพื้นโลกถูกแปรสภาพด้วยรังสีจากห้วงอวกาศรุนแรงขึ้นทุกขณะ อันเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าสนามแม่เหล็กโลกนั้นอ่อนกำลังลงไปทุกที จนไม่อาจปกป้องโลกจากรังสีอันตรายได้

ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักวิจัยสามารถคำนวณหาช่วงเวลาที่ขั้วแม่เหล็กโลกเริ่มเคลื่อนที่ และช่วงเวลาที่สนามแม่เหล็กโลกเริ่มอ่อนกำลังลงได้แม่นยำกว่าเดิม โดยพบว่า… ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การกลับขั้วแม่เหล็กโลกอย่างสมบูรณ์ในเหตุการณ์ลาส์ชอมป์นั้น ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 42,000 ปีก่อน และใช้เวลาเพียง 800 ปี ก่อนที่การสลับขั้วแม่เหล็กโลกอย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้น

ทีมผู้วิจัยยังพบว่า ความเข้มของสนามแม่เหล็กโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ Laschamps Event ลดต่ำลงจนเหลือเพียง 0–6% ของระดับปกติเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าโลกในยุคดังกล่าวไม่มีสนามแม่เหล็กห่อหุ้มอยู่เลย ทำให้รังสีจากห้วงอวกาศสามารถแผดเผาทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และยังทำอันตรายต่อสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตบนโลกด้วย

ทีมนักวิจัยยังชี้ว่า… ปรากฏการณ์ดังกล่าวน่าจะมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับภาวะวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมทั่วโลกที่เกิดขึ้นในยุคนั้น เช่น… การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของบรรดาสัตว์ในทวีปออสเตรเลีย การสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดยักษ์ หรือ แม้กระทั่งการสูญพันธุ์ของมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัล… ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า สัตว์หลายชนิดจะไม่สามารถปรับตัวอยู่กับภาวะที่พื้นโลกมีรังสีอัลตราไวโอเลตรุนแรงเช่นนั้นได้ แต่ก็มีบางเผ่าพันธุ์ รวมทั้งมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ที่เอาชีวิตรอดมาได้

หลักฐานจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ชี้ว่า ในช่วงระหว่าง 42,000–41,000 ปีที่แล้วนั้น เกิดภาพเขียนบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่ ทั้งมีการใช้ดินแดงทาตัวอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า มนุษย์ได้ปรับตัวมาใช้ชีวิตในร่มและหลบเลี่ยงแดดมากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นผลมาจากการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในยุคนั้นนั่นเอง

#FridaysForFuture ครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Recycle Force

สถานการณ์ขยะรีไซเคิล และคนเก็บขยะ

ข้อเท็จจริงก็คือ ขยะในระบบนิเวศน์ 75% รีไซเคิลได้ แต่คัดแยกและนำกลับเข้าขบวนการรีไซเคิลได้เพียง 30% เท่านั้น… ซึ่งการแก้ไขให้ตัวเลขจาก 30% เข้าใกล้ 75% คงต้องเอาจริงเอาจังเหมือนกรณีปลูกดอกไม้เกาะกลางถนน รวมทั้งจ้างคนกวาดถนนและทางเท้าทุกวันของเทศบาลหลายๆ แห่ง

Ferrari F40

Ferrari F40

Ferrari F40 ถูกผลิตจากโรงงาน Ferrari S.P.A ระหว่างปี 1987–1992 เพียง 1,315 คันเท่านั้น และงานผลิตทุกชิ้นส่วนยังถือเป็นงานแฮนด์เมดเกือบทั้งคัน โดยเฉพาะการขึ้นรูปตัวถังด้วยไฟเบอร์กลาส เพื่อครอบทับโครงสร้างที่ดูเหมือนจะยกมาจากรถล้อเปิดที่ใช้แข่ง F1 ทั้งคัน… F40 มี Nicola Materazzi เป็นหัวหน้าวิศวกร โดยมี Leonardo Fioravanti และ Pietro Camardella แห่งสำนักออกแบบ Pininfarina ช่วยดูแลเรื่องรูปทรงเส้นสายและความสวยงาม

Plant Factory

Plant Factory For High Value Herb… โรงงานผลิตพืชสำหรับผลิตสมุนไพรมูลค่าสูง #RederSMEs

โรงงานปลูกพืชสำหรับผลิตสมุนไพร และ สารสกัดทางการแพทย์กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญทั่วโลก ซึ่งกลไกเศรษฐกิจเชิงสุขภาพในปัจจุบันตกอยู่ใต้อิทธิพลของธุรกิจยา… ธุรกิจเครื่องมือ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์จนแทบจะทำนโยบายระดับชาติบนทางเลือกอื่นๆ ไม่ได้ นอกจาก “ต่อราคา” หรือโหดหน่อยก็ลุยใช้สิทธิ์เหนือสิทธิบัตรยากันไปเลย

First Impression… แรกแลก็หลงรัก

First Impression หรือ ความประทับใจแรกนั้น แม้สำคัญถึงขั้นหมายถึงการเปิดใจของผู้พบเห็น แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ การรักษาความประทับใจของพวกเขาต่อเนื่องไปจนถึงความพึงใจในระยะยาว