อคติส่วนตัว… สนิมทุกข์ที่ใครก็เคาะออกได้

การตัดสินคนอื่น… เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไปที่มีแนวโน้มจะสงสัย หวาดระแวงและประเมินผู้อื่นอย่างที่ตัวเองเชื่อ อันเกิดจากประสบการณ์ในอดีตที่สะสมเรียนรู้มาก่อนหน้า ซึ่งการตัดสินคนอื่นเป็นกลไกความอยู่รอดโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องมี เพื่อสร้างสมดุลย์ระหว่างความสัมพันธ์ที่ต้องปกป้องการอยู่รอดและโอกาสในผลประโยชน์ที่หาได้จากความสัมพันธ์กับผู้อื่น

การมองคนอื่นโดยใช้ทัศนคติของตัวเอง จึงเป็นการตัดสินคนอื่นโดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิด รู้สึกหรือเชื่อว่าอย่างไรก็ตามแต่… โดยข้อเท็จจริงแล้วถือเป็นฉากทัศน์มุมมองเดียวจากเราเท่านั้นที่มองคนตรงหน้าให้เป็นอย่างที่เชื่อว่าเป็น ซึ่งอาจจะถูกบางส่วนหรือผิดทั้งหมดเลยก็ได้

ในทางเทคนิค… การตัดสินคนอื่นโดยทัศนคติส่วนตัวที่ไม่ชัดเจน หรือ การมีอคติต่อผู้อื่นนั้น จะหมายถึงการด่วนตัดสินไปก่อนโดยไม่ตรวจสอบอย่างรอบด้าน เหมือนศาลตัดสินจำเลยโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิงแต่ใช้วิจารณญาณของผู้พิพากษาชี้ถูกผิดไปตามความเชื่อส่วนตนเพียงลำพัง… ซึ่งในชีวิตจริงย่อมสร้างปัญหาความสัมพันธ์มากมายในทุกๆ ความสัมพันธ์ และหลายกรณีลุกลามจากความเชื่อผิดๆ เล็กน้อยกลายเป็นปัญหาใหญ่ถึงขั้นเรียกเต็มปากว่าโศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่ก็มี

การศึกษาวิจัยในโครงการ IATs หรือ Implicit Association Tests หรือการทดสอบการเชื่อมโยงโดยนัยเพื่อศึกษาความไม่สอดคล้องกันของจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก… โดยความร่วมมือของ Harvard University กับ University of Virginia และ University of Washington ซึ่งบางแง่มุมเป็นการศึกษาติดตามรูปแบบของ Hidden Bias หรือ อคติส่วนตนที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา และเป็นกับดักความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การตัดสินผู้อื่นโดยไม่เป็นธรรม… นักวิจัยพบว่า เด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบจะเริ่มยึดติดกับทัศนคติของกลุ่มทางวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติของตน และใช้ทัศคติกลุ่มเป็นมุมมองส่วนตนโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะทัศนคติที่มีต่อกลุ่มอื่น… และยิ่งมีการตอกย้ำความเชื่อผ่านครอบครัว สื่อ หรือกลุ่มอื่นๆ ที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมไม่ต่างกันเพิ่มเข้าไปด้วยแล้ว… การเกิด Hidden Bias หรืออคติปลูกฝังติดตัวไปจนตายจึงเกิดขึ้นได้ค่อนข้างชัด

ข่าวดีคือ… ทัศนคติที่เข้าข่ายอคติทั้งหมดสามารถเรียนรู้และแก้ไขได้ด้วยการ “ลืมและทดแทนด้วยทัศนคติที่ถูกต้องกว่า” แต่การเรียนรู้เพื่อลดอคติทั้งหมดจะทำได้ก็ต่อเมื่อ มีการเปิดกว้างรับรู้ความหลากหลายแตกต่างและใช้ข้อมูลมากกว่าความเชื่อและความเคยชิน… นั่นหมายความว่า คนที่พร้อมจะลดอคติในตนจำเป็นต้องพร้อมที่จะ “เปลี่ยนความคิดตัวเอง” ซึ่งถือเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ได้แต่คิดอยากให้อะไรรอบตัวเป็นมิตรกับความสุขของตัวเอง โดยตัวเองไม่ต้องลงทุนอะไรแม้แต่เปลี่ยนความเคยชิน ความคิดและการกระทำแบบเดิมเลยก็มี

การค้นคว้าทางจิตวิทยามากมายเกี่ยวกับพฤติกรรมความสัมพันธ์ รวมทั้งพฤติกรรมกลุ่มตั้งแต่ระดับเด็กอนุบาลเล่นกับเพื่อบางคนและผลักเพื่อนบางคน ไปจนถึงการเกาะกลุ่มแบ่งพรรคแบ่งพวกในที่ทำงาน รวมไปถึงความแตกแยกระดับชุมชน ประเทศชาติและความเชื่อทางศาสนา… มักจะพบ Bias และ Hidden Bias อยู่เบื้องหลังเป็นส่วนใหญ่ หลายกรณีในบางความเห็นถึงขั้นสรุปว่า ปัญหาโลกแตกหรือปัญหาขัดแย้งจากความคิดต่าง ความเชื่อต่างและทัศนคติต่าง ล้วนมาจากอคติส่วนตัวที่เอาออกมารวมกันเป็นกลุ่ม จนมีพลังมากพอจะไปสร้างข้อขัดแย้งกับคนจากกลุ่มอื่น ทั้งๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงข้ามผ่านได้เพียง “เปิดใจยอมรับความต่าง” ก็หมดปัญหา

สำหรับท่านที่อยากรู้ว่าตัวเองมีอคติกับอะไรอย่างไร… หลายคำแนะนำให้ลองฟัง “เสียงตัวเองพูดกับตนเอง” ทั้งมุมมองการตัดสินใจที่สร้างสรรค์ และ มุมมองการตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและขาดข้อมูล… คำแนะนำอย่างการอยู่กับตัวเองแล้วถามด้วย “Chain Why หรือ ถามทำไมเอาเหตุผลคำตอบหลายๆ ชั้นที่ซ้อนกันอยู่” จะทำให้สามารถ “ล่วงรู้เท่าทันตน” ได้ดีขึ้น

ประเด็นก็คือ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่โหยหาการยอมรับจากกลุ่ม ซึ่งเชื่อมโยงกับสุขทุกข์มากมายตลอดช่วงชีวิต… การเปลี่ยนตัวเองที่ทัศนคติ โดยหาทางทำลายอคติที่เรามีต่อคนรอบข้างออกไปให้ได้มากที่สุด ผลดีจะเกิดขึ้นผ่านความเชื่อใหม่บนมุมมองใหม่จากเราเอง… ไม่ต้องให้ใครอื่นเปลี่ยนตัวเขาให้ถูกใจเราอยู่ฝ่ายเดียว จนลืมดูตัวเองว่า… จะมีใครอื่นสักกี่คนที่ถูกใจเราอย่างไม่มีเงื่อนไข!!!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Too Much Homework

Information Overwhelm and VESPA Mindset… เมื่อข้อมูลหลากล้น

การเปิดรับ Feedback จากผู้เรียนและผู้มีส่วนได้เสียมากมายรอบๆ แกนของระบบการศึกษา ที่จริงถือว่าเป็นแนวคิดหลักและสำคัญที่หลายฝ่ายเชื่อว่า… จำเป็นต่อการพัฒนาระบบการศึกษาในทุกๆ ชุดความคิด หรือ Mindset ด้านการศึกษา และจำเป็นต่อการพัฒนาการศึกษาในแทบจะทุกมิติของทุกๆ ทฤษฎีการศึกษาที่หลายฝ่ายกำลังพยายามขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Digital Education

Personal Branding

Personal Branding… กลยุทธ์ความสำเร็จของทุกคน

หัวใจของการที่ใครอยากจะทำ Personal Branding หรือ แบรนด์บุคคล จึงขึ้นอยู่กับสองสิ่งสำคัญนั่นคือ… อยากเป็นคนมีภาพลักษณ์ชื่อเสียงแบบไหนอย่างไร? กับ เพื่อให้ได้อะไรแบบไหนจากใครบ้าง? ที่เหลือจึงค่อยมากำหนดกลยุทธ์กันว่า จะใช้เครื่องมืออะไรและอย่างไรบ้างในการ “สร้างการรับรู้ หรือ Awareness Building” ถึงกลุ่มเป้าหมาย

P–I Matrix กับการสะสางงานให้สำเร็จ

ในสถานการณ์ที่ไม่ซับซ้อน การตัดสินใจ “เลือกทำและเลือกทิ้ง” อะไรจะทำได้ไม่ยาก… แต่โดยประสบการณ์ส่วนตัว ที่ผมเจอการเสนอจ้างงานบ้างหรือขอคำชี้แนะหารือทั่วไปบ้าง… ส่วนใหญ่จะมีประเด็นซับซ้อนเกี่ยวพันจนยากที่จะระบุความสำคัญเพื่อ “เลือกทำ หรือ เลือกทิ้ง” ส่วนไหนอย่างไร