การเรียนรู้ตามธรรมชาติในเด็ก…

Learn Natural

วิธีการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก มาจากความอยากรู้อยากเห็นโดยธรรมชาติ… มาจากความกระตือรือร้นผ่านความคิดสร้างสรรค์ ความสนุกสนาน ความเป็นตัวของตัวเอง จินตนาการ ไหวพริบ ความฉลาดทางสังคมและความรักในการเรียนรู้ที่จำเป็นต้องได้รับการใส่ใจและส่งเสริม

แนวคิดการส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่อิงวิทยาศาสตร์ จึงสำคัญไม่ยิ่งย่อนกว่าวิทยาการด้านจรวดและเดินทางในอวกาศ… ซึ่งผมกำลังพูดถึง การเลี้ยงดูที่ชาญฉลาดขั้นพื้นฐานและการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยมีข้อเสนอแนะให้ช่วยเด็กๆ พัฒนาทักษะโดยการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ก่อนที่พวกเขาจะไปโรงเรียน… แนวคิดนี้เชื่อว่า พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนเชี่ยวชาญทักษะบางอย่างหรือหลายอย่าง… และแนวคิดนี้เชื่อว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน “ไม่ได้” เชี่ยวชาญทักษะบางอย่างหรืออีกหลายอย่าง จนทำให้การมอบบุตรหลายไปให้ครูหรือศูนย์อะไรซักอย่าง… กลายเป็นทางออกที่ยอมรับได้ เพื่อช่วยบุตรหลานให้ได้เรียนรู้

ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มีอยู่ว่า… บรรพบุรุษของเราเรียนรู้จากพ่อแม่ป้าลุงและสมาชิกในครอบครัวและชุมชน มาตั้งแต่หลายหมื่นปีก่อน ความสัมพันธ์ในการฝึกหัดและเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมแรง เป็นวิธีที่มนุษย์เรียนรู้ตามธรรมชาติโดยได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีทักษะมากกว่า อาจเป็นพ่อแม่ เพื่อนบ้าน ช่างฝีมือและเพื่อนหรือคนรู้จัก

การเรียนการสอนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์มาโดยตลอด… ทั้งจากผ่านการสอนของผู้อาวุโส หรือ Elders… การสอนแบบตัวต่อตัวจับมือทำ หรือ One-to-One Tutorship… การฝึกงาน หรือ Apprenticeships…  กิจกรรมสร้างสรรค์ในชุมชุน หรือ Creative Community Activities และสถานการณ์การเรียนการสอนแบบกลุ่มย่อย หรือ Small Group Instructional Situations… ผู้ใหญ่ในชุมชนจึงเป็นครูโดยธรรมชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง…

ปี 1996 Hillary Rodham Clinton หรือฮิลลารี คลินตัน เขียนหนังสือชื่อ It Takes a Village: And Other Lessons Children Teach Us นำเสนอวิสัยทัศน์ของเธอต่อประเด็นพัฒนาเด็กในอเมริกา อ้างอิงแนวทาง Children Naturally Learn และ Creative Community Activities โดยมีความต้องการของเด็ก หรือ Child’s Needs เป็นโจทย์ และให้ชุมชนเป็นเจ้าภาพการศึกษา ไม่ใช่โรงเรียน ซึ่งแคมเปญ It Takes a Village ถือว่ามาแรงมากทั้งในอเมริกาและแอฟริกาในปัจจุบัน… แต่การเมืองโจมตีหนังสือเล่มนี้ว่า ถูกเขียนโดยนักเขียนเงา หรือ Ghostwriter ชื่อ Barbara Feinman ทำให้หนังสือถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือสร้างภาพ… จนไม่มีใครใยดีคุณค่าที่นำเสนอไว้ในหนังสือ

ประเด็นการเรียนรู้โดยธรรมชาติของเด็ก บนแนวคิดครอบครัวและชุมชน ถือเป็นเรื่องซับซ้อนในทางปฏิบัติ ทั้งเรื่องเวลา ทรัพยากรและประโยชน์อย่างแท้จริงที่เชื่อมั่นได้ว่าเด็กจะมีพัฒนาการตามเป้าหมาย… “การสอนสั่ง” รวมทั้งการรวบรวมเด็กจำนวนมากมาสอนสั่ง ฝึก และพัฒนาไปพร้อมกันแบบโรงเรียนจึงเชื่อถือได้มากกว่า… ซึ่งพวกเราและคนยุคเราก็เติบโตและเรียนรู้มาจากระบอบสอนสั่ง และเชื่อมั่นกับโรงเรียนครูอาจารย์ไม่เปลี่ยนแปลง 

แต่ความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านการสอน หรือ Pedagogy จากครูไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อทำลายโครงสร้าง “คอขวดการขนเด็กมารวมกันในโรงเรียน” ที่ไม่มีประสิทธิภาพอีกแล้ว… ทั้งสร้างภาระการเดินทางและการจราจร ไปจนถึงโรคระบาด ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ ล้วนเคยปิดหรือหยุดเพื่อฆ่าเชื้อสารพัดสายพันธ์ มาก่อนโลกจะรู้จัก COVID19 เสียอีก

เมื่อพิจารณาถึงตรงนี้… การหาทางฟื้นฟูการเรียนรู้โดยธรรมชาติของเด็ก… บวกกับเทคโนโลยีการศึกษา… บวกกับการแบ่งปันทรัพยากร… บวกกับระบบตรวจสอบคุณภาพการศึกษา และบวกกับการประเมินทักษะความรู้มิติต่างๆ… เพื่อย้ายแนวทางการเรียนรู้ไปสู่รูปแบบใหม่ เหมือนที่โรงเรียนเคยดึงเด็กมาจากครอบครัวและชุมชนที่สืบทอดเรียนรู้โดยธรรมชาติของท้องถิ่น… และถึงเวลาที่ครอบครัวและชุมชนจะดึงเด็กๆ กลับสู่การเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

การเรียนการสอนแบบผลิตเด็กให้มีความรู้เหมือนโรงงานคัดลำไย… จึงถูกท้าทายครั้งใหญ่อย่างแน่นอนแล้วในศตวรรษนี้… ตอนหน้าผมจะเอาแนวคิดจากหนังสือ Creative Schools: The Grassroots Revolution That’s Transforming Education ของ Sir Ken Robinson มาถอดบทเรียนร่วมกันดูครับ

โปรดติดตาม!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

A Time To Kill DVD

A Time to Kill… ยุติธรรมอำมหิต

“ผมขอให้ท่านหลับตาลง… นึกภาพเด็กผู้หญิงผิวดำวัยสิบปี ถูกวัยรุ่นขี้ยาเมามายสองคน ขว้างเธอด้วยเบียร์ทั้งกระป๋องจนล้มคว่ำ… ลากร่างที่บอบช้ำเข้าทาง ผลัดกันข่มขืน และพยายามแขวนคอเธอกับกิ่งไม้ให้ตายตรงนั้น แต่กิ่งไม้เล็กและเปราะเกินไปจนรับน้ำหนักไม่ไหว… พวกมันจึงลากเธอขึ้นรถ เอาร่างที่ร่อแร่ปางตายไปฉี่รดและโยนเธอลงมาจากสะพาน… และถ้านั่นเป็นเด็กหญิงผิวขาวหล่ะ?”

Green Environment

คู่มือตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมิน ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ปี 2563

ประเทศไทยมีการผลักดันนโยบายส่งเสริมสนับสนุน Green Supply Chain และ Green Value Chain ผ่าน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมเป็นตัวแปรในการดำเนินกิจการ ที่คู้ค้าหรือตลาดเป้าหมาย ระบุไว้ชัดเจนเป็นแนวนโยบาย

2020 ปีของคนคิดบวก

กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ TCDC หรือ Thailand Creative & Design Center หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์การมหาชน จะออกหนังสือประจำปีว่าด้วยแนวโน้มในปีถัดไป เผยแพร่อย่างสร้างสรรค์… ปลายปีนี้ก็เช่นกัน TCDC ก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมแนวโน้มมิติต่างๆ ที่น่าสนใจสำหรับปี 2020 เอาไว้ในหนังสือเล่มเดียวขนาด 300 หน้า และแจกจ่ายเวอร์ชั่น eBook ฟรีมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

Snack Machine

Vending Machine… วิบากกรรมใหม่ของค้าปลีกและโชห่วย

ร้านค้าปลีกย่อยอย่าง 7-11 คงถึงคราวเจอคู่แข่งที่ผมเชื่อว่า หลายสาขามีโอกาสพ่าย Vending Machine ที่ต้นทุนต่ำกว่าหลายมิติทีเดียว… แค่ค่าพนักงานกับค่าแอร์ก็แพ้เห็นๆ อยู่แล้ว… ท่านที่กำลังสนใจแฟรนไซส์ 7-11 ต้องรอบครอบให้มากแล้วครับชั่วโมงนี้… ส่วนโชห่วยขายของชำ ซื้อแฟรนไซส์ตู้ Vending Machine มาวางเถอะครับ!