ท่านคิดว่า… ตัวเองเหลือเวลาเท่าไหร่หลังอายุ 60 ปี?

60 ปี!… ตัวเลขอายุที่เราท่านกังวลกันมาตลอด จากเหตุปัจจัยหลายอย่างแตกต่างกันไป หนึ่งในนั้นคือภาระหน้าที่การงานและ “รายได้” ที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลง หรือสิ้นสุดลงโดยอายุตัวเอง

ในขณะที่หลายท่านทราบดีว่า ภาวะเจ็บป่วยเสื่อมถอยของร่างกาย ได้เปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะ Mindset และมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ผู้คน หรือแม้แต่ตัวเองเช่นกัน

ในทางสถิติ ผมมีตัวเลขจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายงานตัวเลขสถานการณ์ผู้สูงอายุของไทยเอาไว้ว่า…

ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด 65.5 ล้านคน คาดประมาณว่าอีกไม่เกิน 4 ปีข้างหน้านี้ ประเทศไทยก็จะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป สูงขึ้นถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร

และปรากฏการณ์ “คลื่นประชากรรุ่นเกิดล้าน” ซึ่งเกิดในช่วงปี 2506-2526 กำลังเคลื่อนตัวกลายเป็นผู้สูงอายุในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรสูงอายุมากถึง 20 ล้านคน และยังจะมีกลุ่มประชากรสูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านคนในปี 2560 เป็น 3.5 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า

การประเมินนี้เป็นข้อมูลสาธารณะที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางอยู่แล้วหล่ะครับ… แต่ประเด็นที่ผมจะชี้ให้ทุกท่านเห็นคือ… ตัวเลขประชากรวัยปลาย หรือวัยเกิน 80 ปีขึ้นไปที่มีอยู่ในปัจจุบันคือ 1.5 ล้านคนทั้งประเทศ

เมื่อกลับมาที่คำถามที่ว่า… ท่านเหลือเวลาเท่าไหร่หลังอายุ 60 ปี… คำตอบคือ 10-20 ปีเลยครับ!

ผมเขียนบทความนี้ขึ้นตอนอายุ 50 ครับสำหรับผม ผมเหลือเวลาอีกมากถึง 30 ปีกว่าจะเข้าสู่วัยปลายอย่างแท้จริง ที่ผมอาจจะต้องยอมรับสภาพจริงๆ ว่า… หลังจากนั้นคงเป็นช่วงเวลาที่อาจจะต้องพึ่งพาและรับการดูแลแทนการช่วยเหลือตัวเอง หรือใช้ชีวิตอย่างรื่นรมณ์เหมือนก่อนหน้า

ผมกำลังพูดถึงแผนเกษียณอายุของผมที่ผมคิดว่า ต้องถ่างออกไปถึงตัวเลข 80 เพราะผมตั้งเป้าที่จะให้ตัวเองแข็งแรง สนุก และรื่นรมณ์ต่อไปถึงอายุแปดสิบให้ได้

ต่อให้ผมล้มเหลวกับเป้าหมายตัวเลข 80 ในอีก 30 ปีข้างหน้า แต่ผมเชื่อว่านับจากวันนี้ไป ผมจะยังมีหลายสิ่งอย่าง ที่ทำให้ผมยังคิดและทำแบบ 30 ปีก่อน ตอนอายุ 20 ได้อยู่… แม้ว่าต้องกินยาควบคุมความดันเพิ่มเข้ามาในตารางชีวิตแล้วก็เถอะ

ประเด็นคือยั่งงี้ครับ!… ในวันที่คนหนุ่มสาวเขาชวนกันออกท่องโลกกว้าง ปรับตัวใช้ดิจิตอลเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมๆ กับปลดตัวเองออกจากงานประจำ ไปสู่อาชีพทำเงินที่อาศัยอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางหลัก และใช้ชีวิตแบบ Slow Life แบบทำงานวันละ 3-6 ชั่วโมง… และใช้ชีวิตกับเวลาที่เหลือ

แล้วทำไมพวกเราชาว R ที่ย่อมาจาก Retirement จะไม่ลองคิดแบบคนหนุ่มสาวเขาบ้าง

แน่นอนว่าชาว R ต้องปรับตัวอย่างมากตลอดหลายปีที่ Digital Lifestyle แทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของพวกเรา… 5 ปีที่ผ่านมากับปัจจุบัน หลายสิ่งไม่เคยมีมาก่อน แต่ปัจจุบันพวกเราก็ยัง Adopted หรือรับเอาเทคโนโลยีหลายอย่างเข้ามาในชีวิตประจำวัน… โดยเฉพาะมือถือ

หลายท่านใช้มือถือวันละหลายชั่วโมงกับกิจกรรมหลากหลาย จนเดี๋ยวนี้ผมเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ หลายท่าน ไม่กล้าบ่นลูกหลานเรื่องติดมือถือเหมือนเมื่อหลายปีก่อน… เพราะตัวเองก็งอมแงมกับมือถือไม่ต่างกัน

วันหนึ่งผมคุยกับเพื่อนรุ่นพี่ที่กำลังวางแผนจะเกษียณอายุจากงานประจำตอนอายุ 60 ที่กำลังจะมาถึงในอีกสองสามปีข้างหน้า เราคุยกันเรื่องอาชีพหลังเกษียณ และแผนที่วางเอาไว้ในวันที่ต้องออกจากงานประจำที่ทำมาเกือบ 40 ปี

วันนั้นเราถกกันเรื่องสวนลำไยหลังเกษียณ ห้องเช่าและ AirBNB เลยเถิดไปถึงอาชีพ Blogger และทำธุรกิจออนไลน์

ประเด็นมีอยู่ว่า… เรื่องพูดคุยเรื่อง AirBNB ซึ่งเป็นธุรกิจปล่อยเช่าบ้านรายวันหรือหลายๆ วัน ผ่าน Platform AirBNB… เรื่อง Blogger และเรื่องค้าขายหรือทำธุรกิจออนไลน์… พี่แกยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและไม่กล้าคิดว่าจะไปทำเรื่องแบบนี้ได้ ตอนอายุ 61 ปีได้ยังไง เพราะแค่ปัจจุบันก็ไม่รู้เรื่องเลย!!!

ผมเลยถามว่า… แล้วพี่รู้เรื่องทำสวนลำไยจนทำเป็นอาชีพของพี่ได้ จริงๆ เหรอครับ?

คำตอบคือ แกไม่รู้เลยว่า จะใช้ปุ๋ยสูตรไหนกับลำไย… และไม่เคยรู้ว่า ราคาลำไยในปัจจุบัน เขาซื้อขายกันที่ราคาเท่าไหร่?… และรู้จักล้งรับซื้อลำไยเพียงเจ้าเดียวในพื้นที่ลำพูนและเชียงใหม่

ประเด็นถกกันวันนั้น นำผมมาถึงการเติม Education ให้ Retirement จนได้คำว่า RED ออกมา… และผมเริ่มค้นข้อมูลเพื่อหาตัวแบบในการพัฒนาโมเดลในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับคนอายุ 60 ที่ยังแอคทีฟอยู่ หรือ Post 60 Active Aging ที่กำลังวางแผนเกษียณจริงๆ จากอาชีพเดิมที่ทำมาหากินสร้างครอบครัวมาหลายปี สู่เส้นทางใหม่ที่ข้อมูลทุกชิ้นที่ผมปะติดปะต่อ สะสมและวิเคราะห์ขึ้น ชี้ว่า… เรามีอายุต่อจากตัวเลข 60 ยาวไกลเกินสิบปีอย่างแน่นอน ถ้าไม่โชคร้ายมีอุปสรรคด้านสุขภาพจนไปต่อไม่ไหว

นี่คือจุดกำเนิดของ MISSION REDER ที่ผมสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มง่ายๆ เพื่อเป็นแสงหิ่งห้อยเล็กๆ ให้พี่ๆ เพื่อนๆ หลายๆ ท่าน ได้ใช้วางแผนกิจกรรมหลังภาระยิ่งใหญ่อย่างการดูแลครอบครัวและลูกหลาน มีความสำคัญน้อยลงเพราะพวกเขาเติบโต จนไม่ต้องพึ่งพาเราอีกก็ได้…

หลายท่านวางแผนเรื่องเกษียณมาตั้งแต่ยังหนุ่มสาว ผมสอบถามหลายท่านในวันที่เก็บออมเพื่อสะสมทรัพย์สินไว้ใช้ยามแก่ ความรู้สึกนึกคิดเรื่องเกษียณตอนอายุ 30 ปี กับมุมมองเรื่องเกษียณเมื่อวัยใกล้ๆ 60 ปี จะต่างกันลิบลับ

ผมทำ Reder.red ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจ หรือ Passion แบบที่ผม ขายคำแนะนำแลกค่าจ้างในฐานะที่ปรึกษาธุรกิจเกิดใหม่ หรือธุรกิจที่กำลังปรับตัวใหม่มานานนับสิบปี… ประสบการณ์ทางธุรกิจ บวกกับทักษะสายอาชีพนักพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ที่โลดแล่นมากว่า 20 ปีของผม… ผมตั้งใจจะแบ่งปันหลายสิ่งอัน ที่ผมเชื่อว่า น่าจะมีคนวัยผมหรือวัยเยอะกว่าผม หลายร้อยท่านได้ประโยชน์บ้าง

เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Lecture

กิจกรรมสร้างทางเลือกการศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนฝ่าวิกฤตโควิด 19… ลองดูหน่อยแล้วค่อยว่ากัน #ReDucation

ประเด็นวิพากษ์ที่น่าสนใจที่สุดในแวดวงการศึกษา จากแคมเปญกิจกรรมสร้างทางเลือกการศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนฝ่าวิกฤตโควิด 19 ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครองยุค new normal… โดยมี สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ หรือ The Association of Private school Administration for Non Formal Education หรือ APANE สนับสนุนวิทยากร โดยการระดมติวเตอร์ทั่วฟ้าเมืองไทย มาอบรมครูในระบบ สพฐ ระหว่างที่รอเปิดภาคการศึกษา จากภาวะโควิดระบาดรอบเดือนเมษายน–พฤษภาคม ปี 2021… ซึ่งอาจารย์อรรถพล​ อนันตวรสกุล ได้วิพากย์นโยบายนี้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติมหลายประเด็นผ่าน Facebook ส่วนตัวของอาจารย์

Levels of Listening… ระดับของการฟัง

ถ้าเราเป็นคนพูด เราจะได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดชัดเจนลึกซึ้งกว่าใคร… และเมื่อเราเงียบเสียงตัวเองลง แล้วตั้งใจฟังคนรอบข้างให้มากขึ้น เราจะได้ยินความคิดของคนอื่น กระแอมไอไปกับคำพูดพรั่งพรูอยู่เบื้องหน้าเสมอ… ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมจดข้อความนี้มาจากไหนและใครพูด… แต่เป็น Note ท่อนหนึ่งที่ผมชอบทุกครั้งที่อ่าน… 

Computer Based Instructional Design…

การออกแบบ CBI หรือ Computer Based Instruction… แท้จริงแล้วก็คือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใส่เนื้อหาบทเรียนที่ต้องการสอน โดยคำนึงถึง “ความแตกต่างของผู้เรียน” ในทุกมิติ และใช้ความแตกต่างนั้นมาสร้างฟังก์ชั่น หรือ เงื่อนไขการใช้บทเรียน อ้างอิงวัตถุประสงค์การเรียน… บทเรียน หรือ Lesson… หน่วยการเรียนรู้ หรือ Learning Module… และ LO หรือ Learning Outcome ให้ครบถ้วนที่สุด

ODOO ลมหายใจอัตโนมัติสำหรับธุรกิจ

ช่วงปีเศษๆ ที่ผ่านมานี้ คำว่า Marketing Automation มีการพูดถึงอย่างมากในวงการธุรกิจ เวบไซต์ thinkwithgoogle.com ได้เผยแพร่บทความชื่อ How turning to automation helped one company drive profitable growth เมื่อช่วงเมษายน 2019 ที่ผ่านมา โดย Jay Roth