LMS - REDER

LMS และการประยุกต์ใช้งาน 

ปัจจุบัน… มีองค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ใช้งานซอฟท์แวร์แบบ Enterprise Cloud เป็น Backbone ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเชื่อมส่วนต่างๆ ในองค์กรให้สามารถประสานงานและใช้ทรัพยากรร่วมกันได้สูงสุด… ซอฟท์แวร์ที่องค์กรใช้บริหารทรัพยากรภายในแบบที่เรียกว่า ERP หรือ Enterprise Resource Planning ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ล้วนมีโมดูลสำหรับฝ่าย HR หรือ Human Resource ที่ดูแลเรื่องทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่รับเข้ามาทดลองงานจนเกษียณหรือเลิกจ้างไป… โดยฟังก์ชั่นหรือคุณสมบัติหนึ่งของซอฟท์แวร์ HR ภายใต้ ERP มักจะมี LMS หรือ Learning Management System ให้ฝ่าย HR ได้สร้างโปรแกรมฝึกอบรมพนักงานให้ใช้ด้วย

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ การใช้ eLearning ในองค์กรธุรกิจ ก้าวหน้ากว่าองค์กรที่ทำหน้าที่บริการด้านการศึกษามากมาย ที่ยังใช้ระบบการถ่ายทอดความรู้ผ่านผู้สอนแบบที่เรียกว่า Teacher Centric กันอยู่… เรียนก่อนว่า Teacher Centric ในความเห็นของผมก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดีน๊ะครับ… เว้นอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ Teacher Centric ให้ไม่ได้คือ Scalable/Repeatable หรือการขยายใช้ซ้ำสิ่งที่ครูสอน… เพราะจริงๆ แล้วผู้เรียนไม่ได้ต้องการครูเลยครับ… ผู้เรียนต้องการองค์ความรู้ที่ครูมีต่างหาก

ซึ่ง eLearning ทำให้องค์ความรู้ที่ครูมี สามารถ Scalable/Repeatable ได้ไม่จำกัดเท่ากับจำนวนความต้องการของผู้เรียนได้ทันทีโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และเวลาอีกต่างหาก

เมื่อหันกลับมาดูการปรับใช้ eLearning ในองค์กรธุรกิจ สิ่งที่องค์กรธุรกิจได้รับประโยชน์ทันที คือต้นทุนการฝึกอบรมที่ลดลงอย่างมหาศาลเมื่อไม่ต้องมาสร้างสภาพแวดล้อมการฝึกอบรมแบบวิทยากรหรือครูเป็นศูนย์กลางอีก… ที่สำคัญกว่านั้นคือ การเอาโมเดล eLearning ไปปรับใช้กับโปรแกรมฝึกอบรมให้ลูกค้า เหมือนๆ กับที่ Boeing หรือ Airbus ฝึกอบรมนักบินให้ลูกค้าด้วยการขายคอร์ส eLearning พร้อมเครื่องบินจำลองอีกต่างหากนั่นเอง… หลายวันก่อนผมได้คุยกับเพื่อนเก่าท่านหนึ่งที่ลาออกจากงานเพื่อจะได้เหลืองานให้รุ่นนัอง และออกมาทำร้านกาแฟเล็กๆ แบบทำเอาสนุกตามฝันมากกว่าจะวังร่ำรวย เพื่อนเล่าให้ฟังว่า… Suplier เครื่องทำกาแฟและบริษัทขายเมล็ดกาแฟ เขาให้เรียนออนไลน์ฟรีได้ไม่จำกัด แต่ถ้าจะไปเรียนกับครูจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเพื่อนผมท่านนี้เลือกเรียนออนไลน์และฝึกที่ร้านตัวเอง จนต้องตามหาคอกาแฟที่รู้จักช่วยไปชิมให้ที เพราะทำทิ้งและกินเองจนตาตั้งมาเยอะแล้ว

ที่จะบอกทั้งหมดก็คือ… โมเดลการเรียนการสอนด้วย eLearning ในปัจจุบันจะเป็นส่วนหนึ่งของ Resource ในองค์กรครับ ที่แม้แต่องค์กรการศึกษาอย่างสถาบันการศึกษาเองก็เช่นกัน การติดตั้ง LMS โดดๆ เพื่อใช้เรียนใช้สอนเป็นเอกเทศ หรือแยกส่วนออกจากระบบการจัดการอื่นในองค์กร จะทำให้ LMS ระบบแบบนั้นด้อยคุณค่าลงมาก ต่อให้เป็นระบบของสถาบันการศึกษาที่นักเรียนถูกบังคับให้เข้าใช้ระบบก็เถอะ… สุดท้ายประสิทธิภาพของการจัดการจะต่ำจนแข่งขันไม่ได้ และสามารถกลายเป็นประเด็นทำลายสถาบันไปเลยก็ได้ในระยะยาว

ชุดความคิดการประยุกต์ใช้ eLearning ในองค์กรทุกระดับในปัจจุบัน จึงต้องการชุดความคิดเชิงบูรณาการขั้นสุดเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานอย่างแท้จริง หากต้องการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม eLearning หรือ eLearnign เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจองค์กร ที่ต้องมีต้องใช้และต้องจัดการ… ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นการลงทุนที่ต้องการวิสัยทัศน์ไม่ธรรมดา

คำถามอีกอันหนึ่งคือ… ถ้าเป็นองค์กรที่ต้องการแพลตฟอร์ม eLearning แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีและใช้ตลอดเวลาจะทำอย่างไร… คำตอบคือ Courseware Marketplace ครับ!

Courseware Marketplace เป็น LMS แบบเปิดที่ใครจะเป็นครูหรือเจ้าของ Course ก็ได้ และใครอยากเรียนก็ได้… Courseware Marketplace ก็มีหลายเจ้า ในประเทศไทยผมแนะนำ Skillane… ส่วน Courseware Marketplace ระดับนานาชาติก็อย่างเช่น Udemy หรือ edX… ซึ่งก็มีหลายองค์กรที่ซื้อ Courseware บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้ฝึกอบรมให้พนักงานเป็นครั้งคราว เหมือนการส่งบุคคลากรไปอบรมทักษะใหม่ๆ นั่นเอง

องค์กรน้อยใหญ่จึงสามารถเป็นเจ้าของหรือใช้แพลตฟอร์ม eLearning ได้ด้วยการใช้ LMS 2 รูปแบบคือ

1. ใช้บริการ Courseware Marketplace

รูปแบบนี้จะเหมาะกับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่ต้องส่งพนักงานหรือทีมไปเรียนหรืออบรมทักษะใหม่ๆ และมีจำนวนคนและจำนวนครั้งที่ต้องเรียนไม่มาก เพราะค่าใช้จ่ายมักจะสูงตามจำนวนผู้เรียนและคอร์สที่ซื้อเรียนครับ… โดยทั่วไปจึงนิยมซื้อคอร์สเฉพาะทางสำหรับพนักงานบางคนในบางแผนกไปเรียนมากกว่า

2. ใช้ LMS ขององค์กร

การใช้งาน LMS รูปแบบนี้จะเหมาะกับสถาบันการศึกษาที่พันธกิจหลักคือการเรียนการสอน หรือองค์กรน้อยใหญ่ที่มีโปรแกรมฝึกอบรมด้วยคอร์สเดิมๆ ให้กับพนักงานหรือลูกค้าเรื่อยๆ ก็ได้… เหมือนที่บริษัทขายเครื่องชงกาแฟมีคอร์สสอนใช้เครื่องและคอร์สบาริสต้าสอนตั้งแต่วิธีดมเมล็ดกาแฟไปจนถึงแปรรูปกากกาแฟกันเลย… รูปแบบการเป็นเจ้าของ LMS จะแบ่งเป็นรูปแบบย่อยได้อีก 3 ประเภทครับ

     2.1 Standalone LMS… โดย LMS ประเภทนี้จะมีสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนออนไลน์อย่างเดียวอยู่ในระบบ ซึ่งข้อมูลสมาชิกของระบบตั้งแต่ผู้ดูแลระบบ ผู้สอนและผู้เรียนล้วนมีบัญชีอยู่ในระบบและใช้ได้เฉพาะในระบบนี้เท่านั้น… ปัจจุบัน Standalone LMS ไม่เป็นที่นิยมใช้ในองค์กรธุรกิจแล้ว เพราะการบริหารจัดการร่วมกับทรัพยากรหน่วยอื่นๆ ในองค์กรยังยุ่งยากและมีลักษณะเป็นไซโล ไม่สามารถบูรณาการข้อมูลภายในองค์กรได้ เช่น ให้พนักงานใหม่ไปเรียนการใช้ซอฟท์แวร์ตัวหนึ่งจากคอร์สแวร์บน LMS ของบริษัทที่ติดตั้งใช้งานแบบ Standalone… ซึ่ง HR หรือแม้แต่หัวหน้าของพนักงานคนนั้นไม่มีทางรู้เลยว่า พนักงานใหม่ เรียนไปถึงไหนแล้ว จนกว่าตัวพนักงานเองจะกลับมาแจ้งว่าเขาเรียนจบแล้วพร้อมทำงาน… หรือแม้แต่ในสถานศึกษาเองก็เช่นกัน Standalone LMS ของมหาวิทยาลัย จะไม่สามารถรายงานสถานะการลงทะเบียนเพื่อเข้าเรียนหากไม่บูรณาการข้อมูลกับฝ่ายการเงินของมหาวิทยาลัย ทำให้ระบบหลังบ้านของ Standalone LMS ยังต้องส่งข้อมูลอีกมากมายข้ามฝ่ายกับแบบไม่เป็นปัจจุบัน หรือ NRT หรือ Non-real Time… การใช้ Standalone LMS ในปัจจุบันจึงไม่เป็นที่นิยมอีกแล้ว แม้จะมีข้อดีคือติดตั้งใช้งานได้เร็วและราบรื่นกว่ารูปแบบการใช้งาน LMS ขององค์กรประเภทอื่นๆ

     2.2  Domain Extensions… ประเภทการติดตั้งใช้งานแบบนี้มักจะใช้ Plugin ต่อยอดเวบไซต์ขององค์กรทำ eLearning ไปในตัว ซึ่ง SME ขนาดเล็กและกลางที่ใช้เวบไซต์ติดต่อสื่อสารธุรกิจกับลูกค้าแบบแพลตฟอร์มองค์กร หรือใช้เวบไซต์ทำ Internal Operation อยู่แล้วก็มักจะเผื่อโมดูลในรูปคู่มือนั่นนี่หรือ Q&A หรือ Question & Answer เอาไว้เป็นอย่างน้อย… และองค์กรเหล่านั้นก็มักจะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เวบไซต์หรือ Domain Protocal มีความสามารถให้ใช้งานเป็น LMS เพื่อใช้ถ่ายทอดองค์ความรู้ขององค์กรไปยังลูกค้า คู่ค้าและพนักงาน

     2.3 Enterprise Learning Management System… ประเภทการติดตั้งใช้งานแบบนี้จะมี LMS เป็นหนึ่งทรัพยากรในระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ซึ่งองค์กรต้องมี Operation บน ERP ที่สมบูรณ์แบบคลอบคลุมองค์กรอย่างแท้จริงจึงจะสามารถสร้างและใช้ LMS และ eLearning กลืนไปกับวัฒนธรรมองค์กร… ผมจงใจใช้คำว่าวัฒนธรรมเพื่อที่จะบอกว่า… องค์กรที่ใช้ Enterprise LMS ได้สมบูรณ์แบบต้องเปลี่ยนแปลงและจัดการผ่านวัฒนธรรมองค์กรเท่านั้นครับ… หลายครั้งผมถูกจ้างในฐานะที่ปรึกษาภายนอก ให้วางระบบ ERP และ eLearning โดยองค์กรยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ที่แพงที่สุดและดีที่สุด ซึ่งการซื้อและติดตั้งระบบเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับผมและที่ปรึกษาด้าน Tech-Tranformation ทุกคนทุกบริษัทในโลกใบนี้… แต่การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้ข้อมูลไหลลื่นจน ERP สร้างองค์กรที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงนั้น… ระบบแทบไม่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะลงทุนด้วยมูลค่าเท่าไหร่ หรือฟังก์ชั่นเทคโนโลยีที่ใช้จะหรูเลิศมากมายขนาดไหน… ซึ่ง LMS บน ERP ขององค์กรเอง หลายครั้งจึงต้องเริ่มที่ Educated ซึ่งก็คือการใช้ eLearning และ LMS ผลักดันฐานความรู้จนเกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านกลุ่มบุคลากรที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงก่อน… ขั้นสุดท้ายหลังการเปลี่ยนแปลงจนสร้างการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ในองค์กรได้แล้ว… ย้ำว่าส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงผลัก ERP ให้กลายเป็นเสาหลักขององค์กร และให้ LMS เป็นส่วนหนึ่งของทรัพยากรไป

ประเด็นก็คือ… การลงทุนกับ LMS มีค่าใช้จ่ายประจำ ค่าติดตั้งและค่าดูแลระบบที่เป็นต้นทุนสำคัญ… การตัดสินใจใช้ eLearning โดยเป็นเจ้าของ LMS เป็นเรื่องกลยุทธ์องค์กรที่ไม่เคยง่ายหรอกน๊ะครับ ยิ่งถ้ามองจากมุมมองทางเทคนิคที่ LMS เป็นซอฟท์แวร์ที่ต้อง Update ปรับเปลี่ยนให้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ ก็เป็นประเด็นสำคัญเท่าๆ กับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกรูปแบบและประเภทเช่นเดียวกัน

ถึงตรงนี้ผมแนะนำแบบนี้เป็นเบื้องต้นก็แล้วกัน… ถ้าองค์กรของท่านมีพันธกิจทางการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญ ผมแนะนำให้ตรงไปที่ Enterprise Learning Management System ที่ปลายทางคือการใช้งานเป็นส่วนหนึ่งของ ERP ไปเลย… แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายสูงในช่วงเริ่มต้นแน่ๆ แต่เมื่อผ่านช่วงบ่มเพาะและการเปลี่ยนแปลงจนถึงช่วง Scale-up ได้แล้ว ระบบจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้อย่างคุ้มค่ามากในระยะยาว… ประสบการณ์ส่วนตัวผมเคยเห็นค่าใช้จ่ายลดลงมากกว่า 90% ก็เคยมีครับ… แต่ถ้าการเป็นเจ้าของ LMS เป็นเรื่องใหญ่และวุ่นวายเหมือนต้องสร้างโรงเรียนให้ลูกสองสามคนมีที่เรียน… ผมก็ไม่แนะนำให้ท่านหรือองค์กรของท่านต้องมี LMS ส่วนตัวไว้ใช้หรอกครับ… แม้ของฟรีจะมีอยู่มากในอินเตอร์เน็ต แต่ค่าใช้จ่ายที่แพงจริงๆ ไม่ใช่เรื่องการติดตั้งหรือดูแล LMS หรอก… แต่เป็นค่าใช้จ่ายในการผลิต Courseware ที่จะใช้บน LMS ต่างหากที่แพงและต้อง Update เหมือนที่ครูหรือห้องเรียนไม่ได้สำคัญเกินความรู้ของครูนั่นเอง… 

ความจริงยังมีแง่มุมและรายละเอียดอีกเยอะมากที่ผมไม่ได้พูดถึงในคราวนี้ โดยเฉพาะกรณีซอฟท์แวร์ ERP สำหรับโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่พ่วง LMS มาด้วย ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักการศึกษาและผู้บริหารโรงเรียนมากในปัจจุบัน ซึ่งผมขอยกไปคุยในโอกาสอื่นที่เหมาะสมอีกที เพราะมีกรณีเฉพาะที่ต้องลงรายละเอียด รวมทั้งกรณีอื่นๆ อีกหลายประเด็นอยู่ครับ… เอาเป็นว่า ขาดเหลือจากประเด็นที่เล่าๆ ไปแล้วส่วนไหน อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนหรือติเตือนก็ยินดีเช่นเดิมครับ… Line: @reder ยินดีพูดคุยแลกเปลี่ยนกับทุกท่านครับ

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.