Influential Leaders’ Skill… ทักษะผู้นำทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้อื่น

Leader Command

ในทุกโครงสร้างองค์กรหรือสถาบันตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงองค์การนานาชาติ ต่างก็มีตัวตนผู้นำอย่างชัดเจน อยู่ในโครงสร้าง “การตัดสินใจ” เพื่อนำการทำภาระกิจที่มีเป้าหมายเล็กๆ อย่างการทำมาหากินเลี้ยงปากท้องครอบครัว ไปจนถึง ภาระกิจช่วยผู้อพยพหนีภัยสงครามหรือความหิวโหยอดอยาก ซึ่งการนำเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานเรื่องอาหาร เรื่องที่อยู่อาศัย ยาและเกิดแก่เจ็บตาย อาจจะไม่มีอะไรซับซ้อนในทิศทางและความร่วมมือระดับสถาบันหรือองค์กร

แต่หากเป็นการนำเพื่อสร้างสรรค์โอกาส ซึ่งอยู่เหนือความจำเป็นพื้นฐานแบบ “ได้ก็ดี ไม่มีก็ไม่ตาย” นั้น… การนำของผู้นำส่วนใหญ่จะถูกท้าทายจากความคิดและทัศนคติแตกต่าง ที่สมาชิกคนอื่นๆ ในสถาบันหรือองค์กรมีทางเลือกอื่นให้คิดและเชื่อต่างออกไปจากแนวทางของผู้นำ

กฏการนำที่ตราขึ้นใช้ในสถาบันและองค์กร ตั้งแต่ระดับแนวทาง หรือ Guideline ไปจนถึงระเบียบกฏหมายและรัฐธรรมนูญ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิด “อิทธิพลโดยปริยายต่อการตัดสินใจจะคิดและเชื่อ” ของกลุ่มคนที่เป็นสมาชิกของสถาบันหรือองค์กรเหล่านั้น… แต่หลายกรณีเราต่างก็ทราบดีว่า การตัดสินใจของคนภายใต้กฏกติกาหรือแนวทางที่ถูกแนะนำให้เลือกคิดและเชื่อได้อย่างจำกัด ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อ “สร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ” ได้ค่อนข้างยาก… เพราะเราต่างก็รู้ดีว่า การจะสร้างสรรค์สิ่งใดขึ้นจนถึงขั้นสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนนั้น ต้องการการเปลี่ยนแปลงอะไๆ จากเดิมไม่มากก็น้อย… โดยเฉพาะความคิดและความเชื่อของผู้ที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องเปลี่ยนก่อน… ย้ำอีกทีว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนก่อน

คำถามก็คือ… ในฐานะผู้นำที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงดังว่านั้นเพื่ออะไรก็ตามแต่ ผู้นำควรจะดำเนินการหรือเริ่มดำเนินการจากจุดไหนไปถึงไหนอย่างไร?

Ed Chacksfield โค๊ชสอนทักษะผู้นำระดับอาวุโสจาก Inspirational Development เสนอให้ผู้นำวางตัวให้เป็น Influencer หรือผู้มีอิทธิพลโน้มน้าวคนอื่นๆ ในองค์กรของท่านก่อน… ซึ่งการเป็น Influencer ในที่นี้จะช่วยให้ไอเดียหรือแนวคิดจากผู้นำ ได้รับการยอมรับและดำเนินการต่อจากสมาชิกในองค์กรได้ง่ายไม่แตกต่างจากการสั่งการ

ประเด็นก็คือ… การถูก Influence มีข้อดีในประเด็นความคิดและความเชื่อของผู้ติดตามการนำทั้งหมด จะคิดและเชื่อในชุดความคิดการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ในแบบเดียวกับผู้นำที่เป็น Influencer ของพวกเขา

Ed Chacksfield มีคำแนะนำในการสร้างภาวะผู้นำให้ถึงขั้นการเป็น Influencer ในองค์กรเอาไว้ 5 องค์ประกอบ ได้แก่

1. Cultivate Your Personal Brand หรือ ปลูกฝังแบรนด์ส่วนบุคคลให้ตนเอง

การสร้างภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของผู้นำ ให้เป็นที่เชื่อถือได้ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ มีทั้งความประพฤติ ทักษะและองค์ความรู้ที่เชื่อมั่นวางใจได้สำหรับทุกคน เสมอต้นเสมอปลายและเป็นต้นแบบสำคัญๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาและสร้างสรรค์ความสำเร็จต่อเป้าหมาย โดยเฉพาะการเป็นต้นแบบในการตัดสินใจต่างๆ

2. Be Positive and Proactive หรือ เป็นคนคิดบวกและทำงานเชิงรุก

ผู้นำคิดบวกจะมีวิสัยทัศน์และความเชื่อว่าเรื่องดีๆ และสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นและเป็นไปได้ ทั้งล้ำหน้าหรือเท่าทันการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลง… แต่การเล่าวิสัยทัศน์และพยายามขายแนวคิดความเชื่อปากเปล่า หรือจำคำหรูหราที่คนอื่นพูดกันมาพูดลอยๆ โดยไม่มีแผนจะดำเนินการที่จะสร้างวิสัยทัศน์ที่พูดถึง… ซึ่งวิสัยทัศน์ที่มองเห็นเป็นเป้าหมายไกลๆ ที่ว่า ล้วนต้องการแผนและการดำเนินการให้ถึงเป้าหมายปลายตาโดยไม่รีรอเสมอ… ซึ่งถ้ายังรีรอหรือทำงานเชิงรับ กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้ารับความเสี่ยง รอบคอบระมัดระวัง จนไม่มีอะไรริเริ่ม ทำให้ภาระหน้าที่ๆ ทำได้เหลือแต่กิจกรรมแจกของร้องเพลงและงานเสมียน อ่าน เซ็นต์ ส่งต่อ… ท่านจะยังเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้นำอยู่ ก็คงไม่มีใครเชื่อท่านอยู่ดี

3. Leverage Networks หรือ ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย

ทักษะการสร้างและใช้เครือข่ายทั้งระดับบุคคลและองค์กร ถือว่าเป็นทักษะสำคัญของผู้นำ ที่จะเห็นศักยภาพในการสร้างโอกาส จากการเชื่อมโยงผลประโยชน์ผ่านพลังของเครือข่าย… นอกจากนั้น การมีเครือข่ายจะหมายถึง การได้รับการยอมรับจากภายนอก หรือการได้รับความเชื่อถือจากภายนอกองค์กร อันเป็นการยืนยัน “บารมี” ของผู้นำอย่างสำคัญ

4. Make Time for People หรือ ให้เวลากับคนอื่นๆ

ผู้นำส่วนหนึ่งจะมีพฤติกรรม “ยุ่งมาก” จนคนที่อยู่ด้วยและทำงานใกล้ชิดเกรงใจจนไม่รบกวนท่านดีกว่า และเมื่อถึงคราวจะต้องรบกวน ส่วนใหญ่จึงมักจะเจอแต่เรื่องใหญ่ๆ และสร้าง Surprise หรือความประหลาดใจให้ผู้นำเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะตามมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะเรื่องใหญ่ๆ ที่เกิดแล้ว… มักจะไม่ต่างจากเหตุไฟไหม้ที่ต้องดับไฟเท่านั้นจึงจะรอด อะไรอย่างอื่นต่อให้สำคัญแค่ไหนก็ต้องวางและมาช่วยกันดับไฟ… พฤติกรรมยุ่งมากของผู้นำรุ่นใหม่จึงเป็นเรื่องขบขัน น่าอายและสะท้อนความสามารถในการบริหารเวลาที่ย่ำแย่ มากกว่าจะมีคุณค่าอะไรจากยุ่งมากจนไม่ได้คุยกับใครตรงไหนให้รู้จริงสักเรื่อง…

5. Use Influencing Techniques หรือใช้เทคนิคโน้มน้าวในปฏิสัมพันธ์

การจะเป็นผู้นำได้แปลว่าต้องมีผู้ตาม ซึ่งผู้ตามจะใช้ “การตัดสินใจของผู้นำ” เป็นแนวทางในการจัดการและดำเนินการต่อ… ทั้งผู้นำกับผู้ทำจึงจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์เพื่อให้ได้การตัดสินใจหนึ่งมาทำอะไรต่อไปได้นั่นเอง… เทคนิคการครองใจผู้ทำ ที่ผู้นำต้องมีเพื่อให้การตัดสินใจใดๆ ที่ผู้ทำจะต้องเอาไปสะสางต่อ เป็นที่ยอมรับและถูกจัดการดำเนินการอย่างดีที่สุด… ผู้นำควรต้องละเอียดอ่อน หรือ Soft ในการชี้นำและโน้มน้าว แม้จะวุ่นวายและซับซ้อนกว่า “สั่งการ” แต่หลายกรณีที่เป้าหมายและกิจธุระที่จะไปทำ กลายเป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อนและสำคัญ… การหาวิธีผลักดันการตัดสินใจให้ผู้ทำคิดและเชื่อจนสามารถสะสางกิจธุระได้ลุล่วงด้วยความเต็มใจ จึงจำเป็นต้องโน้มน้าวผู้ทำให้เข้าสู่แรงผลักดันจากภายในของพวกเขาให้ได้… ส่วนเทคนิคการโน้มน้าวและ Influenc ผู้ทำก็เอาตามบริบทที่ท่านถนัดทั้งชวนเชื่อ ชี้แจง ให้ข้อมูล เสริมความรู้หรือใช้พลังเครือข่ายก็ได้หมด… แต่โดยส่วนตัวผมจะแนะนำให้เริ่มที่มุม Empathy หรือเอาใจใส่ผู้ทำโดยถ่ายเทการตัดสินใจผ่าน Empathy ไปให้เป็นการตัดสินใจโดยผู้ทำให้ได้มากที่สุด… ถ้าเป็นไปได้

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Rooms Recognition เมื่อชีวิตติด IoT

มีคำถามน่าสนใจเข้ามาคุยกับผมหลายวันก่อน… เรื่อง IoT กับผู้สูงอายุ โดยคำถามเน้นตามหาวิสัยทัศน์หลังช่วงปฏิวัติดิจิตอลอย่างปัจจุบันที่กรอบเวลาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า… 5G มีใช้ทั่วถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น… คนชราในช่วงเวลานั้นจะอยู่อย่างไรในบ้านตัวเอง บ้านพักคนชราหรือแม้แต่ในโรงพยาบาล?… 

Deadline

Time Management…

คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับเรื่องที่สำคัญ หรือ Important ที่เร่งด่วน หรือ Urgent ซึ่งเป็นกล่อง ซ้ายบนของกล่องไอเซนฮาวร์… แต่นักบริหารหลายท่านเรียกธุระในกล่องซ้ายบนว่า “งานดับเพลิง” ซึ่งมักจะเป็นเรื่องไฟลนก้นต้องหาทางดับให้ไว… นักบริหารหลายท่านจึงมักจะมีความเห็นและหาทางทำ “ธุระจำเป็นที่ไม่เร่งด่วน หรือ Important/Not Urgent ในรายการขวาบนของกล่องไอเซนฮาวร์” เพื่อป้องกันงาน “จำเป็นเร่งด่วน” ที่รบกวนและถึงขั้นหลอกหลอนใครหลายๆ คนไปชั่วชีวิตก็มี…

Dalio’s 5 Step Process for VESPA Mindset

เหตุผลข้อเดียวที่คนเราต้องเรียนก็คือ เราไม่รู้… ทั้งไม่รู้เพราะเพิ่งเกิดมาบนโลกไม่นาน และไม่รู้เพราะอยู่มานานแต่ยังไม่รู้… การผิดพลาดบกพร่องระหว่างเรียนจึงควรได้รับการใส่ใจและประคับประคองจากระบบการศึกษาเพื่อปกป้อง “ความไม่รู้” ให้ถูกแก้ไขอย่างเหมาะสม

โครงการหลวง… พระมหากรุณาธิคุณที่พวกเรามีหน้าที่จดจำและเล่าขาน

โครงการหลวง หรือ Royal project เป็นโครงการส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก่อมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2512 ยาวนานมาแล้วถึง 50 ปี