ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการยืดอายุผักผลไม้และสินค้าอาหารสำหรับ OTOP/SME

Banana

การผลิตสินค้าออกจำหน่ายในปริมาณมากๆ หลายกรณีตัวสินค้าเองมีความสำคัญน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ห่อหุ้มสินค้าเพื่อส่งมอบให้ถึงมือลูกค้า… และหลายกรณีที่การพัฒนาสินค้าและธุรกิจของ OTOP หรือ SME วนเวียนอยู่กับบรรจุภัณฑ์มากกว่าตัวสินค้าเอง เพื่อให้ได้สินค้าที่พร้อมขายและเหมาะสมต่อการนำสู่ตลาด… บรรจุภัณฑ์จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่คนทำ OTOP หรือ SME จะต้องสนใจให้มาก โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวข้องกับของสดและอาหารแปรรูปทั้งหลาย

อย่างกรณีของผลไม้ที่รับประทานแบบปลอกเปลือกเช่น ส้ม… เทคโนโลยีการเคลือบแว๊กซ์ที่ผิวเพื่อลดการคายน้ำและควบคุมกลไกการแลกเปลี่ยนก๊าซของผลไม้กับก๊าซในบรรยากาศ ก่อนนำไปบรรจุเตรียมขนส่ง… ก็สามารถช่วยยืดอายุผลไม้ได้มากขึ้น 2-5 เท่า ลดการเน่าเสียและสุกงอมก่อนถึงมือลูกค้าได้อย่างดี

แต่ในกรณีของผักผลไม้หลายชนิด หรือแม้แต่อาหารแปรรูป อาจจะต้องใช้เทคโนโลยีอื่นในการเก็บรักษาคุณภาพ ความสด รสชาติและถนอมรักษาสภาพที่ต่างออกไป… การคิดค้นหาแนวทางถนอมและยืดอายุสินค้า จึงต้องการความรู้ความเข้าใจทั้งเรื่องการเก็บรักษาสภาพและคุณภาพ เท่าๆ กับความเข้าใจเรื่องเทคนิคการบรรจุและขนส่งสินค้า… ดังนั้น ก่อนจะออกแบบบรรจุภัณฑ์ใดๆ จึงจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับเทคนิคการถนอมและรักษาสภาพของสินค้า รวมทั้งการยืดอายุให้สินค้าจึงจำเป็น

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันเป็นเบื้องต้นก่อนว่า รูปแบบการเก็บรักษาสินค้าเพื่อยืดอายุและคงสภาพโดยทั่วไปมีอะไรบ้าง…

Cold Storage หรือการเก็บรักษาในห้องเย็น

การเก็บรักษาในห้องเย็นเป็นการปรับปัจจัยทางด้านอุณหภูมิเพื่อให้ผลิตผลมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด เพราะอุณหภูมิที่เย็นสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เข้าทำลายผลผลิต… ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในกรณีนี้ได้แก่อุณหภูมิ ซึ่งการใช้ความเย็นช่วยเก็บรักษาผลผลิต จะช่วยยืดอายุผลผลิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ปลอดภัยที่สุดและส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตน้อยที่สุด

CA Storage หรือ Controlled Atmosphere Storage หรือการควบคุมสภาพของบรรยากาศ

โดยปกติ อากาศจะมีออกซิเจนประมาณ 20% คาร์บอนไดออกไซด์ 0.03% ที่เหลือคือไนโตรเจน การลดสัดส่วนของออกซิเจน และเพิ่มปริมาณสัดส่วนให้คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศรอบๆ ผลิตผล… สามารถการชะลอหรือลดอัตราเร่งของการเน่าเสียของผลิตผลได้… แต่เทคนิคนี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนหรือส่วนผสมของก๊าซตัวแปรอย่างอ๊อกซิเขนและคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ให้เหมาะกับผลผลิต เช่น  หน่อไม้ฝรั่งสามารถเก็บรักษาในบรรยากาศควบคุมที่มีออกซิเจน 10% และคาร์บอนไดออกไซด์ 10% จะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาจาก 7 วัน ออกไปได้มากกว่า 2 สัปดาห์ เป็นต้น

Wax Coatings หรือการเคลือบผิวด้วยแว๊ก

ผักและผลไม้โดยธรรมชาติมีไข หรือ Wax เคลือบผิวด้านนอกที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้ป้องกันการสูญเสียน้ำ แต่ไขเหล่านี้มักจะถูกล้างออกไปในกระบวนการเตรียมผลิตผลก่อนจำหน่าย ทำให้เกิดความเสียหายกับผลผลิต ทั้งในแง่ความทนทานต่อสภาพการเก็บรัษาและความสวยงามในการวางจำหน่าย… ดังนั้นการเคลือบแว๊กสังเคราะห์จึงช่วยลดการคายน้ำและการปนเปื้อนจุลินชีพได้ แต่แว๊กสังเคราะห์เป็นสารเคลือบภายนอก การเคลือบจึงไม่สามารถทำโดยตรงกับส่วนของผลผลิตที่ใช้รับประทานโดยตรง เราจึงเห็นการเคลือบแว๊กกับผลผลิตที่ต้องปลอกเปลือกรับประทานเป็นส่วนใหญ่

Ozone Fumigation หรือการรมด้วยโอโซน

โอโซนที่ความเข้มข้นต่ำๆ นิยมใช้ในการเตรียมผักผลไม้ก่อนการเก็บรักษาในห้องเย็น… สามารถป้องกันการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรียในอากาศที่สัมผัสกับผิวของผลิตผล และยังสามารถทำลายจุลินทรีย์ที่ผิวได้ด้วย… มีการศึกษาการใช้โอโซนอบหรือรมผักและผลไม้หลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล มันฝรั่ง มะเขือเทศ สตรอเบอรี่ บรอคโคลี แพร์ ส้ม พีช องุ่น ข้าวโพด และถั่วเหลือง แต่สิ่งที่สำคัญคือโอโซนสามารถใช้ในห้องเย็นที่ใช้เก็บรักษาผักและผลไม้เพื่อป้องกันการสุกได้ด้วย…โดยโอโซนจะไปลดการผลิตแก๊สเอทิลีนที่ผักและผลไม้ผลิตขึ้นและมีผลทำให้ผักและผลไม้สุกหรือเน่าเสียนั่นเอง

Sulfur Dioxide Fumigation หรือการรมด้วยซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้จากการเผา Sulfur หรือกำมะถัน นิยมใช้อบหรือรมผลผลิตเพื่อควบคุมการเกิดสีน้ำตาลในผักและผลไม้ โดยจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ PolyPhenol Oxidase หรือ PPO… นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติในการฟอกสีและควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้อีกด้วย เทคโนโลยีนี้จำเป็นสำหรับลำไยและลิ้นจี่ที่ต้องส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ… ในกรณีของลิ้นจี่ เมื่อรมด้วยซัลเฟอร์ไดออกไซด์แล้วจะทำให้เปลือกสีแดงซีดลง จึงต้องนำไปแช่ในสารละลายกรด เพื่อให้เปลือกมีสีแดงดังเดิม

Packaging Film การใช้ฟิล์มบรรจุภัณฑ์

ฟิล์มเหมาะสมกับการยืดอายุผลิตผลจะต้องมีคุณสมบัติสามารถดัดแปลงสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ให้เป็นสภาวะสมดุล หรือ Equilibrium Modified Atmosphere หรือ EMA… ซึ่งเป็นหลักการหนึ่งของเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีการรักษาความสดและถนอมอาหารได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง โดยฟิล์มที่เหมาะสมต้องสามารถชะลอการหายใจ การคายน้ำ และการเสื่อมสภาพของผลผลิตได้… ยืดอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าเดิม 2-5 เท่า โดยรสชาติ กลิ่น และคุณค่าทางโภชนาการไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันเทคโนโลยี EMA Film หรือ EMA Packaging มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานอย่างกว้างขวาง… โดยทั่วไป EMA Film จะยอมให้ก๊าซที่ใช้ในกระบวนการหายใจของผักผลไม้ ผ่านเข้าออกได้ดีและสอดคล้องกับอัตราการใช้และสร้างก๊าซในกระบวนการหายใจของผักและผลไม้สด… ทำให้เกิดบรรยากาศดัดแปลงแบบสมดุล หรือ Equilibrium Modified Atmosphere หรือ EMA ขึ้นในบรรจุภัณฑ์ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วยก๊าซออกซิเจนในช่วง 2-10% และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2-10% ความชื้นสัมพัทธ์ภายในบรรจุภัณฑ์อยู่ในช่วง 90-99% ส่งผลให้เกิดการชะลอการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพได้ 

EMA Film เป็นหลักการหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบแอคทีฟ หรือ Active Packaging Technology ที่สามารถพัฒนาฟิล์มที่มีคุณสมบัติพิเศษได้หลากหลาย เช่น ฟิล์มดูดซับเอทิลีนเพื่อชะลอการสุก หรือ Ethylene Absorbing Films… ฟิล์มที่สามารถเลือกให้ก๊าซผ่านแบบพิเศษ หรือ Special Perm Selective Films เป็นต้น

ทั้งหมดเป็นข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในปัจจุบันครับ… มีที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ คือเทคโนโลยี EMA Film ที่เคลือบมากับวัสดุผลิตหีบห่อสินค้าหรือ Packaging Materials ที่พร้อมสำหรับการปรับแต่งดัดแปลงใช้บรรจุสินค้าเพื่อนำเข้าสู่ตลาดได้เลย… 

ถึงตรงนี้… ถ้าสินค้าของท่านเป็นของสดก็ดี หรือเป็นสินค้าที่ต้องการการยืดอายุเพื่อคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำตลาดก็ดี… การมองหาเทคนิคการยืดอายุผลผลิตที่เหมาะสมน่าจะช่วยเพิ่มผลกำไรในท้ายที่สุดให้ท่านได้… ติดขัดสอบถามพูดคุยที่ Line: @reder ได้ครับ

อ้างอิง

https://www.mhesi.go.th/main/th/116-knowledge/work-of-most/nstda/1710-2010-06-07-05-16-12
http://electron.rmutphysics.com/science-news/index.php?option=com_content&task=view&id=1093&Itemid=4
https://www.kmutt.ac.th/rippc/best4.htm

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

push cost to minimum position

Cost Leadership Strategy… ราคาดีก็มีชัย #SaturdayStrategy

Jack Shewmaker ได้ใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาภายใต้แคมเปญ Every Day Low Prices อย่างเป็นทางการ จนพา Walmart ไปไกลเกินความสำเร็จตามเป้า เพราะพวกเขาได้กลายเป็นยักษ์ค้าปลีกที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างเหลือเชื่อทั่วสหรัฐอเมริกา…

School Bus

แหล่งทำลายความคิดสร้างสรรค์เด็กชื่อ… โรงเรียน

Sir Ken Robinson สรุปว่า เด็กๆ ทุกคนต่างเกิดมามีพรสวรรค์ มีความคิดสร้างสรรค์ที่สูงล้น และมีความกระหายอยากจะเรียนรู้ แต่น่าเสียดายที่เมื่อเด็กๆ เข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว สิ่งเหล่านั้นกลับเหือดหายไป ทั้งที่สังคมให้ค่ากับมันเสมือนว่าเป็นของที่หายาก

Experience Learning

Pre-creation Learning…

การเข้าถึง Insight ของผู้เรียนผ่านรูปแบบ Co-creation “น่าจะ” ทำให้ผู้เรียน แบ่งปัน Personality กับ Experience ที่ผู้เรียนมีและเป็น อย่างตรงไปตรงมาจนทำให้สามารถทำ Personalized Learning ได้แม่นยำขึ้น

Customer Lifetime Value, Customer Lifetime Value, CLV, CLTV, LTV, Purchase Value, Purchase Frequency, Customer Lifespan,

Customer Lifetime Value… ลูกค้าหนึ่งคนทำเงินให้ธุรกิจเท่าไหร่?

Customer Lifetime Value หรือ CLV ถ้าแปลตรงตัวจะให้ความหมายว่า มูลค่าตลอดชีพของลูกค้าหนึ่งคน… หรือก็คือ มูลค่าที่ธุรกิจคาดว่าจะได้รับจากลูกค้าแต่ละราย ตั้งแต่เริ่มเป็นลูกค้าจ่ายเงินให้ธุรกิจครั้งแรกจนกระทั่งเลิกเป็นลูกค้าเพราะอะไรก็ตามแต่ รวมทั้งธุรกิจของเราไม่เหลือคุณค่าอะไรสำหรับลูกค้าเดิมอีกแล้วด้วย