Jaguar

ในบรรดารถยนต์ Luxury Sedan หรูหรา… ชื่อ Jaguar สำหรับสาวกรถยุโรป ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงภาพลักษณ์ยานยนต์ที่คงความโดดเด่นระดับตำนานมาได้ตลอด… โดยเฉพาะ Jaguar XJ Series

วันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2019… Jaguar Land Rover Automotive PLC บริษัทแม่ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์อังกฤษแบรนด์ Jaguar และ Land Rover ได้ออกประกาศจาก ปราสาทบลอมวิช หรือ Castle Bromwich Assembly ว่าพวกเขาได้หยุดการผลิตรถยนต์ Jaguar รุ่น XJ X351

ในฐานะแฟน Jaguar XJ คนหนึ่ง… ก็อยากเอาตำนานความยิ่งใหญ่ของรถยนต์ที่คนอังกฤษภาคภูมิใจมาตั้งแต่ยุคสงครามโลก มาบันทึกเอาไว้… แม้ Jaguar จะยังเหลือชื่อ XJ เอาไว้อยู่ แต่นับจากนี้ไปก็จะมีแต่ Jaguar XJ electric เท่านั้น… เสียงวาล์วและกลิ่นไอเสียแบบรถอังกฤษก็คงจะจางไปจากท้องถนนในอีกไม่ช้า… เพราะรถยนต์ Jaguar แทบทุกรุ่นและทุกคัน ล้วนถูกเก็บสะสมที่นานวันยิ่งเพิ่มมูลค่าทั้งสิ้น… เห็นได้จากบริการใหม่ของ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ… ได้ประกาศเปิดบริการ “จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ คลาสสิก หรือ Jaguar Land Rover Classic” ที่ยืนยันว่า รถยนต์ Jaguar ทุกรุ่นจะยังมีอะหลั่ยและช่าง คอยดูแลตั้งแต่งานซ่อมบำรุงทั่วไป จนถึงงานฟื้นฟูสภาพรถยนต์ Jaguar แสนรักของเจ้าของ… ซึ่งส่วนใหญ่ผูกพันธ์รักรถคันโปรด ที่ผ่านช่วงเวลาและประสบการณ์อันน่าจดจำมาด้วยกันดั่งมิตรสหายที่มีชีวิต

รถยนต์แบรนด์ Jaguar ผ่านร้อนผ่านหนาวจากการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหลายครั้ง… ซึ่ง Jaguar XJ Series 1 เริ่มผลิตออกจำหน่ายในปี 1968… ขณะนั้นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เปลี่ยนมือจาก British Motor Holdings Limited มาเป็น British Leyland Motor Corporation แล้ว… แต่ก็ยังใช้ชื่อบริษัทเป็น Swallow Coachbuilding Company Limited ซึ่งเติบโตมาจากผู้ผลิตมอเตอร์ไซด์ และ มอเตอร์ไซด์พ่วงข้างในยุคสงครามโลกช่วงปี 1933… โดยมีชื่อ Sir William Lyons หรือ Mr. Jaguar เป็นผู้ก่อตั้งหรือ Founder

XJ Series I Year 1972

ปี 1968… Jaguar XJ Series 1 วางตลาดด้วยรุ่นย่อย 2 รุ่นหลักคือ Jaguar XJ6 เครื่องยนต์ 6 สูบขนาด 2.8 ลิตร กับขนาด 4.2 ลิตร… และ Jaguar XJ12 เครื่องยนต์ 12 สูบ เครื่องยนต์ 5.3 ลิตร ซึ่งวางตลาดช้ากว่า XJ6 ถึง 4 ปี… ซึ่งรถยนต์ในยุคนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนโมเดลได้เร็วเหมือนทุกวันนี้ และ Jaguar XJ Series 1 ก็ปิดโมเดลลงด้วยยอดการผลิตรวมทั้งหมด 98,227 คันเท่านั้นเอง

ปี 1973… Jaguar XJ Series 2 ก็เปิดตัว และวางตลาดด้วยด้วยรุ่ยย่อยทั้ง XJ6 และ XJ12 กับเครื่องยนต์ 4 ขนาดคือ เครื่องยนต์ 6 สูบสำหรับ XJ6 ขนาด 2.8 ลิตร… 3.4 ลิตร และ 4.2 ลิตร โดยมีเครื่องยนต์ 12 สูบแบบ แบบ SOHC V12 ขนาด 5.3 L หรือเครื่องยนต์ Jaguar V12 ซึ่งผลิตตลอด 7 ปี ของ Series 2 เพียง 16,060 คัน… ซึ่งเป็นรถฐานล้อยาวทั้งหมด และออกวางตลาดจริงเพียง 14,226 คันเท่านั้น ซึ่งตัวเลขที่หายไปเกือบสองพันคัน คือรถสั่งพิเศษที่ Jaguar ส่งมอบแบบ VIP ให้ลูกค้าพิเศษทั่วโลก… นั่นทำให้รถยนต์ Jaguar ที่แปะท้ายว่า Jaguar XJ12 5.3 รุ่นปี 1973-1979 กลายเป็นรถสะสมหายากรุ่นหนึ่งของโลก

ที่พิเศษสุดคือ… XJ Series 2 ได้ออกรุ่นคูเป้ 2 ประตูออกวางตลาดกับ 2 ขนาดเครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์ 4.2 ลิตร และ เครื่องยนต์ 12 สูบ 5.3 ลิตร… เริ่มวางตลาดในปี 1975 พร้อมๆ กับการปล่อยเวอร์ชั่น Daimler Sovereign Coupé และ Daimler Double Six Coupé ซึ่งเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ เพื่อให้เกียรติแบรนด์ Daimler ซึ่งควบรวมกิจการกับ Jaguar แบบหลายตอนจบมาตั้งแต่ปี 1910 จนเรียบร้อยในปี 1960… ซึ่งเรื่องราวของรถยนต์ Daimler และ Gottlieb Wilhelm Daimler วิศวกรสุดอัจฉริยะเรื่องยานยนต์ชาวเยอรมัน กับเรื่องวุ่นๆ ในการใช้ชื่อแบรนด์ Daimler จนเหลือชื่ออยู่แต่ในอังกฤษ… มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจมากมาย และคงมีโอกาสได้พูดถึงในอนาคต… ที่แน่ๆ XJ-Coupé ทุกรุ่นหายากและราคาในตลาดนักสะสมรถยนต์คลาสสิค ถือว่าไม่ธรรมดา

XJ Series II

XJ-Coupé

Jaguar XJ12 Year 1986

ปี 1979… Jaguar Series 3 ก็ได้ออกวางตลาดจากฝีมือการออกแบบที่รักษาเอกลักษณ์ จากสำนักออกแบบ Pininfarina จากอิตาลี โดยไม่มีรุ่นสองประตู Coupé และและยังตัดเครื่องยนต์ 2.8 ออกไปจากโมเดล เหลือไว้เพียงเครื่องยนต์ ขนาด 6 สูบ 3.4 และ 4.2 ลิตร… กับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.3 ลิตร โดย Jaguar Series 3 อยู่ในตลาดยาวมาจนถึงปี 1992 ในขณะที่ฝ่ายออกแบบก็กำลังพัฒนาโมเดลใหม่จนขึ้นสายพานการผลิตคู่กัน และออกวางตลาด Jaguar XJ40 บนโครงฐานเดียวกัน แต่ออกแบบให้ส่วนกระจังและไฟหน้า ไฟท้ายแตกต่างอย่างชัดเจน

ปี 1987… วงการรถยนต์หรูหราจึงได้รู้จัก Jaguar XJ40 ซึ่งถือเป็นการออกแบบ Jaguar ยุคใหม่ พร้อมปลดระวางเครื่องยนต์รหัส XK ที่เคยใช้และพัฒนามาตั้งแต่ Series 1 หันมาใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงรหัส AJ6 และใช้เครื่องยนต์รหัส XJ12 ในรุ่น 12 สูบ

ย้อนกลับไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 1985… Mr. Jaguar หรือ Sir William Lyons ก็จากไป… พร้อมๆ กับการเข้ามาของ Ford Motors ที่สามารถปิดดีลซื้อหุ้น Jaguar จบในปี 1990 อันเนื่องมาจากฐานะทางการเงินของ Jaguar ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ Oil Crisis ปี 1973

Jaguar XJ40

Jaguar XJ (X300)

Jaguar XJ (X300) ด้านท้าย

Jaguar XJ (X358)

Jaguar XJ (X358) ด้านท้าย

ปี 1994… Jaguar ใต้เงาของ Ford จึงวางตลาดรถรุ่นใหม่ รหัส X300 ในงานปารีสมอเตอร์โชว์ในเดือนตุลาคม ปี 1994 โดยออกแบบรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในใหม่หมด รวมทั้งปรับปรุงเครื่องยนต์ รหัส AJ6 มาใช้หัวฉีดอิเลคทรอนิคส์ และเปลี่ยนเป็นรหัส AJ16… ในขณะที่เครื่องยนต์หัวฉีดอิเลคทรอนิคส์แบบ 12 สูบยังพัฒนาไม่ผ่านมาตรฐานไอเสีย เพราะมีปัญหากับกล่อง ECU หรือ Electronics Control Unit ตามมาตรฐาน OBD II จนท้านที่สุดเครื่องยนต์ V12 จึงถูกทิ้งไว้กับตำนาน

ปี 1997… Jaguar จึงออกเครื่องยนต์ 8 สูบมาทดแทนเครื่องยนต์ V12 เดิม และปรับปรุงโครงฐาน ช่วงล่างและรายละเอียดการตกแต่งใหม่บนพื้นฐาน X300 และเรียกรุ่นปี 1997 ว่า X308… 

ปี 2003… Jaguar ก็ทำ Model Change ให้กับสายเลือด XJ ด้วยการเปืดตัว Jaguar XJ (X350) มาพร้อมกับหน้าตาทันสมัยสมยุคศตวรรษที่ 21 กับเครื่องยนต์ 6 สูป 3.0 ลิตร รหัส AJ126 V6… และยังยกเครื่องยนต์ Diesel 2.7 ลิตรจาก Ford มาเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าหวังปรับแบรนด์เข้าสู่ตลาดแข่งกับ BMW Series 7 และ Mercedes Benz S-Class… และยังมีเครื่องยนต์ 8 สูบ ขนาด 3.5 ลิตร และ 4.2 ลิตร… และพิเศษด้วยตัว 4.2 ลิตร Supercharged ส่งพละกำลังผ่านเกียร์ 6 Speed

ปี 2007… Jaguar ใต้ร่ม Ford ก็ทำ Model Change ให้กับสายเลือด XJ อีกครั้งด้วยการเปืดตัว Jaguar XJ (X358) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโมเดลที่หาความต่างจาก X350 แทบไม่ได้เลย… ขนาดแฟนพันธุ์แท้ Jaguar ยังแทบแยกไม่ออก จนแฟนธุ์ Jaguar บางส่วน เรียกโมเดลปี 2007 ว่า Minor Change ของ X350… ซึ่งทาง Jaguar เองก็ไม่กล้าใช้ตัวเลขจนการเปลี่ยนตามรหัสรุ่นมาเพียง 8 หลักหน่วยเท่านั้น… ซึ่งฐานะทางการเงินของ Jaguar ช่วงนี้ตกต่ำมาหลายปี จนผู้บริหารจาก Ford Motor หาทางตัดขาดทุนด้วยการขายหุ้นได้ในปี 2008… เปิดทางให้ TELCO หรือ Tata Engineering and Locomotive Company หรือ Tata Motors Limited จากอินเดียได้ถือครองหุ้นใหญ่ของ Jaguar

ปี 2010… Jaguar ใต่ร่ม Tata Motor จากวางตลาด Model Change กับรหัส Jaguar XJ (X351) ซึ่งหน้าตาโฉบเฉี่ยวที่สุด โดยทิ้งเอกลักษณ์ของ Jaguar XJ คลาสสิคให้รถรุ่นอื่นสืบทอดแทน และทำตลาดยาวมาจนถึงปี 2019 ก็ประกาศยุติสายเลือด XJ กับเครื่องยนต์สันดาบภายในลง ด้วยยอดผลิตจำหน่ายตัวถัง X351 เพียง 102,396 คันตลอด 9 ปี

ในทัศนของผม… แบรนด์รถอังกฤษทุกแบรนด์ แม้จะมีผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่มทุนใหม่ๆ กันหมด แต่รถอังกฤษก็ยังเป็นรถอังกฤษที่เสน่ห์ และความเป็นเลิศเฉพาะอย่าง… มีแต่คนเคยสัมผัสเท่านั้นจึงจะบอกได้ว่าแตกต่างและคุ้มค่าอย่างไร… และผมดีใจที่ Jaguar เปลี่ยนตัวเองเข้าสู่วิสัยทัศน์ใหม่ กับยุคของยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า… 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… ก็ยังหลงรัก Jaguar ไม่เคยเปลี่ยน!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน

Recent Posts