วิจารณญาณ… กลไกและความสำคัญต่อการคิดวิเคราะห์ #MetaSkills

Critical Thinking Skill

ความรู้และสติปัญญาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม มีเหตุมีผล ผ่านขั้นตอนการคิดและไตร่ตรองประกอบองค์ความรู้และประสบการณ์ จนได้ข้อสรุปหรือแนวทางการตัดสินใจ ย่อมแปลว่า… ข้อสรุปหรือแนวทางใดๆ ที่จะนำใช้เพื่อตัดสินใจที่ว่านี้ ได้ผ่านวิจารณญาณ หรือ Judgment มาแล้ว

ประเด็นก็คือ… รอยต่อระหว่างทักษะความรู้และสติปัญญา จนถึงขั้นการตัดสินใจและนำใช้ข้อสรุปหรือแนวทางการตัดสินใจ หรือที่เรียกว่า “ขั้นตอนการใช้วิจารณญาณ” จนนำไปสู่การลงมือทำอะไรต่อจากนั้นก็ตามแต่ โดยธรรมชาติของขั้นตอนไม่ว่าจะช้าหรือเร็วแค่ไหน รายละเอียดปลีกย่อยภายในของการใช้วิจารณญาณจะเป็น “กระบวนการคิดวิเคราะห์ หรือ กระบวนการคิดด้วยวิจารณญาณ หรือ Critical Thinking” นั่นเอง

วิจารณญาณจึงเป็นแนวทางในการใช้ความรู้และประสบการณ์ โดยใช้การคิดและไตร่ตรองเป็นเครื่องมือเรียบเรียงข้อสรุปหรือแนวทางการตัดสินใจขึ้นใหม่… ซึ่งทักษะความสามารถในการใช้วิจารณญาณด้วยความรู้และประสบการณ์นี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ  Critical Thinking Skill หรือ ทักษะคิดวิเคราะห์ หรือ ทักษะการคิดด้วยวิจารณญาณ อันเป็นทักษะสำคัญและเป็นที่ต้องการอย่างมากในศตวรรษที่ 21

การพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ หรือ Critical Thinking Skill จึงต้องการความเข้าใจกลไกของการใช้วิจารณญาณ หรือ Judgment ก่อนนั่นเอง… 

ในทางเทคนิค… การใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจเล็กๆ ในแต่ละกิจกรรมระดับรายนาที ชั่วโมงหรือวันหนึ่งๆ ของคนเรานั้น เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมส่วนตัวและหลายอย่างถูกพัฒนาจนกลายเป็นนิสัยและบุคลิกภาพของคนๆ นั้นได้ด้วย… การรู้จักและเข้าใจวิจารณญาณของตัวเองให้ครบองค์ประกอบ และใช้องค์ประกอบอย่างเหมาะสมถูกต้อง… นอกจากจะสามารถพัฒนา Critical Thinking Skill ได้โดยตรงแล้ว วิจารณญาณยังสามารถสร้างตัวตนและบุคลิกภาพให้เห็นความรู้และสติปัญญาเด่นชัดขึ้นจนผู้อื่นสัมผัสได้

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… การใช้วิจารณญาณจะเริ่มต้นที่ “การหาคำตอบที่ยังไม่ชัดเจน” ให้ข้อสงสัย หรือ คำถาม หรือ ประเด็นปัญหาก่อนเสมอ… นั่นแปลว่า คำถามหรือประเด็นปัญหาที่กำลังต้องการคำตอบ ยังไม่มีคำตอบที่หาได้จาก “ความรู้หรือประสบการณ์เก่า” ได้อย่างตรงไปตรงมา และทางเดียวที่จะได้คำตอบโดยเร็วที่สุดจึงต้องหาจาก “ข้อมูลความรู้หรือประสบการณ์เก่าจากแหล่งอื่น” มาใช้เป็นคำตอบ… หรือไม่ก็ต้องประดิษฐ์คำตอบขึ้นจากกลไกเชิงนวัตกรรม อันเป็นเทคนิคและศาสตร์อีกแขนงหนึ่งในการแก้ปัญหาด้วย “ข้อสรุป” ที่ถูกทดสอบการนำใช้ครั้งแรก

สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ… อีกด้านหนึ่งของการใช้วิจารณญาณโดยขาดความรู้และประสบการณ์เก่า รวมทั้งขาดข้อมูลที่ถูกต้องจำเพาะต่อประเด็นคำตอบ จะเป็นข้อสรุปหรือแนวทางการตัดสินใจที่ได้มาโดยการสุ่ม… ซึ่งมีชื่อเรียกอีกคำหนึ่งว่า “เดา”

นั่นเอง!!!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Emotional Intelligence and Social Intelligence

หลายวันก่อนผมจำเป็นต้องเข้าไปค้นฐานข้อมูลงานวิจัยที่ Researchgate แล้วก็ไปเจองานวิจัยของ Dr.Reuven Bar-On จาก University of Texas Medical Branch หัวข้อ Emotional and social intelligence: Insights from the Emotional Quotient Inventory ซึ่งผมกำลังสนใจเรื่อง Social Intelligence

Circular Economy

อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และ เศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา #GreenEconomy

ต้นแบบอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่คาร์บอนต่ำและยั่งยืนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการความร่วมมือระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยร่วมกันพัฒนาชุดวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้ จากอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เผยแพร่ในฐานข้อมูล Circular Exchange เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม และ ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้

Outcome

Result Based Management #SaturdayStrategy

Result Based Management หรือ การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ เป็นวิธีการในการปรับปรุงการบริหารให้เกิดประสิทธิผล หรือ Effectiveness และโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ หรือ Accountability… โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย ประเมินความเสี่ยง กำกับติดตามกระบวนการดำเนินงานเพื่อการบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางบริหารและการรายงานผลการปฏิบัติงาน

face masks

โครงการปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอีให้ดีพร้อม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. ออกมาแถลงข่าวเรื่องผลักดันแนวทาง ปั้นงานสร้างรายได้เยียวยาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ สามารถสร้างอาชีพทำเงินได้ด้วย 5 อุตสาหกรรมครัวเรือน ครอบคลุมประเภทสมุนไพร อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่น และของใช้ ภายใต้แนวคิด “ปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอีให้ดีพร้อม” โดยโครงการอ้างอิงตัวเลขสถานประกอบการ SMEs 35,068 แห่ง และ ผู้ประกันตน 644,136 คน เป็นข้อมูล ณ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563… ซึ่งเป็น SMEs และผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID19 ที่กรมคาดว่าจะดึงเข้าสู่โปรแกรมการส่งเสริม