ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ #FridaysForFuture

smoke stacks against blue sky

ประเทศไทยกำลังจะมีกฎหมายโลกร้อน หรือ ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งมีสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. เป็นเจ้าภาพ และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็น รวมถึงการตราอนุบัญญัติต่างๆ

ส่วนภาพรวมที่มองไกลถึงขั้นบังคับใช้แค่ไหนอย่างไรนั้น ยังถือว่าหนทางยังยาวไกลสำหรับท่าทีและบริบทของรัฐไทย กับสายสัมพันธ์กับภาคอุตสาหกรรม… ซึ่งการร่างกฏหมายโลกร้อนขึ้น ก็เนื่องมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ว่าภายในปี 2563 ประเทศไทยจะต้องมีร่างแรกของพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ… บังคับให้ต้องร่างกฏหมายฉบับนี้ เอาแค่ท่าทีที่ลากยาวมาจนชนไตรมาสสุดท้ายปี พ.ศ. 2563 เพิ่งจะรับฟังความเห็นร่างแรกจบ… หลายฝ่ายที่จ้องอยู่ก็หมดความเชื่อใจไปสิ้นแล้ว

เป้าหมายของร่างกฏหมายโลกร้อนฉบับนี้ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ที่มาจากภาคส่วนต่างๆ ใจความสำคัญของร่างกฏหมาย จึงมุ่งหวังให้มีกลไกการตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในเวทีแสดงความคิดเห็นได้เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมายังไม่มีการจัดเก็บข้อมูลจากเอกชน ใช้วิธีส่งจดหมายขอความอนุเคราะห์ และอุปสรรคคือ อุตสาหกรรมไม่มีการจัดเก็บการปล่อยก๊าซเป็นสัดส่วน และห่วงเรื่องความลับของข้อมูล และเป็นผลเสียต่อการค้า จึงจำเป็นต้องร่างกฏหมายโลกร้อนฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถใช้อำนาจในการเก็บข้อมูล”

ระบบการเรียกเก็บข้อมูลตามร่างกฏหมายมีสาระเบื้องต้นดังนี้ 

ประเภทข้อมูลที่เรียกเก็บ:

ข้อมูลกิจกรรมการปล่อย การกักเก็บ และการลดก๊าซเรือนกระจก

  • ร่างมาตรา 25… สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลกิจกรรมให้เป็นข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก เพื่อเผยแพร่ในฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก
  • ร่างมาตรา 26 กระทรวงที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ส่งข้อมูลรายสาขาให้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม
  • ร่างมาตรา 27 ในกรณีที่ข้อมูลที่รัฐมีไม่เพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจเรียกเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกชน แต่จะต้องออกกฎกระทรวงกำหนดบุคคลและรายการข้อมูลก่อน

การเปิดเผยข้อมูลของภาคเอกชน:

ข้อมูลกิจกรรมการปล่อย: การกักเก็บและการลดก๊าซเรือนกระจก

  • ร่างมาตรา 29 ข้อมูลกิจกรรมการปล่อย การกักเก็บ และการลดก๊าซเรือนกระจกของบุคคล ที่สำนักงานหรือหน่วยงานของรัฐได้มาหรือครอบครองอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลของแต่ละบุคคลหรือเป็นความลับทางการค้าตามกฎหมายว่าด้วยความลับทางการค้า ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยมิได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้น หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอข้อมูลดังกล่าวมิได้

ข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก:

  • ร่างมาตรา 30 ในกรณีที่ข้อมูลกิจกรรมหรือปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก หรือปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกในส่วนใด หากเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ บุคคลนั้นสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อขอมิให้เปิดเผยข้อมูลนั้นได้ และให้คณะกรรมการพิจารณามีคำสั่งให้แล้วเสร็จภายใน XX วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง การยื่นคำร้องและการพิจารณาคำร้องตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

คุณ ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ร่วมก่อตั้งและทนายความของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ให้ข้อสังเกตว่า “ตามมาตรา 29 และ 30 นี้ เท่ากับจะไม่อาจเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะได้เลย…

ประเด็นที่น่าจับตามองคือ ข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลนั้น มีการกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อสาธารณะ แต่เป็นเพียงข้อมูลรวมของปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่อาจจะหักลบกิจกรรม CSR แล้ว… แต่ไม่จำเป็นจะต้องแจ้งรายละเอียดของกิจกรรมที่ปล่อย โดยมีข้อยกเว้นสองกรณีคือ หากการเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ บุคคลนั้นอาจร้องขอต่อเลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ไม่ให้เปิดเผยได้… ช่องว่างนี้เปิดทางให้เอกชนหลีกเลี่ยงไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลได้

เรื่องขอยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ โดยอำนาจอยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม… ถือเป็นเทคนิคการบัญญัติกฏหมายที่นักเคลื่อนไหว เชื่อไปหมดแล้วว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดูเหมือนจะไม่เข้าข้างสิ่งแวดล้อมอย่างที่หวังเสียแล้ว… เพราะอำนาจในการเรียกเก็บข้อมูลมาเก็บอย่างเดียว… แม้แต่เปิดเผยต่อก็ไม่ได้ ถ้าเอกชนเจ้าของข้อมูลร้องขอให้ปกปิด… ก็คงหวังจะเอาข้อมูลที่ว่าไปผลักกดันอย่างอื่นต่อก็คงยากแล้ว 

นอกจากนั้น… ร่างกฎหมายโลกร้อนฉบับนี้ คือยังไม่รวมอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ที่ส่งเสริมโดยนโยบายรัฐไทย มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและผืนป่า หรือ Landuse and Landuse Change หรือ LULUCF… รวมทั้งการเผาในที่โล่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อก๊าซเรือนกระจกและทำลายป่า ที่ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก… ซึ่งภาคส่วนที่ควรรับผิดชอบ ควรมีการเปิดเผยข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งเกษตรและอุตสาหกรรม

#FridaysForFuture ครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Pepper Humanoid

Pepper… The Humanoid and Programmable Robot

SoftBank Robotics เป็นเครือข่ายธุรกิจของอาณาจักร Softbank ของมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นสายเลือดเกาหลีนาม Masayoshi Son ที่วงการ Startup ระดับโลกนับถือในวิสัยทัศน์และกึ๋นมากที่สุดคนหนึ่ง… และ Softbank Robotics ก็เป็นหนึ่งในการลงทุนที่เป็นหน้าเป็นตาของอาณาจักร Softbank ที่มุ่งเป้าการพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยเหลือมนุษย์ที่เรียกว่า Humanoid

The Ngozumpa Glacier in the Himalayas of Nepal.

Himalayas Glaciers Melting… เมื่อหิมะละลาย #FridaysForFuture

มีรายงานจากนักวิทยาศาสตร์ที่พูดถึงธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยที่ลดน้อยลง หลายแหล่งกลายเป็นทะเลสาบน้ำแข็งที่สะสมน้ำไว้ใต้แผ่นน้ำแข็งมากขึ้น จนเข้าขั้นที่อาจจะกลายเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงมากมาย โดยเฉพาะมวลน้ำมหาศาลดั่งเขื่อนแตก จากที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางหลายกิโลเมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นวันใดก็คงกลายเป็นโศกนาฏกรรมไม่รู้ลืมอีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างแน่นอน

never give up

Giving Up Habit… อุปนิสัยท้อถอยเลิกลา

วิสัยทัศน์ หรือ Vision ที่ประกอบด้วยความเพียรพยายาม หรือ Effort เพื่อค้นหาและสร้างระบบที่ดี ฝึกฝนเรียนรู้ ภายใต้ทัศนคติที่มุ่งเข้าหาวิสัยทัศน์อันเป็นเป้าหมายระยะยาว… ต้องพัฒนาที่อุปนิสัยหรือพัฒนาพฤติกรรมเป็นสำคัญ โดยมุ่งพัฒนาเป็นพิเศษกับ “พฤติกรรมที่ย่อท้อถอดถอยจากเป้าหมาย จนไม่เหลือความสำเร็จแม้เล็กน้อยให้ได้ยึดถือเชื่อมั่นตน” เพียงพอจะพาตัวเองไปถึงเป้าหมายโดยไม่ต้องพึ่งพาการอุ้มชูจากภายนอก

Market Size Analysis สำหรับ Startup และ SME

สิ่งควรทำลำดับถัดมาก่อนตัดสินใจประกอบกิจการหรืออกแบบธุรกิจก็คือการศึกษาตลาด… ต่อให้ท่านเห็นโอกาสจากตลาดและ Demand มากมายอยู่ตรงหน้า การศึกษาวิเคราะห์และทำความเข้าใจตลาดที่ท่านสนใจก็ยังจำเป็นอยู่ดี… วันนี้ผมจึงเลือกเครื่องมือในการประเมินขนาดตลาด หรือ Market Size ที่กำลังได้รับความเชื่อถืออย่างแพร่หลายในวงการ Startup และ SME ด้วยเทคนิค TAM/SAM/SOM