Lazy Man

Lazy Economy แค่รักสบายและเสียดายเวลา…

ช่วงต้นเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา… มีการจัดสัมมนาหัวข้อ “Lazy Consumer” เจาะลึกอินไซต์พิชิตใจคนขี้เกียจ โดยนักศึกษาหลักสูตรปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล… 

ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ฝนทิพย์ กิตติประเสริฐแสง
หัวหน้าทีมงานวิจัยการทำการตลาด Lazy consumer เจาะลึกอินไซต์พิชิตใจคนขี้เกียจ
นักศึกษาสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

Lazy Economy หรือ เศรษฐกิจคนขี้เกียจ หรือ เศรษฐกิจคนรักสบาย ที่มาจากความต้องการความสะดวกสบายในชีวิต โดยผู้บริโภคพร้อมจ่ายเงินหากสินค้าหรือบริการนั้นๆ ช่วยทำให้รู้สึกว่าได้รับความสะดวกสบายมากกว่าเดิม จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการความสะดวกสบายขั้นสุด ทำให้เกิดธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมสูง ที่เห็นชัดเจนคือ Food Delivery, ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจจองคิว ขายสินค้าออนไลน์ หรืออาหารพร้อมรับประทาน และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นกระแสหลักสายหนึ่งของรูปแบบการทำธุรกิจไปแล้ว

งานวิจัยจาก Stanford University ที่ศึกษาเกี่ยวกับความขี้เกียจ โดยใช้หลักเกณฑ์ในการเดินเป็นตัววัดค่าความขี้เกียจ จากกลุ่มตัวอย่าง 7 แสนคน ใน 46 ประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยติดอยู่อันดับ 31

เวบไซต์ Taobao.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในประเทศจีนได้เก็บข้อมูลของลูกค้าช่วงปี 2018 พบว่า… คนจีนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 1995 มีการใช้จ่ายไปกับอุปกรณ์สำหรับคนขี้เกียจมากถึง 70%… ใช้เงินซื้อสินค้าเหล่านี้ราว 2,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการจับจ่ายสินค้าที่อยู่ในหมวดอาหารพร้อมรับประทาน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์ดิจิทัล และเครื่องสำอาง… สินค้าอย่างเช่นอายแชโดว์แบบปาดครั้งเดียวจบขายดีมาดเพราะสาวจีนอยากสวยแต่ไม่มีเวลา… เป็นต้น

ข้อมูลจากรายงานเผยแพร่จากการวิจัย หัวข้อ Lazy Consumer เจาะลึกอินไซต์พิชิตใจคนขี้เกียจ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน ใน 4 กลุ่มอายุทั้ง Gen Z, Gen Y, Gen X และ Boomers… ซึ่งการออกแบบงานวิจัยเป็นแบบ Mixed Method ที่มีทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพแบบสัมภาษณ์เชิงลึงกับกลุ่มตัวอย่างถึง 65 ราย… และการวิจัยเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามดิจิตอลอีก 1,200 ราย… ทำให้พบ 10 อันดับกิจกรรมที่คนไทยขี้เกียจมากที่สุด ได้แก่ 

1. ขี้เกียจออกกำลังกาย 84%
2. ขี้เกียจรอคิวซื้อของ 81% 
3. ขี้เกียจทำความสะอาดบ้าน 77% 
4. ขี้เกียจอ่านหนังสือ 70% 
5. ขี้เกียจทำอาหาร 69 % 
6. ขี้เกียจพูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ 68% 
7. ขี้เกียจดูแลผิวพรรณตัวเอง 68% 
8. ขี้เกียจเรียน… ขี้เกียจทำงาน 65% 
9. ขี้เกียจออกไปช้อปปิ้ง 64% 
10. ขี้เกียจเดินทางไปไหน มาไหน 60%

กลยุทธ์การตลาดสำหรับ Lazy consumer

งานวิจัยครั้งนี้ได้เสนอโมเดลสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อเป็นเคล็ดลับการทำการตลาดในยุคที่คนขี้เกียจครองเมือง ซึ่งแบรนด์หรือสินค้าและบริการ จะต้องใช้ SLOTH Model หรือกลยุทธ์ SLOTH เพื่อครองใจผู้บริโภคกลุ่มนี้

ตัว Sloth… สัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าขี้เกียจที่สุด

โดยกลยุทธ์ “SLOTH” ประกอบด้วย…

1. S – Speed คือต้องมีความรวดเร็วและต้องไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเสียเวลา 
2. L – Lean กระชับ ตัดทอนขั้นตอนที่ยุ่งยากออก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน 
3. O – Enjoy ต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนุก และเกิดแรงจูงใจในการใช้สินค้าและบริการ 
4. T – Convenient สินค้าหรือบริการต้องมีความสะดวก ช่วยให้ชีวิตนั้นง่ายมากขึ้น
5. H – Happy ความสุข จากความต้องการที่ถูกเติมเต็มและปัญหาได้ถูกแก้ไขด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด

นอกจากนั้น งานวิจัยยังพบว่า 5 ไอเดียธุรกิจและบริการที่กำลังมาแรงและคาดว่าจะแรงกว่ากว่าปัจจุบันในอนาคตด้วย สำหรับตลาดคนขี้เกียจคือ 

1. ธุรกิจที่ทำแทนได้ อาทิ ทำบริการความสะอาดบ้าน บริหารสั่งอาหาร บริการซื้อของแทน 

2. ธุรกิจที่ไม่ต้องขยับ ไม่ต้องจับ ไม่ต้องถือ อาทิ สินค้าประเภท Automation และ Hand Free 

3. ธุรกิจที่พร้อมใช้งานทันที เช่น สินค้าประเภทพร้อมกิน พร้อมดื่ม 

4. ธุรกิจร่วมมือ ร่วมใจ เช่น community ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในรูปแบบออนไลน์ 

5. ธุรกิจที่เน้นการฟัง เช่น Podcast content หรือ VDO content

ข้อมูลโดยสรุปจากงานวิจัยก็ประมาณนี้ครับ… ความจริงรายงานการวิจัยฉบับนี้ถือว่าสวยงามและอ่านเข้าง่ายมาก สมราคาที่เป็นงานของนักการตลาดอย่างน่าชื่นชม เอกสารฉบับเต็มผมวางไว้ใต้อ้างอิงน๊ะครับ

อ้างอิง

https://drive .google.com/drive/folders/1D-e1nN_GwrbLUJVlLTQ2uesCIn5g8GlS 

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.