Leadership 2021… นำเป็นคือตัดสินใจเป็น

Leader

ปี 2021… จะเป็นปีที่คนทั้งโลกอ่อนล้าจากสงคราม COVID19 จนคุ้นชินกับความเปลี่ยนแปลง ที่ได้กลายเป็นความปกติ ซึ่งคนส่วนหนึ่ง ได้ปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก “ความผันผวนไม่แน่นอนและความซับซ้อนคลุมเครือ หรือ VUCA” ทั้งมวลที่เกิดขึ้นจนเป็นปกติ… มาผลักดันการเปลี่ยนแปลงเข้าหาสมดุลย์ใหม่

การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันความเปลี่ยนแปลงต้องการทักษะการตัดสินใจ… และการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำหน้าความเปลี่ยนแปลงยิ่งต้องการทักษะการตัดสินใจเป็นการเฉพาะที่ต้องเร็วและแม่นยำต่อเป้าหมายและทิศทาง

เมื่อพูดถึงการตัดสินใจ… อีกนัยหนึ่งจะเป็นการพูดถึง “ภาวะการนำ หรือ ภาวะผู้นำ หรือ Leadership” เสมอ… ซึ่งคำว่า “ภาวะผู้นำ” จะอธิบายถึงชุดการตัดสินใจต่อเนื่องหลายการตัดสินใจ ที่สืบเนื่องและร้อยกันเป็นห่วงโซ่ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายใดๆ เป้าหมายหนึ่ง… 

ความยากของการตัดสินใจในยุคที่ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไปกับ VUCA World หรือ โลกที่ความผันผวนไม่แน่นอนและซับซ้อนคลุมเครือกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วนั้น… การตัดสินใจแบบสร้างทางเลือกไว้ล่วงหน้า พร้อมกำหนดเงื่อนไขการใช้ทางเลือกเอาไว้ล่วงหน้า ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่หลายคนเลือกใช้ในยามนี้

ประเด็นก็คือ ในการตัดสินใจแต่ละเรื่อง มีโอกาสน้อยมากที่จะหวังได้เต็มร้อยเปอร์เซนต์เกี่ยวกับผลการตัดสินใจ และเมื่อต้องตัดสินใจหลายเรื่องต่อเนื่องกัน ผลของการตัดสินใจก็อาจจะคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายปลายหวังในเบื้องแรกได้เสมอ… ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านตัดสินใจขับรถจากบางบัวทองไปหัวหิน ท่านต้องตัดสินใจว่าจะเลือกวิ่งออกราชบุรี หรือวิ่งออกมหาชัย ระหว่างทางต้องตัดสินใจว่าจะแวะปั๊มซื้อกาแฟ เข้าห้องน้ำ หรืออั้นฉี่ไประบายที่หัวหิน ซึ่งตัวอย่างแบบนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อนหรือมีเดิมพันมากมายอะไร… แต่ในชีวิตจริง หลายครั้งที่การตัดสินใจมีผลต่ออนาคตของตัวเองและคนรอบข้างแวดล้อมมากมาย และมักจะผ่านเข้ามาในชีวิตส่วนตัวและอาชีพการงานเสมอ

การตัดสินใจจึงต้องการภาวะการนำที่ยอดเยี่ยม ซึ่งหลายคนเริ่มตระหนักถึงขั้นยกให้ “ภาวะผู้นำ” เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 ไปแล้ว… และวันนี้ผมมีแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำ หรือแนวทางการพัฒนาทักษะการตัดสินใจอย่างย่อมาฝากครับ…

  1. Empathy หรือใส่ใจ… ความเอาใจใส่ผู้คนและบริบทแวดล้อมเป็นความรอบคอบสำคัญ ที่สามารถปกป้องผลกระทบที่เสียหายได้… การใส่ใจแม้ฟังเป็นเรื่องง่าย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากในสถานการณ์ทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน และถ้าเจอสถานการณ์ที่ซับซ้อนก็ต้อง “ใส่ใจเป็นพิเศษ” หรืออาจจำเป็นจะต้องใช้ Empathy Tools ต่างๆ เข้ามาช่วย
  2. Truthfulness หรืออิงข้อเท็จจริง… จงยึดข้อมูลที่เชื่อถือได้ และอยู่กับความจริงที่พิสูจน์อ้างอิงได้ ซึ่งข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนก็ไม่ได้ง่ายที่จะเข้าใจ หรือแปลความเช่นเดียวกัน ที่สำคัญก็คือ ข้อมูลที่มีหรือหาได้ส่วนใหญ่ ต้องปรับแต่งสอบทานให้เชื่อถือได้ก่อนใช้เสมอด้วย
  3. Clarity หรือชัดเจนโปร่งใส… การวางเป้าหมายและวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักในการตัดสินใจ ต้องชัดเจนและโปร่งใสทั้งต่อตัวเอง คนรอบข้างและบริบทแวดล้อมทั้งหมด
  4. Prioritization หรือวางลำดับความสำคัญ… ซึ่งการจัดการลำดับที่ดีจะหมายถึงการวางแผนที่ดี จนสามารถข้ามอุปสรรคที่พิสูจน์ทราบแต่แรกได้ทั้งหมด ซึ่งลำดับความสำคัญและการวางแผนที่ดีนี่เองที่สะท้อน “ความสามารถของผู้นำ”
  5. Empowerment หรือสนับสนุนส่งเสริมบริบทแวดล้อม… เพื่อให้เกิด “กลุ่มพลังการตัดสินใจ” โดยคนจำนวนมาก ซึ่งมีผู้นำส่งผ่านอำนาจการตัดสินใจไปให้คนอื่นๆ พร้อมการสนับสนุนอื่นๆ ที่จะทำให้การตัดสินใจโดยบุคคลอื่น ได้แรงสนับสนุนจนมีพลังเพียงพอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับการตัดสินใจ ลงมือทำและสร้างสรรค์ด้วยตนเอง
  6. Risk Mitigation หรือบรรเทาความเสี่ยง… ในทุกๆ การเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นขั้นต่อมาของการตัดสินใจ หลายกรณีมีความเสี่ยงที่ต้อง “มองให้เห็นล่วงหน้า” เพื่อเตรียมการหลีกเลี่ยงให้หลุดพ้น หรือไม่ก็บรรเทาความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
  7. Agility หรือคล่องแคล่วว่องไว… ซึ่งจะมีความสำคัญต่อความผันผวนเปลี่ยนแปลงจากภายนอก ที่ต้องตัดสินใจสนองตอบต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุม และหลายกรณีของการบริหารความคล่องตัวในการสนองตอบต่อสถานการณ์ ต้องการกลไกระดับวัฒนธรรมของทีมหรือองค์กร เข้ามาเสริมศักยภาพเท่านั้น จึงจะเกิดภาวะลื่นไหลของการตัดสินใจในกลไกต่างๆ ได้ทันท่วงที
  8. Communication with Storytelling หรือสื่อสารด้วยเรื่องเล่า… เพราะเรื่องเล่าเป็นการเรียบเรียงประสบการณ์ขึ้นใหม่ ให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่ายกว่า เห็นแนวทางชัดเจนกว่าและนำไปปรับใช้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือใช้เป็นแนวทางตัดสินใจเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า… ซึ่งพลังของเรื่องเล่า ถือเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังที่สุด ต่อประสบการณ์มนุษย์มายาวนานไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคบูชาเทพเจ้าและนับถือผีมาแล้ว
  9. Execution หรือลงมือทำ… การไม่นำแผนไปปฏิบัติ หรือไม่ยอมนำสิ่งที่คิดไปลงมือปฏิบัติ ทั้งหมดย่อมไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงใดๆ อยู่แล้ว ซึ่งการพูดโดยไม่ทำ หรือแค่คิดแต่ไม่ทำ… หลายกรณีถือว่าเป็นเรื่องสูญเปล่าทั้งเวลาและโอกาส ซึ่งจะมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่ม NATO หรือ No Action, Talk Only หรือไม่ทำเสียทีดีแต่พูด แทรกปนอยู่กับคนอื่นๆ เสมอ… และต้องระวังทัศนะหรือความเห็นของคนแบบนี้
  10. Cost Management หรือจัดการงบประมาณให้ได้… เพราะถ้าการเปลี่ยนแปลงที่สิ้นเปลืองและไม่คุ้มค่า แม้จะทำเพื่อพิสูจน์อะไรก็ตามแต่ ย่อมเป็นเรื่องน่ากังขาทั้งในมิติของการนำ ที่แสดงผ่านการตัดสินใจอย่างสิ้นเปลือง… ซึ่งการสิ้นเปลืองในที่นี้ ไม่ได้มีมุมมองเพียงแค่เป็นเรื่องของ “ราคา” เท่านั้น เพราะหลายกรณี มีเรื่องคุณค่าและประสิทธิภาพเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสำคัญด้วย

สรุปคร่าวๆ สั้นๆ ในแต่ละประเด็นพอเป็นไอเดียประมาณนี้ครับ… ผมลอกหัวข้อมาจาก 2021.ai ซึ่งเป็นเวบไซต์ของที่ปรึกษาการทำ Digital Transformation ในระดับองค์กร ที่ต้องให้คำแนะนำผู้นำองค์กรในหลายๆ มิติเพื่อปรับแนวคิดจนเกิดการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ… และผมเห็นว่า แนวทางการตรึกตรองด้วยภาวะผู้นำเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนที่ต้องรู้จักภาพรวมให้ครบ และนำมาฝึกฝนปรับใช้ให้ครบ จึงจะเห็นพลังระดับการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ ท่านครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน