Data Driven Culture… วัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

data-driven-construction

ผมกำลังค้นคว้าและรวบรวมกรณีศึกษาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผมไม่ได้ทำให้ลูกค้าหรือนายจ้างคนไหนเป็นพิเศษหรอกครับ เป็นความอยากรู้ส่วนตัวว่า บริบทของข้อมูลในกิจการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ มีใครทำอะไรได้น่าสนใจอยู่ที่ไหนกันบ้าง

ผมไปเจอกรณีของ L&T Group ภายใต้การนำของซันเจย์ จาโลนา หรือ Sanjay Jalona เจ้าของรางวัล CEO Of The Year  จากนิตยสาร Businessworld ประจำปี 2017… และวารสาร Institutional Investor ได้จัดอันดับให้ซันเจย์ จาโลนา เป็นซีอีโอที่ดีที่สุดในบรรดาบริษัท จดทะเบียนในเอเชียปี 2018 ด้วย… ซันเจย์ จาโลนา CEO ของ  Larsen & Toubro Infotech หรือ LTI ซึ่งเวบไซต์ hbr.org ของ Harvard Business Reviews ได้แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับ Data ของ ซันเจย์ จาโลนาในหลายประเด็นออกเผยแพร่

ข้อมูลของ L&T ระบุว่า… พวกเขาใช้เวลาสี่ปีเศษผลักดันธุรกิจก่อสร้าง ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและ Information Technology จนกิจการมีมูลค่าแตะ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านั้น หรือเมื่อสี่ห้าปีก่อน… ปัญหาเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องท้าทายยิ่งกว่าเรื่องเทคโนโลยีมาก… L&T ภายใต้การนำของซันเจย์ จาโลนา วางเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ โดยมุ่งเข้าหาพลังของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถผลิตข้อมูลเพื่อนำใช้ในการดำเนินงาน รวมทั้งลงทุนกับเครื่องมือ เครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์เพื่อลดต้นทุนลงทุกทาง โดยเฉพาะการลดเวลา

ปัญหาของ L&T ก่อนการลอกคราบหรือ Transform สู่การขับเคลื่อนกิจการด้วยข้อมูลจนประสบความสำเร็จในอีกสามสี่ปีต่อมาก็คือ พนักงาน L&T ใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาอย่างมือถือหรือแท็บเล็ทในไซต์งานก่อสร้างน้อยกว่า 20%… แถมยังรายงานข้อมูลเป็นค่าโดยประมาณ

สิ่งที่ซันเจย์ จาโลนาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ “จัดการให้ข้อมูล Real Time” เพื่อการตัดสินใจที่คลาดเคลื่อนน้อยจนไม่มีผลกระทบด้านประสิทธิภาพ และต่อด้วยการเลือกใช้ Artificial Intelligence หรือ AI… Internet of Things หรือ IoT… Virtual Reality/Artificial Reality หรือ VR/AR… Robotic Process Automation หรือ RPA และ Geospatial and Cybersecurity Technologies มาบูรณาการข้อมูลเข้าด้วยกัน… 

ปัจจุบัน… L&T เชื่อมต่อข้อมูล Realtime กับเครื่องจักรและอุปกรณ์กว่า 10,700 เครื่องใน 450 ไซต์งานทั้งในอินเดียและต่างประเทศ… ทั้งหมดนั้น เห็นผลชัดเจนจากการวัดประเมินผลที่สำคัญได้หลากหลายตัวแปร เช่น ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของเครื่องจักรอุปกรณ์ที่สูงขึ้นกว่า 25%… ผลผลิตของคนงานเพิ่มขึ้น 15%… และการใช้ประโยชน์จากโรงงานและเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 10%… และ L&T ยังมุ่งมั่นปรับปรุงตัวเลข EBITDA หรือ กำไรก่อนจะหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจ่าย ให้ได้ 2–3% และสร้าง L&T ให้เป็นผู้นำในด้าน Digital Construction

การปลดล็อกคุณค่าของข้อมูลและการพัฒนาแนวคิดการขับเคลื่อนกิจการด้วยข้อมูลของ L&T นั้น… ได้ค้นพบแนวทางที่น่าสนใจหลายประการเช่น

  1. Digital cannot be just a team. Everyone in the organization needs to develop a digital mindset… ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องเล็กระดับทีม แต่ทุกคนในองค์กรต้องพัฒนา Mindset หรือชุดความคิดทางดิจิทัลไปพร้อมกันด้วย
  2. You need to be bold, decisive, and ready to make adjustments… ต้องกล้าตัดสินใจและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง
  3. Data driven analytics should point toward improvements vs. punishment… การใช้ข้อมูลวิเคราะห์มาขับเคลื่อน ควรใช้เพื่อปรับปรุงคนและระบบให้ดีขึ้น แทนการใช้ข้อมูลเพื่อการปิดกั้นทำลายความลื่นไหลของข้อมูลในระบบ
  4. It’s important to communicate how the data is benefiting employees and projects… สิ่งสำคัญอย่างมากคือ ต้องสื่อสารว่าข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงานเองและโครงการที่พวกเขารับผิดชอบอยู่
  5. You need to measure what is really important… จำเป็นต้องใช้ดัชนีชี้วัดเพื่อประเมินและระบุตัวแปรสำคัญที่จำเป็นต่อกิจการ

ทั้ง 5 ประเด็นที่ ซันเจย์ จาโลนา แบ่งปันไม่ได้มีเรื่องทางเทคนิคหรือเทคโนโลยีอยู่ในประเด็นเลยครับ… ทั้งหมดเป็นการสรุปเอา “วิธีอยู่กับข้อมูลและวิธีใช้ข้อมูล” ของคนในองค์กรด้วย Mindset ระดับองค์กรที่ต้องปรับเปลี่ยนด้วยกันและไล่ล่าเป้าหมายเดียวกัน… นั่นแปลว่า เมื่อให้ข้อมูลนำทาง ข้อมูลก็จะใส่รายละเอียดว่าต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างไรและต้องลงทุนกับอะไรแค่ไหน

ข้อมูลบนเวบไซต์ LarsenToubro.com ในปัจจุบันชี้ว่า…  L&T Group เป็นเจ้าของเทคโนโลยีระดับ Digital Construction ครบวงจรไปแล้ว ซึ่งแปลว่า… รายได้ของ L&T นอกจากจะมาจากการก่อสร้างและที่ปรึกษาโครงการแล้ว พวกเขายังมี “ระบบ” ที่สามารถทำรายได้อีกทางไม่ต่างจากธุรกิจ IT ซึ่งเป็นกรณีการพาธุรกิจสร้าง S-Curve ใหม่ให้กิจการได้อย่างสวยงาม

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… หลายท่านที่ตามหา S-Curve ให้ธุรกิจ ซึ่งผมก็เจอหลายๆ ท่านพยายามแสวงหาไอเดียจากแรงบันดาลใจมากมายหลายรูปแบบ โดยลืมพลิกเอา “กิจการของตัวเองที่ดูแลอยู่” มาเติมข้อมูลให้ถึงขั้นที่ขับเคลื่อนการสะสางงานให้ลื่นไหลกว่าเดิมนั่นเอง… คือ S-Curve แรกที่ควรจัดเต็มก่อนอะไรทั้งหมด

อยากชวนผมไปสนุกด้วยก็ทักมาได้ครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Rooms Recognition เมื่อชีวิตติด IoT

มีคำถามน่าสนใจเข้ามาคุยกับผมหลายวันก่อน… เรื่อง IoT กับผู้สูงอายุ โดยคำถามเน้นตามหาวิสัยทัศน์หลังช่วงปฏิวัติดิจิตอลอย่างปัจจุบันที่กรอบเวลาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า… 5G มีใช้ทั่วถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น… คนชราในช่วงเวลานั้นจะอยู่อย่างไรในบ้านตัวเอง บ้านพักคนชราหรือแม้แต่ในโรงพยาบาล?… 

5G Generation…

5th Generation of Cellular Mobile Communications หรือ 5G… หลายท่านคงเจอคำนี้ผ่านหูผ่านตามาบ้าง โดยเฉพาะข่าวคราวความเคลื่อนไหวมิติต่างๆ ที่แม้แต่ความขัดแย้งจีนสหรัฐก็ยังมีประเด็น 5G อยู่ในสาระข้อพิพาทตามข่าวอีกด้วย

Lionel Richie - Hello

Hello – Lionel Richie

ประโยค “Hello, is it me you’re looking for.” ที่ Lionel Richie ทักทาย James Carmichael วันนั้น… ความขี้เล่นของ Lionel Richie ผู้กำลังนั่งอยู่กับเปียนโนจึงไม่ได้ทักเปล่าๆ แต่เคาะเปียนโนตรงหน้าไปด้วย จนทำให้ James Carmichael เข้าใจว่านั่นคือเนื้อร้องของเพลงที่จะบรรจุลังอัลบั้มใหม่ จึงบอกดุๆ ให้ Lionel Richie กลับไปแต่งเนื้อมาให้จบ

Customer Retention Program

Customer Lifetime Value และ Retention Program สำหรับ SMEs #RederSMEs

ชุดความคิดการริเริ่มและทำธุรกิจแบบขาดข้อมูลที่ชัดเจนนี่เอง ที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยและรายเล็กจำนวนมาก ขาดโอกาสที่จะเติบโตขยับขยาย จนผู้ประกอบการเองไม่สามารถแยกโอกาสกับปัญหาออกจากกันได้อย่างชัดเจน… ประเด็นนี้จึงถือเป็นรากเหง้าหนึ่งของกิจการขนาดย่อมและรายย่อย ต้องอยู่ในสภาพ “ปรับตัวก็ไม่ได้ จะโตต่อไปแบบไหนก็ยาก”