Make Peace With Nature ข้อตกลงสันติภาพกับธรรมชาติ โดย António Guterres

green handshake

เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งระหว่างงานสัมนาพิเศษด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้น ณ Columbia University ในมหานคร New York ว่า “ธรรมชาติมักจะโต้กลับด้วยสัพพะกำลังและความโกรธเกรี้ยว”

ท่านเลขาธิการยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ยังแสดงเจตจำนงค์ให้การต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหัวใจสำคัญในภารกิจโลก ขององค์การสหประชาชาติในปี 2021… คำปราศรัยสำคัญของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นับเป็นจุดเริ่มต้นของเดือนแห่งการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ที่นำโดยองค์การสหประชาชาติ รวมถึงการเผยแพร่รายงานสำคัญเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศโลกและการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล ระหว่างการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศในวันที่ 12 ธันวาคม ปี 2020 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 5 ปีของข้อตกลงสภาพภูมิอากาศปารีส ที่มีขึ้นในปี 2015

ความเชื่อมโยงระหว่าง COVID19 กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น ท่านเลขาธิการยูเอ็นตั้งข้อสังเกตว่า การที่ผู้คนและปศุสัตว์รุกล้ำเข้าไปในแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่องมีความเสี่ยงที่จะทำให้เราติดโรคร้ายแรง

ในขณะที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการระบาดใหญ่ได้ชะลอการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายชั่วคราว แต่กระนั้น ระดับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไนตรัสออกไซด์และมีเทน ยังคงเพิ่มสูงขึ้นโดยปริมาณของ CO2 ในชั้นบรรยากาศสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ท่านเลขาธิการยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (ซ้าย)

คนทั้งโลกจึงยังมีภาระกิจในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ ที่หมายถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด และสร้างภาวะสมดุลระหว่างก๊าซเรือนกระจกที่จะปล่อยออกมาในอนาคตกับการลดปริมาณก๊าซดังกล่าวที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก

ท่านเลขาธิการยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ยังเรียกร้องให้ทุกประเทศ เมือง สถาบันการเงิน และบริษัทต่างๆ… ควรต้องดำเนินแผนการสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050… องค์กรเหล่านี้จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อมุ่งสู่วิถีทางที่ถูกต้อง นั่นคือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกลง 45% จากระดับในปี 2010 ให้ได้ภายในปี 2030

ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ของเลขาธิการยูเอ็นได้แก่

  • ตั้งราคาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • ยุติการให้เงินช่วยเหลือและการอุดหนุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • เปลี่ยนภาระภาษี หรือ Tax Burden จากภาษีเงินได้ไปเป็นภาษีคาร์บอน และเปลี่ยนสถานะจากผู้เสียภาษีไปเป็นผู้ก่อมลพิษ
  • ให้บรรจุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ ไว้ในนโยบายและการตัดสินใด้านเศรษฐกิจและการคลังต่างๆ
  • ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับผลกระทบรุนแรงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ท่านเลขาธิการยูเอ็นยอมรับว่า จำเป็นต้องดำเนินมาตรการสุดโต่งเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันเนื่องจาก… ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แสดงชัดเจนว่า ถ้าโลกไม่ลดการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลลง 6% ทุกปี ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงปี 2030 อะไรๆ ก็จะเลวร้ายลงอย่างมาก

และนโยบายด้านสภาพอากาศที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอที่จะใช้รับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น พร้อมกับย้ำว่า… หากไม่มีการดำเนินการที่เหมาะสม เราก็อาจมุ่งสู่หายนะ จากภาวะอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น 3–5 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก… ไฟป่า น้ำท่วม พายุไซโคลนและเฮอร์ริเคนที่รุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ในปัจจุบัน… พร้อมๆ กับความหลากหลายทางชีวภาพกำลังล่มสลาย ทะเลทรายกำลังแผ่ขยายอาณาเขต มหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติก ในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีพลาสติกมากกว่าปลาในทะเล

ท่านเลขาธิการยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอร์เรส จึงเรียกร้องให้ประชาคมโลก ให้คำมั่นอันทะเยอทะยานที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP ที่เมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ในวาระหน้า

นอกจากนี้เขาจะกดดันให้มีการดำเนินการเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก และเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันแก้วิกฤตการสูญพันธุ์ ซึ่งกำลังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และดำเนินความพยายามเพื่อลดมลพิษ โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องหยุดทำสงครามกับโลก เราต้องประกาศสงบศึกอย่างถาวรและกลับมาปรองดองกับธรรมชาติอีกครั้ง

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน