Minimalist Habits… อุปนิสัยเรียบง่าย

Free Your Mind

ในชีวิตประจำวันที่ชีวิตจริงกับโลกดิจิทัล สานเชื่อมเป็นผืนเดียวกันจนความสัมพันธ์ระยะไกล กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิต ไม่ต่างจากการได้อยู่ใกล้เห็นหน้าพูดจากัน หลายมิติสร้างสรรค์ดีงามมากมาย ที่ความสัมพันธ์ผ่านช่องทางดิจิทัล เติมเต็มความห่างไกลไม่ให้ห่างเหินเกินไป

แต่ช่องทางดิจิทัลก็แทรกสอดเข้ามารบกวน “เวลาว่าง และสมาธิ” รวมทั้งกิจกรรมประจำวันอื่นๆ ทำให้ชีวิตหลายคนวุ่นวายขึ้นโดยไม่รู้ตัว… คนจำนวนหนึ่งในปัจจุบันจึงตื่นตัวมองหารูปแบบการใช้ชีวิต หรือ Lifestyle เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้สามารถอยู่กับ Digital Lifestyle ได้โดยไม่ถูกรบกวนจนสร้างผลกระทบด้านอื่นให้ตัวเอง

ในระยะหลังจึงมีเสียงพูดถึง Minimalist Lifestyle และการฝึกฝนอุปนิสัย “ไม่ให้เยอะ” ทั้งแบบตัวเองเยอะกับตัวเอง… ตัวเองเยอะกับคนอื่น และ รับเอาความเยอะของคนอื่นมาเป็นวุ่นวายกับตัวเอง โดยเฉพาะที่มันเยอะๆ ไหลเข้าตัวทางกับช่องทางดิจิทัล… ซึ่งผมเคยได้ยินคุณโจ้ธนา เธียรอัจฉริยะ อดีต CMO ธนาคารไทยพาณิชย์ ใช้คำว่า “ตัวเบา หรือ วิชาตัวเบา” ที่ควรมีติดตัวคนยุคเรา เพื่อปกป้องภาระวุ่นวายเกินจำเป็น และรู้วิธีปลดปล่อย “ส่วนเกินจำเป็น” เหล่านั้นออกไป

ความจริงศาสตร์ของการละวางไม่ใช่ของใหม่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็น “วุ่นวาย” จนสละทุกสิ่งออกบวชเพื่อพิสูจน์สัจธรรมให้เป็นที่ประจักษ์มาแล้วว่า… การเยอะแบบเจ้าชายกับสไตล์มินิมอลแบบนักบวชเคร่งจารีต… ก็สามารถสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นได้ไม่ต่างกัน… Steve Jobs ยุคใส่สูทผูกเนคไท กับ Steve Jobs ยุคกางเกงยีนส์เสื้อคอเต่าสีเทา ล้วนสร้างคุณค่าได้ไม่ต่างกัน… ในขณะที่ Mark Zuckerberg ก็สร้างผลงานได้ล้ำเลิศแม้จะใส่เสื้อยืดง่ายๆ สร้างสรรค์งานมาตลอด

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… คนส่วนใหญ่มีเวลาน้อยที่จะสร้างสรรค์ เพราะถูกจัดสรรไปให้ “เยอะ” ในชีวิตประจำวันก่อนจนกลายเป็นอุปนิสัย และใช้เวลาหมดไปกับ “เยอะ” จนเห็นเป็นธรรมดา… และหลายครั้งกลายเป็นชนวนความขัดแย้งบาดหมางไร้สาระก็มีมาก

หลายคำแนะนำจากหลากแนวคิดเกี่ยวกับ “เยอะ” ล้วนแนะนำให้ “ปลดทิ้งไปบ้าง” และหาทางมินิมอลการใช้ชีวิต หรือ Minimal Lifestyle เพื่อให้ตัวเบาและใจเบาในที่สุด

โดยส่วนตัวผมเป็นคนเยอะและวุ่นวายมากคนหนึ่งมานาน ทำให้จังหวะของกิจกรรมประจำวัน มีทั้ง “เคร่งครัด และ เคร่งเครียด” ปนๆ กันอยู่พร้อมๆ กับความขุ่นมัวจากการพยายามเคร่งครัดกับความ “เยอะ” ที่ด้อยค่า และกอบเก็บไว้เป็นภาระเพียงเพราะไม่กล้าตัดออกไปจากกิจกรรมประจำวัน ทั้งๆ ที่คุณค่าอื่นๆ ยังมีอีกมากมาย รอการจัดสรรเวลาและโอกาสไปรังสรรค์คุณค่าใหม่ๆ

เวบไซต์ minimalismmadesimple.com มีคำแนะนำบางประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผม ที่กำลังหาทางตัด “เยอะ” ออกไปจากตัวเอง ซึ่งผมคิดว่าอาจจะพอมีประโยชน์กับบางท่านที่แค่อยากหยุดเยอะให้ได้บางส่วนอย่างผม หรืออยาก “ตัวเบา” ไปเลยก็ตามแต่… คำแนะนำที่น่าสนใจมีว่า

  1. Declutter หรือ สะสางความรกรุงรัง… ซึ่งคำแนะนำเรื่องความรกและการสะสาง เป็นเรื่องใหญ่โตขนาดมีคนเขียนหนังสือแนะนำการสะสางจนโด่งดังอย่างทฤษฎี 5 ส… หรือตำราจัดบ้านรกๆ จนขายดีติดอันดับโลกอย่าง มาริเอะ คนโดะ หรือ Marie Kondo ที่ทั่วโลกยกย่องให้เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญการจัดระเบียบ… ตีความกว้างลึกกว่าการจัดบ้านไปแล้ว… ส่วนตัวผมทำได้แต่กับ ไอคอนบนหน้าจอมือถือ กับไอคอนบนโน๊ตบุ๊คส่วนตัว ที่ชอบและใช้แบบว่างๆ หรือวางไอคอนไว้เท่าที่จำเป็นจริงๆ นอกนั้นก็ยังรกและคงต้องหาทางต่อไป
  2. Create a Minimalist Budget หรือ จำกัดงบประมาณ… ซึ่งหลายคนมีโอกาสเยอะเพราะงบประมาณเยอะ จนทำให้พฤติกรรมหลายอย่างวุ่นวายซับซ้อนเกินจำเป็น ซึ่งความยืดยุ่นของงบประมาณที่สามารถ เปลี่ยนใจและหรือเลือกมากเลือกซ้ำได้ ถือเป็นความเยอะที่น่าขันอย่างหนึ่งสำหรับผม… ข้อนี้ผมค่อนข้างโชคดีเพราะงบประมาณมีน้อยและถูกบังคับให้ Minimal โดยปริยาย
  3. Buy Quality, Not Quantity หรือ ซื้อคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ… สินค้าที่เสนอขายด้วยคุณภาพที่สูงกว่ามักจะเสนอราคาสูงกว่าคู่แข่งหรือคู่เปรียบเทียบ ซึ่งสินค้าหรือบริการราคาแพงหลายๆ กรณี กลับให้ประโยชน์ทั้งประสิทธิภาพและคุณค่าได้สูงกว่าคู่แข่งด้วยจำนวนที่น้อยกว่า
  4. Stop Compulsive Shopping หรือหยุดอุดหนุนการชี้ชวนแกมบังคับให้ซื้อ… ซึ่งกลยุทธ์การตลาดแบบขายพ่วงหรือขายยกแพ็คราคาดีที่พบเห็นทั่วไป ส่วนใหญ่สร้างภาระเกินจำเป็นทั้งยอดจ่ายและการนำไปใช้งานเสมอ และหลายครั้งเลยเถิดไปถึงปริมาณขยะ ของเสียและชั้นบรรยากาศโลกก็มี
  5. Declutter Digitally หรือ สะสางดิจิทัลลี่ของตัวเอง… โดยเฉพาะช่องทางการสื่อสารต่างๆ บนมือถือหรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ ซึ่งหลายคนเปิดรับทุกความเคลื่อนไหวเพราะกลัวพลาดอะไรไป ทำให้ความ “เยอะ” จากคนอื่นหลั่งไหลเข้ามากับช่องทางดิจิทัล… การปิดทุกการแจ้งเตือนและหยิบมือถือใช้เป็นเวลา แม้จะเป็นวินัยที่สร้างยาก แต่หลายเสียงที่ทำสำเร็จยืนยันว่า… ชีวิตดีขึ้นเยอะ!
  6. Use of What You Already Have หรือ ใช้ของที่มี… ของที่มีแม้ไม่ดีที่สุด แต่ถ้าใช้สะสางจัดการกิจธุระและปัญหาให้ลุล่วงไปได้ ควรเป็นตัวเลือกแรกในการพิจารณา มากกว่าจะจัดใหญ่จัดเต็มเพื่อโชว์อย่างอื่น ซึ่งแก่นของปัญหาและกิจธุระหลัก มักจะถูกแอบอ้างและบิดเบือนไปใช้หวังผลอย่างอื่นแทน
  7. Pack Light When Traveling หรือเก็บกระเป๋าเดินทางให้น้อยหน่อย… ซึ่งการเดินทางหมายถึงการเคลื่อนย้ายไกลออกจากที่อยู่อาศัยประจำและความคุ้นชินเดิม ซึ่งอะไรๆ จะให้เหมือนอยู่บ้านคงเป็นไปไม่ได้… ซึ่งการเดินทาง เหมาะกับการเรียนรู้สะสมทางเลือกเพื่อใช้ทำชีวิตให้ Minimal และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันหลักได้อย่างดี โดยเฉพาะท่านที่เดินทางแล้วรู้สึกได้ปลดปล่อยและสุขสันต์ แม้ต้องเข้าคิวฉี่ตามปั๊มน้ำมันหรือสนามบินบ้าง ก็ควรเก็บเอาประสบการณ์ที่ลดเยอะของตัวเองได้ มาปรับใช้ประจำวันดูบ้าง
  8. Create a Capsule Wardrobe หรือ จัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นสัดส่วน… เพื่อให้หยิบใช้ได้ทุกชิ้นโดยไม่ต้องรื้อออกยัดเข้า และเกิดเหตุการณ์จัดระเบียบตู้เสื้อผ้ายังไงก็เละอยู่ดี เลยไม่เก็บดีกว่า… และเทคนิคการจัดระเบียบตู้เสื้อผ้า ผมก็แนะนำ มาริเอะ คนโดะ หรือ Marie Kondo อีกครั้ง
  9. Begin Driving Less หรือ ใช้รถให้น้อยและเดินให้มาก… ที่จริงเมืองไทยไม่เหมาะกับการเดินนักหรอก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่ ฝุ่นควันและ PM2.5 เป็นของสะสมริมทางคู่กับต้นไม้ เสาไฟฟ้าและสารพัดสิ่งกีดขวางทางเดิน ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ตั้งแต่ริมถนนใหญ่ ปากทางตรอกซอยไปจนสุดซอย… แต่ถ้าไปไหนไม่ไกลมากและพอคุ้นพอเคยที่ทาง อย่างเข้าออกซอย… เดินบ้างก็ดีครับ
  10. Create More Space หรือ เพิ่มพื้นที่อีกหน่อย… ซึ่ง Concept หรือ แนวคิด Minimalist ที่สำคัญคือที่ว่าง… ต่อเติมเอาใหม่ให้มีพื้นที่โล่งว่างเพิ่มเติมก็ได้ ส่วนการสะสางตัวตนทั้งร่างกายและจิตใจ การสวมใส่เสื้อผ้าทั้งโทนสีและรูปแบบเรียบๆ ว่างๆ… หลายคนที่สร้างผลงานระดับโลกอย่าง Steve Jobs หรือ Mark Zuckerberg พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การตัดข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยอย่างเลือกเสื้อผ้าประจำวันไปได้ ทำให้สมองว่างขึ้นพอจะเอาไปคิดเรื่องอื่นแทนได้อย่างดี… นั่นแปลว่า การหาทางให้สมองว่างเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ Minimalist ควรหาทางอย่างยิ่งด้วย

โดยส่วนตัวผมค้นอ่านเรียนรู้ Minimalist Lifestyle มานาน และพยายามได้กับบางอย่างในบางช่วงเวลา และล้มเหลวเพราะเร่งรีบและมักง่ายโดยนิสัยฝังแน่นดั้งเดิม แถมยังเมตตาและให้อภัยตัวเองได้ไม่ขัดเขินสักครั้งมาตลอด… ซึ่ง My New Year Solutions 2021 ของผมตั้งใจจะ Lean & Minimalist ตัวเองเพื่อลด “เยอะ” ออกไปอีกหลายอย่าง… และกำลังเรียนรู้กิจธุระรายชั่วโมงของตัวเอง… เพื่อแกะเยอะออกจากชีวิตอยู่ครับ!

Reference

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน

Recent Posts