MOF Digital Platform… กระทรวงการคลังบน Blockchain

“กระทรวงการคลัง มีภารกิจหลักในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน บริหารทรัพย์สิน และการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ โดยให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ ตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลของประเทศและยกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างระบบงานของหน่วยงานในสังกัด จึงผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับจัดเก็บและตรวจสอบธุรกรรมข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นกระทรวงแรกของประเทศในการนำบล็อกเชนมาใช้ในหน่วยงานต่างๆของกระทรวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้มาติดต่อขอใช้บริการต่างๆ”

ประโยคทองจากงาน MOF Digital Platform is Now : กระทรวงการคลังนำดิจิทัลสร้างเศรษฐกิจสู่ชุมชน ที่กล่าวโดยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ดร.อุตตม สาวนายน เป็นประธานในพิธีลงนามที่มีสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังร่วมลงนามกับ 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย 

  1. กรมธนารักษ์ 
  2. กรมบัญชีกลาง  
  3. กรมศุลกากร  
  4. กรมสรรพสามิต  
  5. กรมสรรพากร 
  6. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 
  7. สำนักงานบริการหนี้สาธารณะ 
  8. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 
  9. ธนาคากรุงไทย

ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562… ซึ่งในระยะแรกจะร่วมกันผลักดันโครงการนำร่องที่บริหารด้วยดิจิตอลไฮเอนด์ระดับ Blockchain ได้แก่ 

  1. ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Government Procurement : e-GP) โดยบล็อกเชนของ e-GP จะรวบรวมข้อมูลประวัติของผู้ประกอบการนิติบุคคล รวมถึงระบบ Rating ของผู้ประกอบการตามผลงานในการทำงานกับภาครัฐ สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการลดระยะเวลา และภาระของผู้ประกอบการในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและการยื่นเสนอราคา โดยปี 2562  ภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 3.6 ล้านโครงการ วงเงินรวม 1.4 ล้านล้านบาท ลดภาระให้ผู้ประกอบการกว่า 270,000 ราย ซึ่งช่วยผลักดันการใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่รากหญ้าให้เร็วที่สุด

  2. ระบบคืนภาษีของนักท่องเที่ยว (VAT Refunds for Tourists) โดยเชื่อมโยงระบบบล็อกเชน  โมบายแอพพลิเคชั่น ระบบยืนยันตัวตนของนักท่องเที่ยว  รวมถึง e-Tax Invoice ของร้านค้าเพื่อใช้ในระบบภาษี มาเชื่อมต่อกับกระบวนการต่างๆ ในประเทศ และระบบ Payment and Settlement ต่างประเทศ เช่น AliPay WeChat Visa และ Master เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ที่รับภาษีคืนได้ภายใน 3 วันทำการ จากปกติใช้เวลา 34 วันทำการ ไม่ต้องถือเงินสดกลับประเทศ ได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าตลาด ไม่ต้องเข้าคิวสำแดงสินค้าที่กรมศุลกากรที่มีมากกว่า 7 แสนคนต่อปี  และไม่ต้องเข้าคิวขอคืนภาษีที่มีมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี และยังลดการใช้กระดาษได้สูงสุด 10 ล้านใบต่อปี

  3. การออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Scripless Bond) จะช่วยให้การออกพันธบัตรรัฐบาล การจำหน่าย รวมถึงการรับฝากทรัพย์สิน โดยระบบสามารถออกพันธบัตรหน่วยย่อยที่ 1 บาทต่อ1 พันธบัตร ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึงการออมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความคล่องตัวทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง ตรวจสอบได้ ด้วยระบบจองก่อนได้ก่อน (First Come First Serve) ในการจัดจำหน่าย ระบบจะเชื่อมต่อกับตลาดหลักและตลาดรอง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถขยายไปยังระบบการค้าระหว่างเขตชายแดน ( Cross Border Trading ) และในอนาคตสามารถขยายไปสู่นวัตกรรมอื่นๆ ต่อไป

  4. ระบบจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร ระบบบล็อกเชนจะช่วย Centralize  and Digitize เอกสารทุกประเภทที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การสั่งสินค้า การผลิต การนำเข้า การส่งออก จนกระทั่งสินค้าถึงมือผู้รับ โดยใช้ Digital  Document ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงเอกสารได้ตามสิทธิ เป็น One Single Document โดยช่วยให้กระทรวงการคลังสามารถประมาณรายได้การจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

  5. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Welfare) เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูล เรื่อง Identity จากทุกภาคส่วน มาเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทะเบียนผู้รับสวัสดิการ และใช้คุณสมบัตรของบล็อกเชนในการอัพเดทและแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์  เพื่อป้องกันการใช้สวัสดิการในทางที่ผิดและลดทุจริตจากผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ (Healthcare) ระบบบล็อกเชนเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลของกระทรวงสาธารณะสุข และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนและใช้สิทธิตามกรอบที่ได้

  6. ระบบการจัดทำราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การเก็บภาษีจากการซื้อขายและถือครองที่ดินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถขยายขอบเขตไปถึงการจัดทำโฉนดที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ จะส่งผลให้การประเมินราคา และกระบวนการเก็บภาษีที่ดิน มีความโปร่งใส และถูกต้อง  และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตามนั้นครับ… Blockchain มาแล้ว!!!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวัน