moving sidewalk

นักวิจัยจาก Swiss Federal Institute of Technology Lausanne หรือ École Polytechnique Fédérale de Lausanne ได้เสนอแนวคิดในการออกแบบเมืองไร้รถ หรือ Car-Free Cities โดยใช้กรุงเจนีวาเป็นต้นแบบ และเสนอให้ใช้ Jetson-style Moving Walkways หรือ ทางเลื่อนเจ๊ทสัน หรือทางเลื่อน ทดแทนการเดินทางในเขตเมือง

Dr.Riccardo Scarinci และคณะ จาก Transport and Mobility Laboratory หรือ TRANSP-OR แห่งวิทยาลัยสถาปัตยกรรม สถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติโลซาน ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง European Journal of Transport and Infrastructure Research ซึ่งเป็นงานค้นคว้าข้อมูลทั่วไปเพื่อสืบค้นข้อมูลอ้างอิงและเสนอแนวทางการออกแบบเมืองที่มีทางเลื่อนเป็นช่องทางคมนาคมหลัก สำหรับการเดินทางของผู้คน

ท่านที่เคยใช้บริการทางเลื่อนในสนามบินก็คงจะนึกภาพออกว่า ทางเลื่อนก็คือบันไดเลื่อนแนวราบที่มีใช้ทั่วโลก… 

ปัญหาใหญ่ของทางเลื่อนคือเรื่องความเร็วการเดินทางต่ำใกล้เคียงกับการเดินเท้าธรรมดา ซึ่งการออกแบบให้ช้าก็เพื่อให้ผู้ใช้ทางเลื่อนปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเข้าออกทางเลื่อนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่สุด เมื่อการเดินทางด้วยทางเลื่อนมีอัตราความเร็วต่ำจนแทบจะไร้ประโยชน์ เพราะเวลาในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญ การออกแบบทางเลื่อนเพื่อใช้งานในเมืองที่จะใช้งานได้จริง จึงต้องแก้ปัญหาเรื่องความเร็ว และหาทางทำให้ “ทางเข้าออกมีความเร็วต่ำ” อยู่ในระดับปลอดภัย

งานค้นคว้าเรื่อง European Journal of Transport and Infrastructure Research จึงได้เสนอแนวคิดรูปแบบการผสมผสานความเร็วของทางเลื่อน 4 แนวทางได้แก่

1. In-line Belts… ทางเลื่อนเทคนิคนี้จะออกแบบให้ทางเข้าออกใช้อัตราความเร็วต่ำกว่าช่วงกลาง โดยใช้ทางเลื่อนหลายชุดวางต่อกันและกำหนดความเร็วแต่ละชุดตามความเหมาะสม

2. Sliding Parallelograms… เทคนิคนี้จะออกแบบให้มีทางเลื่อนสองความเร็วเลื่อนขนานกัน โดยใช้เทคนิคเชิงเลขาคณิตทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมด้านขนานมาช่วยออกแบบ เพื่อให้ได้ทางเลื่อนมีความเร็วหลายระดับให้ใช้งาน

3. Accelerating Rollers… นักวิจัยเรียกเทคนิคนี้ว่าเทคนิคพรมวิเศษ ซึ่งออกแบบโดยใช้ลูกกลิ้งโลหะส่งผู้ใช้ทางเลื่อน เข้าออกสายพานทางเลื่อนความเร็วสูง

4. Sliding Pallets… เทคนิคนี้จะต่างจากการเข้าออกทางเลื่อนวิธีอื่นที่ต้องมี พาเลทให้ยืนแทนที่จะก้าวเท้าเข้าออกทางเลื่อนเหมือนเทคนิคอื่น ซึ่งจะคล้ายกับทางเลื่อนสำหรับนักสกีที่ออกแบบให้คนใช้ต้องยืนบนสกีหิมะก่อนใช้งานระบบ

รายละเอียดทางวิศวกรรมผมไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้วน๊ะครับ เพราะไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการนำเสนอข้อมูลในโอกาสนี้ เอาเป็นว่า มีคนคิดเรื่อง “ทางเลื่อน แทนทางรถ” มากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลกที่นักวางผังเมืองส่วนหนึ่งเชื่อว่า สามารถแก้ปัญหารถยนต์ส่วนบุคคล ได้ดีกว่าระบบขนส่งสาธารณะแบบอื่นที่เราท่านคงต้องรอดูกันต่อไปว่า… อนาคตของระบบขนส่งสาธารณะจะพัฒนาไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะในยุคหลัง COVID-19 ที่กระแส Social Distancing น่าจะอยู่ในเงื่อนไขหลักของการออกแบบการเดินทางในเมืองด้วยอีกเงื่อนหนึ่ง

ทางเลื่อนความเร็วสูงที่ The Toronto Pearson International Airport ด้วยเทคโนโลยีของ ThyssenKrupp ราชาลิฟท์บันไดเลื่อนจากเยอรมัน กับความเร็วสูงสุด 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยส่วนตัวผมยังเชื่อเหมือนหลายๆ ท่านว่า แนวคิดนี้ยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของผังเมืองจากข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะการลงทุนและการบำรุงรักษาระบบ รวมทั้งเทคนิคการใช้งานที่เหลือโจทย์ให้แก้อีกไม่น้อยในยุคของเรา… แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็ยังคิดว่า น่าจะมีบางเทศบาลเมืองซักแห่งหรือหลายแห่งในโลก จับมือกับบริษัททำลิฟท์บันไดเลื่อน ลุยทำ Pilot Model ให้เห็นกันบ้าง

บทความเรื่อง Why There Aren’t More Moving Sidewalks in America โดย Michael R. McBride ได้แสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ความพยายามของวิศวกร ในการออกแบบทางเลื่อนมาตลอดนับร้อยปี… โดยเฉพาะ Moving Sidewalk Proposal ระยะทาง 2 ไมล์ ของทางเดินใต้ดิน หรือ Subterranean Walkways ในเมือง Atlanta โดย The Beeler Organization

Moving Sidewalks in the 1920’s

ระบบขนส่งสาธารณะแห่งอนาคตที่ Disrupted รูปแบบการเดินทางในเมืองคงเกิดขึ้นทดแทนของเก่ารูปแบบเดิมที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยและเทคโนโลยีแน่ๆ เพียงแต่จะเป็นเทคนิคไหนด้วยเทคโนโลยีอะไร ก็ยังถือว่าเกินจะคาดเดาในห้วงเวลานี้

ส่วนใครจะนำใคร ใครจะตามใคร… อายุยืนยาวคงเห็นอีกเยอะแยะอยู่แล้วในโลกที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน 

ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาวได้เห็นสิ่งดีๆ อีกเยอะๆ ทุกท่านครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

LX Design Thinking

Design Thinking Process สำหรับ Learning Experience Design

Design Thinking เป็นกระบวนการคิดที่ใช้การทำความเข้าใจในปัญหาต่างๆ อย่างลึกซึ้ง โดยเอาผู้ใช้หรือ Users เป็นศูนย์กลาง โดยนำเอาความคิดสร้างสรรค์และมุมมองอันหลากหลายมาสร้างไอเดีย ก่อนจะนำไอเดียไปพัฒนา แล้วนำสิ่งที่พัฒนาได้ไปทดสอบ และเอาผลการทดสอบกลับมาปรับไอเดีย เอาไอเดียไปพัฒนาอีกรอบ เอาของที่พัฒนาได้อีกรอบไปทดสอบอีกครั้ง… และวนไปจนได้โซลูชั่นที่ดีที่สุดกับผู้ใช้

Free Form Food

รู้จักกับ Free From Food… #SaturdaySMEs

สินค้ากลุ่ม Free From Food ได้รับความนิยมมากขึ้น และเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กลายเป็นสินค้าในกระแสหลักและไม่นับว่าเป็นสินค้าในตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Niche Market สำหรับผู้บริโภคกลุ่มเล็กที่มีความต้องการเฉพาะอีกต่อไป

Video Marketing

Video Marketing… ไม่ใช่กลยุทธ์ธรรมดาอีกต่อไป

วิดีโอและภาพยนต์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังมาช้านาน นับตั้งแต่โลกมีเครื่องฉายภาพยนต์และการแพร่ภาพออกอากาศเป็นสัญญาณโทรทัศน์… แต่กว่าโลกจะมาถึงยุคมือถือเครื่องเดียวถ่ายทำหนังได้จบเป็นเรื่องๆ อย่างในปัจจุบัน การถ่ายทำคลิปยาวหนึ่งนาทีเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตมาก… การใช้คลิปวิดีโอในกลยุทธ์ทางการตลาดจึงทำได้แต่ธุรกิจใหญ่ๆ และไม่เคยอยู่ในเงื่อนไขความคิดที่ธุรกิจรายเล็กรายน้อยหรือ SMEs ทั่วๆ ไปจะต้องคิดเอามาใช้ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร… แต่วันนี้… วิดีโอกลายเป็นกลยุทธ์หลักของทุกธุรกิจที่สำคัญมาก โดยเฉพาะธุรกิจรายเล็กรายย่อยรายจิ๋ว ที่ต้องการเพิ่มความสนใจจากลูกค้าและลูกค้าเป้าหมายใน Funnel Model ที่ออกแบบไว้

Leader Hand

Creative Leadership

การนำระดับ Creative Leadership ในปัจจุบัน ต้องการพฤติกรรมของผู้นำที่มีความสามารถในการสร้างและตระหนักต่อปัญหาต่างๆ ที่สามารถนำพากลุ่มหรือทีมและองค์กร ใช้ปัญหาเป็นหนทางสร้างสรรค์นวัตกรรม ภายใต้สถานการณ์ที่ซับซ้อนในเชิงโครงสร้างบนความอ่อนไหวที่สะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลง