Natural Learning… การเรียนรู้โดยธรรมชาติ

play it village

Rudolf Steiner หรือ รูดอร์ฟ สไตเนอร์… เจ้าของปรัชญาการศึกษาวอลดอร์ฟ หรือ Waldorf Education หรือ Steiner Education ได้ก่อตั้งโรงเรียนวอลดอร์ฟขึ้นในเยอรมันนี โดยทุนสนับสนุนจาก Waldorf-Astoria Cigarette Company ในเมือง Stuttgart ในยุคที่ Emil Molt ซึ่งเป็นนักอุตสาหกรรมยุคบุกเบิกชื่อดังของเยอรมันเป็นประธานของโรงงานยาสูบ Waldorf-Astoria Cigarette Company และตั้งโรงเรียนวอลดอร์ฟขึ้นในโรงงานเป็นแห่งแรก เพื่อรับบุตรหลานของคนงานมาเรียนในปี 1919

ปรัชญาการศึกษาวอลดอร์ฟมีเป้าหมายเพื่อพัฒนามนุษย์ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ด้วยการพัฒนากาย หรือ Body… จิต หรือ Soul และวิญญาณ หรือ Spirit…ให้บรรลุถึง ความดี หรือ Good… ความงาม หรือ Beauty และ ความจริง หรือ Truth

ทัศนคติตามปรัชญาวอลดอล์ฟจะเชื่อว่า… เมื่อมองดูการเกิดและเติบโตของเด็กคนหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่า กาย หรือ Body เป็นส่วนที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้ในโลก… ส่วนจิตวิญญาณ หรือ Spirit เป็นจิตเดิมแท้ของเด็กเองที่ มาจากโลกเบื้องบน… และเชื่อมโยงกันด้วยวิญญาณ หรือ Soul… “พ่อแม่และครู” มีส่วนช่วยให้การเชื่อมโยงนี้เป็นไปอย่างราบรื่นกลมกลืน 

ปรัชญาการสอนแบบวอลดอร์ฟ จึงต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ ธรรมชาติของเด็ก หรือ Natural Childhood และ ภาวะกึ่งฝัน หรือ Dreamy Stated ที่มีอยู่ในวัยเด็ก และให้การศึกษาจะทำหน้าที่ปลุกให้เด็กค่อยๆ ตื่นขึ้นมาในโลก หาวิธีเชื่อมโยงเด็กสู่โลกที่เขาได้ลงมาเกิด ครูยังต้องใส่ใจในการเตรียมสิ่งแวดล้อม สถานที่ อาคาร ห้องเรียน บริเวณสวน ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นที่เด็กเล่น ให้เด็กสามารถเชื่อมโยงที่มาที่ไปในธรรมชาติได้ โดยเฉพาะพลังธรรมชาติของโลกคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ 

ในประเทศไทย… ความเคลื่อนไหวของการนำปรัชญาวอลดอร์ฟ มาใช้ในโรงเรียนอนุบาล เริ่มเข้มข้นชัดเจนขึ้นมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอนุบาลที่เป็นเอกชน… ส่วนตัวผมเคยได้ยิน ครูอุ้ย อภิสิรี จรัลชวนะเพท แห่งอนุบาลบ้านรัก และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแนววอลดอร์ฟรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย… นิเทศก์แนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟเมื่อนานมาแล้ว… และอะไรหลายอย่างจาก COVID19 และ Lock Down เด็กอนุบาลไว้ที่บ้าน กับธรรมชาติที่มีมือถือเป็นศูนย์กลางของเด็กๆ ทำให้หัวข้อสนทนากับผู้ใหญ่บางท่านที่สนใจการศึกษา กรุณาชี้แนะหลายอย่างให้ผม ซึ่งบางอย่างบางประเด็นก็เข้าขั้นโดนป้ายยาเหมือนแนวคิดวอลดอร์ฟนี่แหละครับ

โดยส่วนตัวผมสนใจคีย์เวิร์ด 2 คำจากวอลดอร์ฟคือ Natural Childhood และ Dreamy Stated จากการติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่าย Homeschooling ในสหรัฐอเมริกาช่วงที่ COVID19 เริ่มระบาดในใหม่ๆ

ประเด็นแจกจ่ายแบ่งปันทรัพยากรส่งเสริมการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก โดยเครือข่าย Homeschooling มีพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างมากในวันที่พ่อแม่เด็กให้ความสำคัญกับสุขอนามัยมาเป็นอันดับหนึ่ง และพ่อแม่บางส่วนยินดีอยู่บ้านกับลูก หรือแม้แต่สลับกันดูแลเด็กๆ กับเพื่อนบ้าน โดยมีโปรแกรม Homeschooling สารพัดรูปแบบให้นำมาใช้… 

การส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการเด็กแบบ “ไม่มีหลักสูตรและตารางกิจกรรมแบบสอนสั่ง” แต่ใช้หลักสูตรและตารางกิจกรรมให้ต้นแบบเช่นพ่อแม่พี่น้อง ทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการและเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบ… ซึ่งผลที่ได้ก็คือ กิจกรรมการเรียนรู้จะเปลี่ยนจากสอนสั่ง ไปเป็นการทำกิจกรรมหลากหลายไปพร้อมกัน… และให้ธรรมชาติของเด็ก เลียนแบบ ซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติ จนพ้น Dreamy Stated… เหมือนสมองเรียนรู้คำ น้ำเสียงและภาษาพูด จากการใช้เวลาคลุกคลีเติบโตจากการอยู่ร่วมกันนั่นเอง

ส่วนการเรียนรู้โดยธรรมชาติที่มีการใช้อย่างเป็นรูปธรรมที่ผ่านมา… ดูเหมือนโรงเรียนอนุบาลที่ยึดปรัชญาการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ที่เห็นพี่อนุบาลสาม กับน้องอนุบาลหนึ่ง เรียนรวมกัน เล่นไปด้วยกัน พี่สอนน้อง ครูดูแลและสนับสนุนกิจกรรมและจินตนาการ… ซึ่งในบ้านเราก็มีโรงเรียนอนุบาลของเอกชนหลายแห่งนำแนวคิดวอลดอร์ฟ และธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กมาใช้แล้วหลายแห่ง

วันนี้ผมจะไม่อธิบายเรื่องวอลดอร์ฟในอนุบาลหรอกครับ แต่ผมแนะนำให้ท่านที่สนใจ ดูคลิปแม่ครูอุ้ย อภิสิริ จรัลชวนะเพท แห่งอนุบาลบ้านรัก… ซึ่งครูอุ้ยย้ำว่า “อนุบาลบ้านรัก ที่สุขุมวิท 40 ไม่ใช่โรงเรียน”… 

ผมเสนอปรัชญาวอลดอร์ฟตั้งแต่หัววันเพื่อให้ทุกท่านที่สนใจ เห็นภาพวอลดอร์ฟที่ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย… และผมคงพาทุกท่าน ทบทวนอ้างอิงวอลดอร์ฟในบางส่วน… Pedagogy หรือการสอนบางส่วน… เพื่อสนับสนุนแนวคิด Natural Learning ที่พัฒนาผ่านเทคโนโลยีการศึกษาหลากหลายมิติ… ซึ่งผมคิดว่าคงต้องเขียนถึงต่อเนื่องไปอีกหลายตอนอยู่

โปรดติดตามด้วยครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

sea-coast-sand-mountain

Intrinsic and Extrinsic Motivation… แรงจูงใจภายในและนอก

แรงจูงใจ… คำพื้นๆ แต่กว้างลึกและยังมีมิติมากมายให้เราท่านได้ค้นหา ศึกษาเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ ทั้งเพื่อจูงใจผลักดันตัวเอง และโน้มเหนี่ยวคนอื่นๆ ที่ผูกพันธ์เกี่ยวข้องกันกับเรา ให้ตามเจอเป้าหมายลำดับถัดไปได้ราบรื่นบนเส้นทางที่ “เข้าใจตัวเอง เข้าใจความต้องการของตัวเอง และรู้จักสร้างแรงโน้มถ่วงอันแสนพิเศษ ดึงตัวเองเข้าหาความพึงใจลำดับถัดไป”

Neuroscience

Meta-Findings From Neuroscience to Learning… แม่บทการค้นคว้าจากประสาทวิทยาถึงการเรียนรู้

Andragogy มีพื้นฐานจากความเชื่อที่ว่า ผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ต่อไปได้ตลอดชีวิตหากประสบการณ์การเรียนรู้อำนวยความสะดวกในลักษณะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้ใหญ่… โดยธรรมชาติของสมองจะยืดยุ่นปรับเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดเวลาอยู่แล้วจนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Neuroplasticity หรือ Brain Plasticity หรือปรากฏการณ์หล่อหลอมได้ไม่สิ้นสุดของสมอง

Ozone Depletion เมื่อชั้นโอโซนบางลง กลายเป็นหลุมและรูรั่ว #FridaysForFuture

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซซึ่งประกอบด้วยธาตุออกซิเจนจำนวน 3 โมเลกุล มีอยู่เพียง 0.0008% ในบรรยากาศ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเกาะป้องกันรังสีอุลตราไวโอเล็ต หรือ UV ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก 

ปาท่องโก๋การบินไทย กับ ชาไข่มุกแอร์เอเชีย

สินค้าอาหารพื้นๆ ที่ใส่ความพยายามของคนทำงาน ไม่ว่าจะถูกผลักดันด้วยแรงกดแบบไหน แต่เมื่อสามารถเปลี่ยนแรงกดดันเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวก จนทำให้สินค้าอาหารพื้นๆ ที่มีคนทำอยู่ดาษดื่นจนชินตา กลายเป็นแรงขับองค์กรให้ปรับตัวจนขยับออกจาก “ภาวะไร้ความหวัง” และพิสูจน์พลังของความพยายามที่คนกลุ่มหนึ่งร่วมแรงกันสร้างขึ้น และผมเชื่อว่า “การร่วมแรง” ของคนการบินไทย และ คนแอร์เอเชียเกิดจากความรัก…