OCEAN Of Personality… บุคลิกภาพหลัก 5 ประการ #SelfInsight

A five-factor theory of personality

คนเราแตกต่างกันที่บุคลิกภาพ หรือ Personality ซึ่งเป็นลักษณะส่วนบุคคล ที่ทำให้แต่ละคนแสดงพฤติกรรมต่างกันอย่างชัดเจน บางคนร่าเริง บางคนเครียดง่าย บางคนพิถีพิถัน บางคนอ่อนไหว ในขณะที่บางคนขี้หงุดหงิด ดุร้าย พูดมาก เงียบขรึม บ่อน้ำตาตื้น แสนดี หรือ เอาแต่ใจ

นักจิตวิทยาได้ศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับบุคลิกภาพ และส่งผลต่อพฤติกรรม รวมทั้งการตัดสินใจของผู้คน โดยการศึกษาเทียบเคียงพฤติกรรมของปลาหางนกยูงที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีสัตว์น้ำนักล่าอยู่ร่วมด้วย เปรียบเทียบกับพฤติกรรมของปลาหางนกยูงที่เพาะขึ้นในห้องทดลองจนพบว่า… สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของกลุ่มที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งแสดงพฤติกรรมหลบเร้นเพื่อเอาตัวรอดเมื่อมีความเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างชัดเจน ผิดกับกลุ่มปลาหางนกยูงที่เพาะขึ้นใหม่ในห้องทดลองที่ไม่เคยเจอผู้ล่ามาก่อน จะยังคงใช้ชีวิตแวกว่ายเป็นปกติ แม้ถูกกระตุ้นให้ตื่นกลัว

พฤติกรรมของปลาจากสองแหล่งที่มา สามารถเทียบเคียงอธิบายถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เติบโตขึ้นของสิ่งมีชีวิต มีผลกับบุคลิกส่วนตนได้อย่างชัดเจนรวมทั้งมนุษย์ด้วย… ในขณะที่การศึกษาพฤติกรรมของคู่แฝดที่ถูกแยกกันเลี้ยงดูจำนวนหนึ่งก็พบว่า… พฤติกรรมและปัจจัยบุคลิกภาพของคู่แฝดส่วนใหญ่ มีการแสดงออกเหมือนกันและคล้ายกันอย่างมีนัยยะสำคัญจนสรุปได้ว่า… ยีนส์และกรรมพันธ์มีผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพอีกหนึ่งปัจจัยอย่างชัดเจนเช่นกัน

ประเด็นมีว่า… ในทางจิตวิทยาถือว่าบุคลิกภาพบอกและทำนายอนาคตคนได้ เช่น กรณีที่ท่านเป็นคนขยัน เป็นคนวางใจได้ และเป็นคนอดทน… ในทางจิตวิทยาจะจัดท่านให้อยู่ในกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพแห่งความสำเร็จ หรือ กลุ่มบุคลิกภาพพิถีพิถัน ซึ่งระดับความพิถีพิถันที่ต่างกันระหว่างบุคคล สามารถใช้ “พยากรณ์ความสำเร็จล้มเหลว” ของบุคคลได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งบุคลิกภาพพิถีพิถัน หรือ Conscientiousness ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของโมเดลลักษณะบุคลิกภาพหลัก 5 ประการที่นักจิตวิทยาใช้เป็นกรอบประเมินบุคลิกทั่วไป

ลักษณะบุคลิกภาพหลัก 5 ประการ หรือ Big Five Personality Traits หรือ Five Factor Model หรือ FFM ถือเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับมิติหรือปัจจัยใหญ่ 5 อย่าง ที่ใช้อธิบายบุคลิกภาพและสภาพทางจิตใจของมนุษย์ ซึ่งพัฒนาและอธิบายไว้โดย Paul Costa และ R.R. McCrae จากผลงานตีพิมพ์เรื่อง A five-factor Theory of Personality ประกอบไปด้วย

  1. Openness To Experience หรือ ลักษณะเปิดรับประสบการณ์… จะเป็นคนที่มีพฤติกรรมอยากรู้อยากเห็นแบบมีและใช้สติปัญญา มีสุนทรียภาพ และยินดีที่จะลองสิ่งใหม่ๆ และมีความคิดสร้างสรรค์ เข้าใจความรู้สึกตัวเอง และมีโอกาสที่จะมีความเชื่อในแบบของตนเป็นพิเศษ
  2. Conscientiousness หรือ ลักษณะพิถีพิถัน… เป็นพฤติกรรมบุคลิกที่โน้มเอียงจะเป็นคนมีวินัย ทำตามหน้าที่ ตั้งเป้าหมายและไขว่คว้าความสำเร็จอย่างมีหลักเกณฑ์ สามารถควบคุม ปรับระดับ และจัดการอารมณ์ชั่ววูบ หรือความหุนหันพลันแล่นของตนได้ ชอบวางแผนและทำตามแผน โดยระดับความพิถีพิถันจะเพิ่มสูงขึ้นตามวัย
  3. Extraversion หรือ ลักษณะสนใจต่อสิ่งภายนอก… เป็นพฤติกรรมของคนที่ชอบการทำกิจกรรมพัวพันกับโลกภายนอก และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มักถูกมองว่าเป็นคนบ้าพลัง กระตือรือร้น และชอบทำมากกว่าคิด มักโดดเด่นในกลุ่ม ชอบพูดคุย และแสดงออก
  4. Agreeableness หรือ ลักษณะอ่อนโยนเห็นใจ… เป็นพฤติกรรมของคนที่เห็นคุณค่าของผู้อื่น มักจะเกรงใจผู้อื่น ใจดี ใจกว้าง เชื่อใจผู้อื่นและผู้อื่นเชื่อใจได้ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่น และประนีประนอม
  5. Neuroticism หรือ ลักษณะไม่มั่งคงทางอารมณ์… เป็นพฤติกรรมของคนที่มีความอดทนต่อความเครียดและสิ่งเร้าที่ไม่พึงใจต่ำ มีอารมณ์อ่อนไหวและไวต่อเหตุการณ์ที่หวาดระแวง ขุ่นมัวง่าย ขัดข้องคับแค้นกับประเด็นเล็กน้อย และอารมณ์จิตใจ รวมทั้งปฏิกิริยาเชิงลบของคนเหล่านี้มักจะคงอยู่กับเจ้าตัวยาวนาน จึงมักเป็นคนมีพื้นอารมณ์ไม่ดีจนเป็นบุคลิก

การอธิบายลักษณะบุคลิกภาพผ่านกรอบ Five Factor Model ทั้ง 5 ที่กล่าวมานี้ บ่อยครั้งมีการเรียกโมเดลนี้ว่า OCEAN โดยเรียงตามลำดับอักษรตัวหน้าของโมเดล… แต่ก็พบบางกรณีที่สลับตัวอักษรใหม่เป็นเรียกว่า CANOE บ้าง… และให้ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน โดยไม่มีนัยยะทางรายละเอียดใดแตกต่างกัน… 

การประเมินบุคลิกภาพที่ทำโดยนักจิตวิทยา ภายใต้กรอบ OCEAN จะมีการใช้เครื่องมือประเมินอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ Big Five Inventory (BFI) และ The Big Five Personality Test เพื่อนำคะแนนจากแบบทดสอบมาแปลผล โดยเทียบคะแนนเพื่ออธิบายลักษณะบุคลิกภาพที่ได้จากตัวแปรทั้งหมดว่าอยู่ระดับไหนหมายถึงบุคลิกภาพแบบไหนและอยู่ในระดับใดด้วย

ผมขอข้ามที่จะกล่าวถึงการใช้แบบทดสอบและการแปลผลตามคะแนนที่ได้จากเครื่องมือประเมินทั้งสองแบบครับ… หนึ่งคือผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และอีกหนึ่งคือผมหาเครื่องมือภาษาไทยที่แปลถูกต้องและมีการรับรองชัดเจนไม่ได้

ส่วนประเด็นสำคัญที่อยากจะพูดถึงจริงๆ จนยกมาพูดถึงในวันนี้ก็คือ… คนส่วนใหญ่มองเห็นบุคลิกคนอื่นค่อนข้างชัดเจนและประเมินถูกต้อง ผ่านพฤติกรรมและการแสดงออกที่ติดอยู่กับบุคลิกภาพของคนอื่นที่ตนมองอยู่… แต่น้อยคนที่จะมองเห็นและประเมินบุคลิกตัวเองได้ชัดเจนถูกต้อง โดยเฉพาะพฤติกรรมและการแสดงออกที่ติดอยู่กับบุคลิกภาพของตัวเอง รวมทั้งคำอธิบายพฤติกรรมและการแสดงออกของตัวเอง ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่า หลายกรณีตัวเองได้แสดงพฤติกรรมเชิงลบต่ออะไร หรือ ต่อใครอย่างไรบ้าง… แม้ในขณะนั้นจะอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราด ดุดัน หรือ เห็นความเสียหายแตกหัก หรือถึงขั้นบาดเจ็บนองเลือดจากพฤติกรรมตนเองชัดเจนอยู่ตรงหน้าก็ตาม

การเข้าใจบุคลิกของตัวเองที่ถูกต้องว่า… แท้จริงแล้วเราเป็นคนเปิดรับอะไรได้แค่ไหน?… พิถีพิถันกับอะไรแค่ไหน?… อยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นกับสังคมผู้คนและอะไรใหม่ๆ แค่ไหน?… อ่อนไหวเจ้าน้ำตาขี้สงสารกับอะไร?… หรือ เหวี่ยงวีนเดือดดาลกับคนแบบไหนหรือเหตุการณ์แบบไหน?

ซึ่งยีนส์และพันธุกรรมที่แต่และคนสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ บวกกับประสบการณ์ที่มีมากับสิ่งแวดล้อมตลอดตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันนั้น… หากทำความเข้าใจผ่านมุมมองในมิติของความหมายในชีวิต จุดยืนและตัวตนที่เข้าใจตนผ่านบุคลิกที่ถูกต้อง เหมือนได้มองตนเองผ่านสายตาของคนที่มองเข้ามา… อย่างน้อย ตัวเองก็รับมือกับตัวเอง ให้สามารถรักษาสมดุลย์บุคลิกภาพ ทั้งเชิงบวกลบในตัวให้พลิกเป็นคุณต่อตัวเองได้ดีกว่า

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Relationship

Please Driving Your Self Esteem Carefully… โปรดระมัดระวังแรงขับเคลื่อนคุณค่าส่วนตน

มนุษย์ให้คุณค่าต่อตนเองและคนรอบข้างไม่เหมือนกัน แถมยังมีลักษณะเป็นปัจเจกหรือลักษณะเฉพาะของตนเองหลากหลายอย่างยิ่ง… แรงขับจาก Self Esteem ของแต่ละคนจึงแตกต่าง ซึ่งความแตกต่างนี้เองที่หลายครั้ง Self Esteem ของคนๆ หนึ่งที่ประกอบขึ้นจนเป็นความเชื่อเชิงบวก จะเกิดแรงเกินตัวเองไปขับดัน Self Esteem ของคนใกล้ตัวให้โน้มไปในทางเดียวกัน… หรือไม่ก็ปะทะกับแรงขับตัวตนของคนรอบข้าง ที่ไม่ได้อยู่ในทิศทางเดียวกับแรงขับดันตัวตนของเราจนกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์

5 เทคนิคการทำ PowerPoint ให้ใครๆ ก็ WOW!

หากพูดในฐานะคนเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจและวิพากษ์สื่อ eLearning มาก่อน… เรียนตามตรงว่าไม่อยากเห็นสไลด์ที่เปิดมาก็เจอ… มักง่าย… ทักษะน้อย… และลบหลู่ผู้ชม จนเกินงาม… เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานจากท่านจะหมายถึงตัวตนท่านนั่นเอง

Deep Data Driven

SMEs กับการใช้ข้อมูลในยุค Deep Data Driven #SaturdaysSMEs

วิธีการประยุกต์ใช้ Data ให้เหมาะกับสไตล์ SME ต้องเริ่มจากมุมมองที่ต่างจากรายใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ต้องไม่แข่งที่ความเยอะ หรือ Big แต่ต้องแข่งที่ความแม่น หรือ Smart ของข้อมูลที่มี โดยแนะนำให้ตั้งคำถามภายใต้แนวคิด PNG Concept ซึ่งประกอบด้วย Pain… Need และ Gain

Carbon Label

Products Carbon Footprint… #FridaysForFuture

เครื่องหมาย Carbon Footprint ที่จะติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น จะเป็นการแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาปริมาณเท่าไหร่ ตั้งแต่กระบวนการหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเมื่อกลายเป็นของเสีย