Ocean Surface Information And Water Cycle… วัฏจักรน้ำที่ไม่เหมือนเดิมจากข้อมูลความเค็มของผิวน้ำในมหาสมุทร #FridaysForFuture

วัฏจักรของน้ำ หรือ Water Cycle ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างก็รู้ดีว่าปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับน้ำบนดาวโลกที่เป็นดาวแห่งน้ำดวงเดียวที่มนุษย์รู้จัก… จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งน้ำทุกสถานะทั้งที่เป็นน้ำแข็ง เป็นของเหลว และ เป็นไอน้ำ ได้หมุนเวียนเป็นธรรมชาติอยู่ใต้ชั้นบรรยากาศโลก… วัฏจักรของน้ำ กับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนโลกจึงเหมือนไก่กับไข่ ที่มีวงจรชีวิตเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ โดยวัฏจักรของน้ำอันเป็นกระบวนการระเหยกลายเป็นไอขึ้นชั้นบรรยากาศ ก่อนจะควบแน่นตกลงมาเป็นฝน หรือ หิมะ และ ลูกเห็บ… เพียงแต่การเฝ้าสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของน้ำทะเลผ่านองค์ประกอบต่างๆ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้พบปรากฏการณ์วัฏจักรหมุนเวียนหมุนเวียนของน้ำบนโลก เกิดครบรอบวัฏจักรเร็วขึ้น และ เกิดปรากฏการณ์แวดล้อมรุนแรงขึ้น… ส่งผลให้พื้นที่ประสบภัยแล้งจะขาดแคลนน้ำยิ่งขึ้น ในขณะที่เขตมรสุมก็จะเจอพายุฝนรุนแรงกว่าเดิม และ ยังเกิดอุทกภัยหนักขึ้นด้วย

การวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งของบาเซโรนา หรือ Institut de Ciències del Mar หรือ Institute of Marine Sciences of Barcelona พบว่า… ค่าความเค็ม หรือ Salinity หรือ ค่าความเข้มข้นของแร่ธาตุที่ทำให้น้ำทะเลเค็ม ณ ผิวน้ำทะเล ซึ่งเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือวัดที่ติดอยู่กับทุ่นลอยน้ำในมหาสมุทร… ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปัจจุบันสามารถตรวจวัดค่า Salinity ได้แม่นยำขึ้น ด้วยวัดควบคู่กับการสังเกตุอุณหภูมิ และ การระเหยของน้ำด้วยดาวเทียม

Source Image: BBC.COM

นักวิจัยจาก Institute of Marine Sciences แห่ง Barcelona อธิบายว่า… ค่าความเค็มของผิวน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกตินั้น ชี้ถึงการที่ภาวะโลกร้อนทำให้บริเวณที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง เกิดการระเหยกลายเป็นไอของผิวน้ำด้านบนมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น เพิ่มความชื้นในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะรวมตัวกันเป็นพายุฝนในเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกทั้งสองมากขึ้น… วัฏจักรของน้ำที่แปรปรวนดังกล่าว เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแบบที่ไม่ปกติ… เพราะ “เขตฝนก็ฝนชุ่มฉ่ำมากขึ้น เขตแห้งแล้งก็แห้งเหือดยิ่งกว่าเดิม” 

ที่สำคัญก็คือ… ปรากฏการณ์นี้จะทำให้แหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยน้ำในแหล่งน้ำจืดจะมีแร่ธาตุเจือจาง และ มีรสจืดกว่าเดิมเพราะปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ส่วนน้ำทะเลนั้นจะยิ่งมีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูง  และ มีรสเค็มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากน้ำระเหยกลายเป็นไอในอัตราที่สูงขึ้น แต่ไม่ตกกลับลงมาเป็นฝนในที่เดิมซึ่งมีอุณหภูมิสูง

Dr. Estrella Olmedo ซึ่งเป็นนักวิจัยหลังสำเร็จปริญญาเอก หรือ Postdoc Researcher และ เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยจาก Institute of Marine Sciences แห่ง Barcelona ได้แสดงความกังวลถึงสภาพการณ์ภูมิอากาศจากปรากฏการณ์ข้างต้นว่า… การที่มีปริมาณไอน้ำในชั้นบรรยากาศมากขึ้น และ มีไอน้ำหมุนเวียนในวัฏจักรน้ำเพิ่มขึ้น จะทำให้มีฝนตกชุกในแถบขั้วโลกเหนือ และ ขั้วโลกใต้ ซึ่งหิมะ และ แผ่นน้ำแข็งที่เหลืออยู่จะละลายไปอย่างรวดเร็วเพราะมีน้ำฝนตกลงมา แทนที่จะเป็นหิมะตกลงมาเหมือนแต่ก่อน

ข้อมูลจากดาวเทียมล่าสุดนี้ สอดคล้องกับการทำนายด้วยแบบจำลองภูมิอากาศโลก ซึ่งเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า… ในทุก 1 องศาเซลเซียสที่โลกร้อนขึ้น จะส่งผลให้วัฏจักรของน้ำหมุนเวียนเร็วขึ้น และ แปรปรวนรุนแรงขึ้นราว 7% ซึ่งหมายความว่า… พื้นที่ชุ่มชื้นจะเผชิญพายุฝนหนักกว่าเก่า 7% โดยเฉลี่ย และพื้นที่แห้งแล้งจะยิ่งเผชิญสภาพอากาศที่แห้งผากกว่าเดิม 7% โดยเฉลี่ยนั่นเอง

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.