Ozone Depletion เมื่อชั้นโอโซนบางลง กลายเป็นหลุมและรูรั่ว #FridaysForFuture

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซซึ่งประกอบด้วยธาตุออกซิเจนจำนวน 3 โมเลกุล มีอยู่เพียง 0.0008% ในบรรยากาศ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเกาะป้องกันรังสีอุลตราไวโอเล็ต หรือ UV ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก 

โอโซนไม่ใช่ก๊าซที่มีเสถียรภาพสูง มีอายุอยู่ในอากาศเพียง 20-30 สัปดาห์ก็สลายตัว โอโซนเกิดจากก๊าซออกซิเจน หรือ O2 ดูดกลืนรังสีอุลตราไวโอเล็ตแล้วแตกตัวเป็นออกซิเจนอะตอมเดี่ยว หรือ O จากนั้นออกซิเจนอะตอมเดี่ยว ก็รวมตัวกับก๊าซออกซิเจน กลายเป็นโอโซนหรือ O3 โดยมีโมเลกุลชนิดอื่นทำหน้าที่เป็นตัวกลางด้วย… โอโซนจึงเป็นก๊าซพิษสำหรับสิ่งมีชีวิต ในขณะเดียวกัน โอโซนในชั้นบรรยากาศ ก็มีคุณสมบัติในการดูดกลืนรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งมีชีวิตบนโลก กลายเป็นเกราะปกป้องดาวสีฟ้าของเราเอาไว้… แต่อีกด้านหนึ่ง โอโซนในชั้นบรรยากาศก็ดูดกลืนรังสีอินฟาเรดเอาไว้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องคุณสมบัติอีกเรื่องหนึ่งที่ชั้นโอโซนของโลก กลายเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สะสมความร้อนใต้เปลือกโอโซนให้ร้อนขึ้น

นักวิทยาศาสตรอธิบายและแบ่งก๊าซโอโซนเป็น 2 บทบาท คือ

  1. โอโซนในชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere Ozone) เกิดจากการเผาไหม้มวลชีวภาพ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ เครื่องจักร และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งปะปนอยู่ในหมอกควัน เมื่อโอโซนอยู่ในบรรยากาศชั้นล่างหรือเหนือพื้นผิว มันจะให้โทษมากกว่าให้คุณ เนื่องจากเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ออกไปสูดโอโซนให้สบายปอด” จึงเป็นความเข้าใจผิด

  2. โอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere Ozone) ในธรรมชาติโอโซนที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวมีเพียง 10% โอโซนส่วนใหญ่ในชั้นสตราโตสเฟียร์รวมตัวเป็นชั้นบางๆ ที่ระยะสูงประมาณ 20 – 30 กิโลเมตร ทำหน้าที่กรองรังสีอุลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ออกไป 99% ก่อนถึงพื้นโลก หากร่างกายมนุษย์ได้รับรังสีนี้มากเกินไป จะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ส่วนจุลินทรีย์ขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย จะถูกฆ่าตาย

ประเด็นการลดลงของชั้นโอโซน หรือจะเรียกว่าชั้นโอโซนบางลง หรือ Ozone Depletion เป็นประเด็นพูดกันมานานหลายสิบปี… ปรากฏการณ์ชั้นโอโซนบางลง บนชั้นบรรยากาศระดับชั้นสตราโตสเฟียร์ มีการศึกษาอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 1970 และพบอัตราการบางลงในระดับ 4% ต่อทศวรรษ… และพบว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีการลดลงหรือบางลงของชั้นโอโซนมากในบริเวณขั้วโลก ลักษณะการเกิดการบางลงหรือลดลงบางบริเวณของชั้นโอโซน เรียกว่า หลุมโอโซน… ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์โลกร้อน

การเกิดหลุมโอโซนจะมีความแตกต่างไปแต่ละพื้นที่ โดยพื้นแถบขั้วโลกพบว่ามีการถูกทำลายของชั้นโอโซนมากที่สุดและแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ของค่าละติจูด สาเหตุการทำลายชั้นโอโซนนั้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาแฮโลเจนกับแก๊สโอโซน หรือการทำปฏิกิริยาระหว่างโอโซนในชั้นบรรยากาศกับ สารทำความเย็นจำพวกแฮโลคาร์บอนหรือสาร CFC ในชั้นสตราโตสเฟียร์ โดยสารทั้งสองชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักของการเกิด หลุมโอโซน แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆได้อีก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทนด้วย

NASA ได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลหลุมโอโซนบริเวณทวีปแอนตาร์กติกา ณ ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ระดับต่ำ… ที่แสดงให้เห็นระดับของโอโซนลดลง 33% จากการวัดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 หลุมโอโซนเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ณ ทวีปแอนตาร์กติกาในช่วงเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม เกิดลมทิศตะวันตกกำลังแรงพัดหมุนเวียนทั่วทวีปและสร้างความปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศ การทำลายโอโซนในแต่ละปีนั้นพบว่า 50% เกิดในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทวีปแอนตาร์กติกา

โอโซนในชั้นบรรยากาศมีบทบาทสำคัญเรื่องการช่วยดูซับรังสี UVB…  เมื่อชั้นโอโซนบางลงหรือลดลงก็จะทำให้ปริมาณรังสี UV-B มีมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายและยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง จนนำไปสู่การลงนามในพิธีสารมอนทรีออล หรือ Montreal Protocol on Substances That Deplete the Ozone Layer ซึ่งเป็นสนธิสัญญาสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุม, ยับยั้ง และรณรงค์ให้ลดการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม… กรณีผลกระทบของ UVB ที่เพิ่มขึ้นชั้นโอโซนที่บางลง หรือแม้แต่เกิดรูรั่วขึ้น… ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าการลดลงของโอโซนเป็นผลทำให้เกิดโรงมะเร็งผิวหนังและโรคทางตาในมนุษย์ ซึ่งข้อถกเถียงนี้ก็ยังไม่มีฝ่ายใดแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยัน “ความเชื่อของฝ่ายตน” ในประเด็นโลกร้อนและผลกระทบเชิงสุขภาพได้

#FridaysForFuture 

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งถึงท่านบน Timeline ทุกวัน และ รบกวนท่านผ่านข้อความ Chat เท่าที่จำเป็น

Related Post

Active Classroom

Co-creation Learning… ปฐมบท

ในแนวทางการมองผู้เรียนเป็นหุ้นส่วนการศึกษา เพื่อรวมทรัพยากรของสถาบันการศึกษา เข้ากับความคิดเชิงสร้างสรรค์ ทรัพยากรและสติปัญญาของผู้เรียน เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า Value Co-creation หรือคุณค่าจากการสร้างสรรค์ร่วมกัน

VR Education

Tech-Enabled Immersive Learning และ Extended Reality #ReDucation

Extended Reality จะเน้นการเห็นภาพและได้เคลื่อนไหวร่างกายประสานกับคอมพิวเตอร์ หรือ จักรกลอื่นๆ ที่ออกแบบบูรณาการกันไว้เพื่อสร้างประสบการณ์เหมือนจริง แบบเดียวกับชุดฝึกบินจำลอง ที่สามารถกระตุ้นการเรียนรู้ไปที่สมองส่วนหน้าโดยตรง เหมือนได้สัมผัสประสบการณ์จริงทุกอย่าง ยกเว้นความเสียหายเมื่อพลาดพลั้งที่สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้ และ ฝึกซ้ำๆ จนไม่พลาดได้

Woven City

The Street As Platform #ReImagine

เมืองอัจฉริยะซึ่งหนีไม่พ้นต้องขับเคลื่อนผ่านอัลกอริธึมที่ได้จากข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data จะพัฒนาเติบโตซับซ้อนแตกแขนงเป็นอะไรได้บ้าง… โดยมีจิตนาการถึงความเงียบสงัดบนท้องถนนที่มีแต่ยานยนต์ไฟฟ้า โดรน และ พื้นที่สีเขียวชอุ่มของพันธ์ไม้ริมทั้งในทางและริมทาง จนเปลี่ยนเมืองแบบที่เคยเป็นไปสู่เมืองที่ยังยืน และ เป็นมิตรกับพลเมืองขั้น Citizen-Centric Smart Cities หรือ เมืองอัจฉริยะแบบพลเมืองเป็นศูนย์กลาง… แทนที่จะเป็นไฟจราจรเป็นศูนย์กลาง หรือ ด่านลอยคอยปรับเป็นศูนย์กลางอย่างบางประเทศ

Locus Of Control

Locus Of Control… พื้นทีความเชื่อภายใต้การควบคุม #SelfInsight

Locus Of Control ในทางเทคนิคก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน… เพราะทั้งหมดเป็นเพียงจิตวิทยาส่วนบุคคลภายใต้ความเชื่อที่ว่า… เหตุปัจจัยและผลลัพธ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับตนเอง รวมทั้งที่ตนเองได้รับรู้และทำความเข้าใจเหตุการณ์ ได้อุบัติขึ้นภายใต้การควบคุมโดยใคร หรือ อะไร…