ฤดูเผาตอซังและฟางข้าว

ตอซังและฟางข้าว

นานมาแล้วที่งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ถูกใช้ไปเพื่ออุดหนุนภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะนาข้าวและชาวนา ซึ่งเป็นปัญหาซับซ้อนเกินกว่าที่ใครๆ จะสามารถสะสาง “ปัญหาเรื่องข้าวและชาวนา” ได้ง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะแตะมุมไหนของข้าวและชาวนา ล้วนซับซ้อนพัวพัน “จากปัญหาหาหนึ่งไปถึงทุกๆ ปัญหา” ได้เท่าที่ความหลากหลายจาก “คนทุกแบบในภาคเกษตรกรรม” สามารถจับคู่กับดินน้ำลมไฟ จนกลายเป็นปัญหาร้อยแปดรูปแบบ

เอาเฉพาะเรื่องเผาตอซังและฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว เพื่อจะทำนาปรังรอบถัดไป… บางรายเผากันทั้งที่ฟางข้าวและตอซังที่เครื่องเกี่ยวนวดข้าวพ่นกองเอาไว้ยังชื้นอยู่ด้วยซ้ำ… ท้องทุ่งจึงไม่เหลือกลิ่นโคลนสาบควาย อันเป็นวิถีที่พวกเราควรช่วยกันดูแล เพื่อให้วิถีชีวิตชาวนาดั้งเดิมทำหน้าที่สะสมอาหารให้ทุกคนที่กินข้าว มีความมั่นคงทางอาหารที่ไม่ได้ก่อผลกระทบร้ายแรงให้ส่วนอื่นของสังคมและโลกใบนี้โดยไม่จำเป็น

เอกสารจากมูลนิธิเกษตรรักสิ่งแวดล้อม (ประเทศไทย) ได้เคยเผยแพร่เอกสารชื่อ ข้าว ซึ่งระบุประเด็นการเผาตอซังและฟางข้าวของชาวนา โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า 

ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 65 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ได้ผลผลิตข้าว 24 ล้านตัน มีฟางข้าวเฉลี่ยประมาณปีละ 25.45 ล้านตัน และมีปริมาณตอซังข้าวที่ตกค้างอยู่ในนาข้าว 16.9 ล้านตันต่อปี ดังนั้นจึงนับได้ว่ามีปริมาณฟางข้าวและตอซังข้าวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตอซังพืชชนิดอื่น โดยมีปริมาณฟางข้าวและตอซังมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ… มีฟางข้าวจำนวน 13.7 ล้านตันต่อปี และตอซัง 9.1 ล้านตันต่อปี… รองลงมาคือภาคกลางและภาคตะวันออกมีจำนวนฟางข้าว 6.2 ล้านตันต่อปี และมีจำนวนตอซัง 4.1 ล้านตันต่อปี

ซึ่งพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ มีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม

การเผาตอซังและฟางข้าว สร้างปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังมีผลต่อคุณสมบัติดินและสิ่งแวดล้อมหลายประเด็นเช่น

  • การเผาตอซังภายหลังเก็บเกี่ยวข้าว เป็นการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากพื้นดินสู่บรรยากาศซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน
  • การเผาตอซังทำให้ดินแน่นทึบ อัตราการซึมของน้ำช้าลง การไหลทางแนวราบสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องใช้น้ำมากกว่าปกติในการปลูกพืช
  • การเผาตอซังทำให้ปริมาณไนโตรเจนบนผิวดินลดลง  ส่วน pH ของผิวดินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อน้ำท่วมคราวต่อไปจะมีการปรับ pH ให้เข้าสภาพเดิมอีก
  • ปริมาณจุลินทรีย์หลายชนิดลดลงหลังการเผาตอซัง
  • การเผาตอซังทำให้สูญเสียธาตุอาหารที่ควรจะหมุนเวียนลงในดิน 

ประเด็นก็คือ ในพื้นที่ปลูกข้าว 65 ล้านไร่ มีปริมาณต่อสั่งฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยวประมาณ 42 ล้านตันคิดเป็นมูลค่าของธาตุอาหารหลักคือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม รวม 44,886 ล้านบาท และปริมาณธาตุอาหารที่สูญเสียไปกับการเผา 11,468 ล้านบาทต่อปี

การเผาตอซังและฟางข้าวก่อให้เกิดมลพิษปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถลอยตัวอยู่ในบรรยากาศได้เป็นเวลานาน และถูกพัดพาเป็นระยะทางไกลจากแหล่งกำเนิด ซึ่งในฝุ่นละอองขนาดเล็กจะมี Black Carbon ซึ่งมีคุณสมบัติดูดกลืนรังสีดวงอาทิตย์ทำให้โลกร้อนขึ้น 

ข้อเท็จจริงที่น่าเจ็บปวดก็คือ  69 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทย หรือประมาณ 44.85 ล้านไร่ เผาตอซังและฟางข้าว… นั่นแปลว่าประเทศไทยมีปริมาณตอซังและฟางข้าวถูกเผาประมาณ  29.15 ล้านตันต่อปี

งานวิจัยเรื่อง  Black Carbon Emissions from Paddy Open Burning in Thailand ของคณะเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับอัตราการปลดปล่อย Black Carbon จากการเผาบนพื้นที่นาในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครสวรรค์ ผลการวิจัยพบว่าการเผาตอซังฟางข้าวในพื้นที่โล่ง 1 กิโลกรัมมีอัตราการปล่อย Black Carbon อยู่ในช่วง 0.04 – 0.08 กรัม… ตัวเลขการเผาตอซังและฟางข้าวในงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุไว้ที่ 29.15 ล้านตันต่อปี มีอัตราการปลดปล่อย Black Carbon จากการเผาตอซังและฟางข้าวอยู่ที่ 1,749 ล้านกรัมต่อปี หรือเท่ากับ 1,749 ตันต่อปีทีเดียว

สองสามวันก่อนแอบได้ยินหัวข้อสนทนาจากโต๊ะกาแฟข้างๆ ในพื้นที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ พูดถึงเงินภาษีของพวกเขาที่เอาไปอุดหนุนราคาข้าวช่วยชาวนาอย่างเจ็บปวด… และพวกเขาเสนอให้ตัดสิทธิ์ชาวนาที่พ่นยาและเผาฟางได้มั๊ย?…

ล่าสุด… เวบไซต์ aecth.org ของมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม (ประเทศไทย) ก็ได้เสนอภาพข่าวการทำงานเชิงรุก โดย ดร.ตะวัน ห่างสูงเนิน ประธานมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม (ประเทศไทย) พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ได้เดินทางเข้าพบนายอำเภอแม่ลาน้อย ดร.ชูชาติ คำมา และเกษตรอำเภอ นายก อบต. แม่ลาน้อย รวมไปถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อแจ้งการเข้าพื้นที่มาทำกิจกรรมโครงการเพื่ออากาศบริสุทธิ์และหยุดเผา บนพื้นที่สูง รวมถึงฝากตัวอาสาสมัครให้อยู่ในพื้นที่เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม

ดร.ตะวัน ห่างสูงเนิน ประธานมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม (ประเทศไทย) และพี่น้องชาวนาบ้านต้นขาม ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 1ใน 98 สมาชิกผู้ปลูกข้าวบ้านต้นขามที่เข้าร่วมโครงการลดการเผา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,800 ไร่

ส่งกำลังใจให้อาจารย์และทีมงานครับ!

#FridaysForFuture

Reference…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Fishing

คุณค่าอันท้าทายและอนาคตของ CBI ต่อ Adult Learner

eLearning ยังมีแง่มุมอันอ่อนไหวท้าทาย ซึ่งนักทฤษฎีการศึกษาหลักๆ ของโลกทุกแนวคิด ก็ยังมีคำถามอีกหลายแง่มุมที่นักการศึกษารุ่นเรา และ รุ่นหลังยังเหลือการบ้านอีกมากที่ต้องแก้ไขจัดการให้ลุล่วง หรือไม่ก็หาทางพิสูจน์จนเป็นที่ประจักษ์ว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบกันเป็น eLearning ซึ่งพัฒนามาจาก Computer Based Instruction หรือ CBI นั้น… อาจจะต้องเอาขึ้นหิ้งไว้เล่าเป็นตำนานบางส่วน

Business Girl

9 to 5… Dolly Parton #เพลงดังฟังเพลิน

Dolly Parton เขียนเพลงและกำหนดทำนองเพลง 9 to 5 โดยใช้เล็บอะคริลิคของเธอเคาะจังหวะเหมือนเสียงพิมพ์ดีดในสำนักงาน…

Keystone Pipeline

Keystone XL Pipeline… ท่อส่งน้ำมันดิบ Tar Sand ต้นทางการก่อมลพิษ #FridaysForFuture

เขต Alberta ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันจาก Tar Sand ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นพื้นที่ทรายน้ำมันกว่า 75,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีส่วนที่หนาที่สุดลึก 60 เมตร เปิดเหมืองและขุดลอกได้ 1,000,000 ตันต่อวัน สามารถสกัดเป็นน้ำมันดิบ Synthetic Crude Oil ได้ประมาณ 6,500 เมตริกตันต่อวัน

shake hand with money

PP-SME… โครงการส่งเสริมการระดมทุนผ่านตลาดทุนโดย ก.ล.ต.

หลักเกณฑ์เบื้องต้น​โดยสรุปของแนวทาง การเสนอขายขายหุ้นหรือหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือ CD ซึ่งถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์รูปแบบหนึ่ง ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และถูกกำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ออกหลักเกณฑ์รองรับการระดมทุนในรูปแบบเฉพาะเจาะจงของ SME โดยเน้นหลักการกำกับดูแลที่ต้องไม่สร้างภาระและต้นทุนแก่บริษัทมากเกินไป ในขณะเดียวกัน ยังคงคำนึงถึงกลไกการคุ้มครองผู้ลงทุนด้วย