PAPR and Protective Helmet… อุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ และ หมวกนิรภัยฟอกอากาศ #PollutionProtection

รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2021 จาก IQAir พบว่า… 97% ของเมืองใหญ่ทั่วโลกมีคุณภาพอากาศต่ำกว่าเกณฑ์แนะนำคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO โดยข้อมูลที่ใช้อ้างอิงรายงานนี้ เป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ และ PM2.5 ใน 6,476 เมืองจาก 117 ประเทศ และ เมืองใหญ่ที่มีคุณภาพอากาศสกปรกที่สุดยังคงเป็น New Delhi หรือ นิวเดลี จากอินเดีย ซึ่งครองสถิติเป็นปีที่ 4… ตามด้วย Dhaka หรือ ธากา จากบังกลาเทศ… N’djamena หรือ เอ็นจาเมนา จากประเทศชาด… Dushanbe หรือ ดูชานเบ จากทาจิกิสถาน และ Muscat หรือ มัสกัต จากโอมาน… ส่วน 5 อันดับแรกของประเทศที่มีคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดในโลกปี 2021 ได้แก่

  1. บังคลาเทศ
  2. ชาด
  3. ปากีสถาน
  4. ทาจิกิสถาน
  5. อินเดีย

ประเด็นก็คือ… คุณภาพอากาศที่เลวร้ายลงอย่างชัดเจนทั้งสัมผัสได้ด้วยตัวเองของผู้คน และ ที่รายงานไว้โดยเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศที่มีความน่าเชื่อถือสูง… ล้วนบ่งบอกว่าปัญหาคุณภาพอากาศเป็นเรื่องยาก และ ใหญ่เกินความสามารถมนุษย์ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ เพียงเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กน้อย หรือ แค่โฟกัสอยู่กับพลังงานฟอสซิลเอย ไฟป่าเอย เผาทุ่งเอย รวมทั้งการพยายามเปลี่ยนไปพูดถึง “ความยั่งยืน” ที่พูดง่ายแต่ทำยากจนเห็นสถิติคุณภาพอากาศ และ มลพิษแวดล้อมเราทุกคนแย่ลงโดยไม่มีท่าว่าจะกลับไปดีได้เท่าเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้า… ก็ยังไม่ได้

ยิ่งมาเจอเข้ากับสถานการณ์โควิดที่ระบาดทั่วโลกตลอด 2 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา… ซึ่งกดดันให้มนุษยชาติต้องใส่ Facemask หรือ ใส่หน้ากากเข้าหากันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และ Facemask ก็ได้กลายเป็นอาภรณ์ประดับกายเหมือนเสื้อผ้ารองเท้าเมื่อต้องออกจากบ้าน… ระยะหลังๆ จึงเห็นมีการออกแบบ Facemask ทั้งในแบบแฟชั่น และ แบบฟังก์ชั่นออกสู่ตลาดมากมาย และหลายแนวคิดไปไกลถึงขั้นผสมผสานการป้องกันเชื้อโรค ฝุ่นละออง และ การกรองอากาศเอาไว้ในเครื่องแต่งกายชนิดใหม่ที่คนส่วนหนึ่งเชื่อไปแล้วว่า… ออกจากบ้านควรสวมหน้ากากนิรภัยที่สามารถป้องกันเชื้อโรค และ ฟอกอากาศสะอาดให้หายใจได้อย่างปลอดภัย ไม่ต่างจากที่ต้องสวมรองเท้า!

นักออกแบบจึงประยุกต์ใช้เทคนิคเครื่องมือแพทย์ที่เรียกว่า PAPR หรือ Powered Air Purifying Respirator ซึ่งเป็นหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมทั้งศีรษะแบบมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศมาตรฐาน HEPA หรือ High Efficiency Particulate Air Filter… ที่ออกแบบใช้เพื่อปกป้องผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงต่อเชื้อโรค และ อากาศเป็นพิษ… มา Re-Design ใหม่เพื่อให้เป็นแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้… นอกจากนั้นยังมีการผสมผสานเทคนิคการออกแบบ Welding Helmet หรือ หมวกนิรภัยสำหรับงานเชื่อม ซึ่งเป็นงานออกแบบ PAPR ระดับอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ซ้ำอย่างปลอดภัยได้ดีกว่า PAPR ที่ใช้แล้วทิ้งในอุตสาหกรรมสุขภาพ… ที่มีปัญหาเรื่องขยะ และ ต้นทุนการใช้ในชีวิตประจำวันที่แพงเกินจริง

ตัวอย่างหมวกนิรภัยชนิดกรองอากาศของ Micro Climate ที่มาพร้อมระบบฟอกระบายอากาศด้วยแบตเตอรี่ที่ทำงานได้นายถึง 8 ชั่วโมง ผ่าน HEPA Filters มากถึง 4 ชิ้น โดยชิ้นส่วนอื่นๆ นอกจากไส้กรอง HEPA และ Face Shield ยังสามารถซักทำความสะอาดได้… โดยปัจจุบันมีวางจำหน่ายแล้วที่ราคา 299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ ~10,000 บาท… ส่วนใส้กรอง HEPA ทั้งชุด 4 ชิ้นสามารถซื้อเปลี่ยนได้ที่ราคา 49 ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนั้น… ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับ Smart Home Appliance อย่าง Dyson ก็ได้เปิดตัวหูฟังแบบครอบหู หรือ On Ear ที่มาพร้อมชุดฟอกอากาศในตัวในชื่อ Dyson Zone… ซึ่ง Dyson เชื่อว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีประโยชน์อย่างมากทั้งในการต่อสู้กับมลภาวะทางเสียง และ คุณภาพอากาศ โดยพวกเขาอ้างว่าใช้เวลาในการพัฒนามาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี ก่อนที่จะได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ในปี 2022

Image Credits: Dyson

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจากสองค่ายที่ยกตัวอย่างแล้ว… ถ้า Google ด้วยคำค้นอย่าง Smart Face Mask หรือ PAPR Helmet จะพบทั้งข้อมูลและรูปภาพมากมาย… เดี๋ยวก็คงได้เห็ยแฟชั่นสวมหมวกนิรภัยฟอกอากาศไปเดินสวนสาธารณะกันแน่ๆ

References…

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest
Tumblr

Leave a Reply

Your email address will not be published.