Perspectives on Andragogy… ภาพรวมและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาผู้ใหญ่

Self Directed Learning

มิติของการจัดการศึกษาแบบผู้ใหญ่ ซึ่งให้ความสำคัญกับผู้เรียนก่อนอื่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมายทุกมิติที่กระทบ “พฤติกรรมผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป” ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลกับความรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้เรียนยุคใหม่ พึ่งพาคนกลางอย่างครูหรือผู้สอนที่เคยถือความรู้เอาไว้กับตัว “คอยผู้เรียนมาให้สอน” เหลือหน้าที่ไว้เท่าที่ความจำเป็นเฉพาะอย่างและในบางกรณีเท่านั้น… เพราะพฤติกรรมการอยากรู้หรือสงสัยใคร่รู้ สามารถหาคำตอบได้บนอินเตอร์เน็ตมากมายด้วยตัวเองจากความรู้ที่อยู่ในรูปของข้อมูล

นั่นแปลว่า องค์ความรู้ไม่จำเป็นต้องมีอยู่กับผู้รู้ ครูหรือใครได้อีก นอกจากจะฝากเอาไว้กับ Cloud ให้ผู้เรียนหาเจอเมื่ออยากเจอและสะดวกเจอ… ซึ่งหน้าที่ผู้สอนจบลงตั้งแต่เตรียมองค์ความรู้ให้อยู่ในรูปข้อมูลใส่ Cloud เอาไว้แล้ว… และ Insight ของผู้เรียนจะบอกเองว่า “องค์ความรู้ที่อยู่ในรูปของข้อมูลบน Cloud” ทำให้ผู้เรียนอยากเจอครูหรือผู้รู้เพิ่มเติมหรือไม่ หรือแค่ “หาข้อมูลความรู้” จากแหล่งอื่นทดแทน

แนวคิดการจัดการศึกษาแบบผู้ใหญ่ ทั้งเพื่อผู้ใหญ่โดยตรงและเพื่อวัยอื่นๆ ที่มีผู้ใหญ่ดูแลรับผิดชอบอยู่ จึงต้องเปิดมุมมองใหม่เพื่อ “ตามการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน” ให้ทันเป็นอย่างน้อย… ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ต้อง “นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้เรียน” ตั้งแต่ผู้เรียนยังไม่รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปเรียนรู้แบบไหนอย่างไร

สิ่งที่ยากที่สุดของการจัดการศึกษาในแนวทางผู้ใหญ่ หรือ Andragogy ก็คือ ผู้เรียนมีอำนาจเหนือตัวแปรอื่นในระบบนิเวศน์การเรียนรู้เกือบทุกกรณี… และส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ ผู้เรียนรับผิดชอบทุกตัวแปรในระบบนิเวศน์การเรียนรู้ทั้งหมดด้วยตัวเองทุกกรณีเช่นกัน

แวดวงการจัดการศึกษาในแนวทางผู้ใหญ่ จึงมีโมเดลมากมายผุดขึ้นเพื่อให้นักการศึกษาครูอาจารย์ หรือแม้แต่ธุรกิจการศึกษา ได้นำกรอบทฤษฎีและแนวคิดบนพื้นฐานแนวทาง Andragogy ไปปรับใช้เพื่อให้เหมาะกับการ “เตรียมหลักสูตรเพื่อผู้เรียน…” โดยแนวทางหรือทฤษฎีที่มีการปรับใช้ที่แนะนำและรู้จักกันดีได้แก่

1. The Learner’s Need to Know หรือ เรียนทำไม

แกนหลักสำคัญของหลักการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่คือการรู้เหตุผลว่าทำไมต้องเรียน ก่อนอะไรทั้งหมดในกระบวนการเรียนรู้… ความยากของหลักการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่จึงอยู่ที่ การช่วยให้ผู้เรียนรู้เหตุผลที่ต้องเรียนรู้เรื่องนั้นๆ โดยพาผู้เรียนให้เข้าใจมิติของ วิธีดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียน ประกอบเหตุผลในวิธีเหล่านั้นโดยชัดเจน… การสนับสนุนความต้องการรู้เหตุผลที่ต้องเรียนก่อนการเรียน จึงมีรายละเอียดย่อยอยู่สองสามประเด็นที่สำคัญคือ ตอบคำถามว่า… How learning Is conducted หรือ จะเรียนกันอย่างไร กับตอบคำถามว่า… Why learning is important หรือ สำคัญยังไงจึงต้องเรียน… อีกคำถามหนึ่งที่สำคัญคือ… What learning will occur หรือ เรียนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น… ซึ่งทุกคำถามล้วนมี Theories รองรับที่มีรายละเอียดเฉพาะ โดยตัวอย่างที่เด่นชัดคือโปรแกรมฝึกอบรมพนักงานใหม่ขององค์กรต่างๆ ที่ผู้เรียนล้วนตระหนักถึงเหตุผลที่ต้องเรียนอย่างชัดเจน

2. Self-directed Learning หรือ SDL หรือ การเรียนรู้ด้วยตนเอง

ความสับสนเรื่อง Adult Learning กับ SDL หรือ Self Directed Learning เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมากมาย ในขณะที่นักการศึกษาส่วนหนึ่ง มีการตีความให้ Adult Learning กับ SDL เป็นเรื่องเดียวกัน… ประเด็นคือ SDL เป็นคุณลักษณะของผู้เรียนวัยผู้ใหญ่ และเป็นเป้าหมายของนักการศึกษาที่อยากให้ผู้เรียนมีทักษะ SDL

ในหนังสือชื่อ Understanding and Facilitating Adult Learning ของ Stephen Brookfield ให้มุมมองเกี่ยวกับ SDL ว่า… เป็นดั่งการสอนตัวเอง หรือมองว่า Self-directed Learning เท่ากับ Self-teaching เพราะผู้เรียนสามารถควบคุมเนื้อหาที่จะเรียนและเทคนิคการเรียน แบบเดียวกับที่ผู้สอนใช้

ในหนังสือชื่อ Self-Direction for Lifelong Learning: A Comprehensive Guide to Theory and Practice ของ Philip C. Candy ก็มีมุมมองไม่ต่างกัน โดยอธิบายว่า… SDL เป็นดั่งเสรีภาพของผู้เรียนที่สามารถควบคุมเป้าประสงค์และวัตถุประสงค์ของการเรียน เสมือนผู้เรียนเป็นเจ้าของหลักสูตรและบทเรียน ซึ่งผู้เรียนได้เห็นชัดทั้งองค์ความรู้และบริบท

SDL เป็นหัวข้อใหญ่มากในมุมมองของผม ความสำคัญและพัฒนาการของ SDL ตลอดหลายปีที่ผมคลุกคลีอยู่กับการวิพากษ์ Crouseware มากมายในทุกบทบาท หลายครั้งก็อธิบาย Andragogy ในมุมของ SDL บ่อยๆ ในขณะที่บางครั้งก็ผสม SDL กับ Pedagogy นำเสนอนายจ้างก็มี… ซึ่งผมเชื่อสนิทใจว่า SDL จะยังพัฒนาต่อไปเพื่อเติบโตเป็นเสาหลักของทฤษฎีทางการศึกษา ที่มาไกลได้กว่า Pedagogy และ Andragogy ซึ่งเทคโนโลยีในวันหน้าอาจเป็นบางส่วนของคำตอบ… รายละเอียดที่จะพูดถึง จึงมีมากเกินกว่าจะเขียนลงบทความรายวันแบบนี้ได้ครบถ้วน… เอาเป็นว่าผมขอติดค้างรายละเอียดไว้ก่อน

3. Prior Experiences of The Learner หรือ ประสบการณ์ก่อนเรียนของผู้เรียน

ประสบการณ์ในอดีตของผู้เรียนมักเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และพฤติกรรมการเรียนอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งการวิเคราะห์ผู้เรียนผ่านมุมมองประสบการณ์ในตัวผู้เรียน คือประตูบานแรกของ Personalized Learning 

เพราะประสบการณ์ของคนไม่มีทางเหมือนกัน คนจึงแตกต่างหลากหลาย… เพราะทรัพยากรมีต่างกัน จึงมีประสบการณ์บนทรัพยากรที่มีและใช้ทรัพยากรที่มีนั้น ให้เป็นประโยชน์กับทุกอย่างรวมทั้งการเรียนรู้ด้วย… และประสบการณ์ที่ผู้เรียนคิดและเชื่อว่าตนไม่รู้ไม่เข้าใจ ทำให้คนๆ หนึ่งเข้าใจรากเหง้าตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริงว่า “ไม่รู้แต่อยากรู้จึงยอมเรียนรู้…” และยังตระหนักรู้อีกด้วยว่า ความรู้จะลด Biases หรือความเอนเอียงจากประสบการณ์เดิมและความรู้ความเข้าใจเดิมๆ เมื่อต้อง “ตัดสินใจด้วยองค์ความรู้ใหม่ท่ามกลางบริบทที่ต่างไปจากเดิม…”  การจัดการศึกษาเพื่อผู้ใหญ่ในระยะหลังจึงสนใจประสบการณ์เดิมของผู้เรียนอย่างมาก

โดยส่วนตัวมองว่า… การเข้าใจประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นเรื่องเดียวกันกับการเข้าใจ Persona ของลูกค้า และเป็นเรื่องเดียวกันกับ Personalized Learning ที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ปนคลุกรวมกันท้าทายนักการศึกษารุ่นใหม่อยู่…

4. Readiness to Learn หรือ พร้อมเรียนรู้

ข้อเท็จจริงที่ว่า… ผู้ใหญ่มีความพร้อมที่จะเรียนรู้โดยอัตโนมัติ “เมื่อชีวิตของตนมาถึงจุดที่ต้องการเรียนรู้” ซึ่งจุดนี้จะสร้างความต้องการ 2 อย่างขึ้นได้แก่ Direction หรือแนวทาง กับ Support หรือ การประคับประครอง 

ประเด็นแนวทาง หรือ Direction… ผู้เรียนมักจะต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของมนุษย์ ที่ต้องการพึ่งพาคนอื่น “เพื่อเข้าใจแนวทางที่อยากรู้อยากเข้าใจ” โดยเฉพาะการพึ่งพาความช่วยเหลือในแนวทางสำหรับการเริ่มต้น… ส่วนประเด็นการประคับประครอง หรือ Support จากผู้อื่นจะเป็นเรื่องของจิตใจ วนเวียนอยู่กับ “ความเชื่อมั่นกับความมุ่งมั่น” เป็นสำคัญ

นั่นแปลว่า… ผู้เรียนที่มีความเชื่อมั่นในแนวทางและเชื่อมั่นในความสามารถจนกล้ามุ่งมั่น จะพร้อมมากสำหรับการเรียนรู้เข้าขั้นเป็น True Self-directed Learner หรือผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง ซึ่ง Pratt’s Model of Readiness to Learn ได้ทำแผนภาพความสัมพันธ์ของแนวทางกับการสนับสนุนความเชื่อมั่นให้ผู้เรียนเอาไว้… ผู้เรียนที่ต้องการแนวทางและการประคับประคองความเชื่อมั่นในระดับต่ำ จะมีศักยภาพและความพร้อมที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองที่สูง 

5. Orientation  to Learning and Problem Solving หรือ นิเทศน์การเรียนรู้จากประสบการณ์

การเรียนรู้ที่อิงประสบการณ์ก่อนหน้า จะระบุความต้องการการเรียนรู้อ้างอิง “แนวทางช่วยแก้ปัญหา” ที่เคยประสบ ซึ่งพฤติกรรมทั่วไปของการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ มักชอบการเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง… ประสบการณ์กับปัญหา จึงถูกมองเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันและเป็นเรื่องสำคัญในการจัดการศึกษาในกรอบ Andragogy

ประเด็นการเรียนรู้จากประสบการณ์…  David A. Kolb เจ้าของทฤษฎี Kolb’s Experiential Learning Theory ซึ่งเป็น Andragogy สายประสบการณ์ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางอธิบายว่า ขณะที่ผู้ใหญ่เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตามรูปแบบการเรียนรู้ที่ตนถนัด การเรียนรู้ก็จะเริ่มจากจุดนั้น แม้ผู้ใหญ่จะใช้รูปแบบการเรียนรู้หลากหลาย แต่ผลลัพธ์การเรียนรู้ก็จะไม่ดีเท่าเรียนรผ่านประสบการณ์ที่ตรงกับประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่ง David A. Kolb สร้างโมเดลการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์เอาไว้ 4 ขั้นได้แก่

ขั้นที่ 1. Concrete Experience หรือ ประสบการณ์เป็นรูปธรรม เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนมีประสบการณ์ต่างๆ เน้นการใช้ความรู้สึก และยึดถือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเอง

ขั้นที่ 2. Observation and Reflection หรือ การไตร่ตรองและสะท้อนคิด เป็นขั้นที่ผู้เรียนมุ่งทำความเข้าใจความหมายของประสบการณ์ โดยการสังเกตอย่างรอบคอบและไตร่ตรอง

ขั้นที่ 3. Formation of Abstract Concepts and Generalization หรือ สร้างหลักการเชิงนามธรรมและหลักการทั่วไป เป็นขั้นที่ผู้เรียนสร้างคำอธิบายอิงหลักการ เหตุผลและทฤษฎีขึ้นใหม่บนความเข้าใจของตนเองในขณะนั้น

ขั้นที่ 4. Testing Implications of New Concepts in New Situations หรือ การทดลองหลักการใหม่บนบริบทใหม่ เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำหลักการทั้งเชิงนามธรรมและหลักการพื้นฐานทั่วไปที่พัฒนาขึ้นใหม่ และที่เรียนรู้ไตร่ตรองมาจากประสบการณ์… ไปทดลองใช้

ซึ่งทฤษฎี Kolb’s Experiential Learning Theory จะวนกลับจากขั้นที่ 4 กลับไปเริ่มขั้นที่ 1 เมื่อการทดลองใช้หลักการใหม่… สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เรียน จนเป็นรูปแบบวน หรือ Loop ที่มีการใช้ในหลายหลักทฤษฎีในระยะหลัง เช่น หลักการ Design Thinking และ หลักการ Agile… โดยส่วนตัวจึงทิ้งหลักการ Kolb’s Experiential Learning ไปใช้ Design Thinking และ Agile ซึ่งเป็นหลักเรียนรู้จากล้มเหลวที่เป็นรูปธรรมมากกว่า และหากมองผ่านมุมมองทางการศึกษา… ทั้ง Design Thinking และ Agile ล้วนเป็นขบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการแก้ปัญหาไม่ต่างกัน

6. Motivation to Learn หรือ แรงจูงใจต่อการเรียน

แรงจูงใจสำคัญที่โน้มน้าวการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ มาจากแรงจูงใจต่อการจัดการปัญหาเป็นพื้นฐาน แรงจูงใจนี้จะเกิดขึ้นจากภายในเป็นสำคัญ แม้ว่าผลหรือการกระทำใดๆ จะเกิดภายนอกก็ตาม… โมเดลสำคัญจากหนังสือ Enhancing Adult Motivation to Learn ของ Dr. Raymond J. Wlodkowski ชี้ให้เห็นว่า แรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้ใหญ่คือผลรวมของปัจจัย 4 ประการได้แก่

     6.1 Success หรือความสำเร็จ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องการเป็นผู้เรียนที่ประสบความสำเร็จและเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

     6.2 Volition หรือความตั้งใจ ผู้ใหญ่ต้องการรู้สึกว่ามีทางเลือกในการเรียนรู้ และจดจ่อตั้งใจกับทางเลือกของตัวเอง

     6.3 Value หรือคุณค่า ผู้ใหญ่ต้องการเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองเชื่อว่ามีคุณค่า และหรือสามารถสร้างคุณค่าให้ตนเองได้

     6.4 Enjoyment หรือความเพลิดเพลิน ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สนุกเพลิดเพลินทั้งในการเรียนและชีวิตเหมือนวัยอื่นๆ

ประเด็นทั้งหมดเป็นแบบนี้ครับ… ภาพรวมที่นำเสนอตั้งแต่ต้น ล้วนครอบคลุมแนวทางการเข้าถึง Insight ของผู้เรียนเพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้ “สนใจใฝ่รู้” จนเกิดการเรียนรู้โดยพึ่งพาตัวเองและมีตนเองเป็นศูนย์กลาง ที่แปลว่า… หลักสูตรการเรียนอันเป็นที่ต้องการที่เกิดโดย “ผู้เรียนอยากเรียน” สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้เรียนในระดับประสบการณ์และการจัดการปัญหาด้วยตัวผู้เรียนเองทีเดียว… สิ่งที่ยากของการจัดการศึกษาแบบ Andragogy ในมุมมองใหม่จึงไม่ใช่บทบาทครูอาจารย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเดียว แต่ยังมี Learners’ Insight หรือข้อมูลเชิงลึกของผู้เรียนท้าทายอยู่ด้วย

ตอนหน้าผมจะเอาขอบเขตวิทยาการ Neuroscience ที่เกี่ยวกับ Adult Learner หรือ Andragogy อ้างอิงหนังสือ The Adult Learner: The definitive classic in adult education and human resource development มาเล่าต่อครับ… ขออภัยสำหรับท่านที่ไม่ปลื้ม Theory และหลักการโน่นนี่ที่แซวเข้ามาทางไลน์ทั้งส่วนตัวและ @reder ครับ… โดยเฉพาะสาย Business และ Digital Marketing ครึ่งปีหลังน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตอบรับคำชี้แนะให้เห็น

ขอบคุณที่ติดตาม…

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Growth Hacking Strategy

Growth Hacking… ใช้เมื่อไหร่กับใครและอย่างไร

สำหรับภาคธุรกิจผมมองว่า… Growth Hacking ออกแบบมาเพื่อ Startup โดยตรงอยู่แล้ว… โดย Satrtup ที่สร้าง Products หรือ Services รวมทั้งผ่านขั้นตอนการทำ Prototype Testing หรือการทดสอบต้นแบบจนเชื่อได้ว่าเจอ Product Market Fit ที่มีลูกค้าและตลาดชัดเจนแล้ว ข้อควรระวังก็แค่… ก่อนทำ Growth Hacking ต้องเตรียมการหลายอย่างเพื่อไม่ให้แคมเปญเรียกแขกครั้งใหญ่ กลายเป็นโศกนาฏกรรมแบบเวบล่มหรือแม้แต่ของไม่พอขาย รวมทั้งกรณีมีคนผิดหวังมากมายจนตอนจบกลายเป็นดราม่า และนำไปสู่ความล้มเหลวเพราะความไม่พร้อมเอง


Bio Economy

Bio Economy… เศรษฐกิจชีวภาพ #FridaysForFuture

ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพอย่างมาก เนื่องจากมีวัตถุดิบทางการเกษตรที่หลากหลาย การพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ จึงได้รับความสนใจอย่างมาก และหลายฝ่ายเชื่อว่า อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพสามารถสร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นทางเลือกที่มีศักยภาพอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์ลดการพึ่งพาการผลิตจากปิโตรเลียม

Sophie Kim Founder & CEO Market Kurly

Market Kurly… ของสดของชำแบบสั่งส่งสดๆ #Reder Startup

ลูกค้าของ Market Kurly ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล… คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีค่านิยมเหมือนคนรุ่นเก่าที่ทำงานหนักเพื่อมีบ้านมีรถยนต์ แต่เป็นกลุ่มใช้ชีวิตแบบปรนเปรอตัวเองด้วยกิจกรรมที่โปรดปราน และสิ่งที่ชอบ โดยเฉพาะประสบการณ์กับอาหารเครื่องดื่มเพื่อเติมเต็มความอิ่มเอมภายใน

innovation team player

Innovation and Team Development… ทีมสร้างนวัตกรรม

ประเด็นสำคัญของการทำทีมนวัตกรรมเพื่อพัฒนานวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ จึงต้องการความเข้าใจขั้นลึกซึ้งว่า… ใหม่หมายถึงยังไม่เคยมีมาก่อน นั่นแปลว่าบรรยากาศการสื่อสารและความสัมพันธ์ภายในทีมนวัตกรรมที่หวังผลการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวทางใหม่… ต้องการความพร้อมรอบด้านเพื่อการเปลี่ยนแปลงถึงขั้นต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมเสมอ