Positive Self Expectations… คาดหวังต่อตัวเองอย่างไรไม่ให้กดดัน #MetaSkills

Serious Self Talk

มนุษย์ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด ล้วนเป็นคนหลงไหลความสมบูรณ์แบบ หรือเป็นพวก Perfectionism ภายใต้นิยามความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังส่วนตนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพฤติกรรมชอบคิดและจินตนาการถึง “สิ่งดีๆ ที่อยากให้เกิดกับตน” ซึ่งหลายๆ เรื่องในหลายๆ แง่มุมของสิ่งดีๆ ที่วนเวียนคิดและฝันถึงนั้น… แค่ได้คิดก็ทำเอาจิตชื่นบานมากมายล้นเหลือแล้ว

อีกด้านหนึ่งของความนึกคิดและจินตนาการถึงสิ่งดีๆ เพื่อชุบชูใจตนนั้น หลายคนรู้ตัวดีว่าก็ได้แต่คิดและนึกถึงนั่นแหละ และไม่ต้องพยายามใดๆ ให้เสียเวลาและโอกาสจาก “ข้อเท็จจริงตรงหน้า” ในขณะที่อีกหลายคนใช้สิ่งดีๆ จากความนึกคิดและจินตนาการ มาออกแบบเป้าหมายและริเริ่มแผนการอย่างมุ่งมั่น… และมีบางคน ที่หาทางผลักความนึกคิดและจินตนาการของตน “ไปให้ใครบางคน” ที่เป็นความหวัง… เพื่อให้ช่วยสะสางถางทำอะไรๆ ตามที่ตนนึกคิดและจินตนาการไว้ให้ด้วย ซึ่งกรณีหลังนี้จะมีความคาดหวังซ้อนกันอยู่สองชั้นอีกด้วย

ประเด็นก็คือ… ความนึกคิดและจินตนาการถึงขั้นออกแบบเป้าหมายและริเริ่มแผนการพิชิตเป้าหมายนั้น ตัวแปรเดียวที่ขับเคลื่อนพฤติกรรม “การแปลงความคิดให้เป็นความจริง ก็คือ… ความมุ่งหวัง” และไม่ว่าความมุ่งหวังจะตรงเข้าหาตัวเอง หรือ ตรงไปที่ใครคนไหนอยู่ที่ใดก็ตาม… ความมุ่งหวังที่เคยอยู่ในรูปความคิดและจินตนาการ ก็จะกลายเป็นความคาดหวังซึ่งต้องการผลลัพธ์ตามอย่างที่คิดและจินตนาการไว้

เมื่อมีเป้าหมายเกิดขึ้นพร้อมกับความคาดหวัง… สมองของเราก็จะอิ่มเอมล่วงหน้าจนผ่องแผ้วเบิกบาน แม้การสะสางสร้างทำตามแผนและกระบวนการสู่เป้าหมาย จะเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นที่ยังห่างไกลจากช่วงเวลาอิ่มเอมอย่างแท้จริง

แต่ความสุขที่เกิดจากความคาดหวังก็ได้เกิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่ “ข้อเท็จจริงตรงหน้า” ยังไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เท่ากับความคาดหวังเลย… และเมื่อมีตัวแปรเวลาผ่านไปนานวันเข้า จนความคาดหวังแรกถูกคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นไปได้… ห้วงเวลานั้นคงเป็นช่วงอิ่มเอมปลื้มปริ่มอีกครั้งในระดับ “สมหวัง” 

ในทางตรงข้าม… ถ้าความคาดหวังแรกถูกคาดการณ์ได้ว่า “ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว” ห้วงเวลานั้นก็จะเกิดตรึงเครียดกดดันกระวนกระวาย และ อีกสารพัดอาการด้านลบ ที่ก่อตัวขึ้นในความคิด ลามไปถึงจิตใจและสะท้อนออกไปที่พฤติกรรม

ความคาดหวังที่ไม่เป็นผล จึงสร้างผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนเสมอ ส่วนจะกระทบมากน้อยอย่างไรจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย… โดยเฉพาะปัจจัยที่เกิดจาก “การกล่าวโทษตัวเอง หรือ กล่าวโทษใครบางคน” ที่เราเชื่อว่ามีส่วนทำให้ความคาดหวังครั้งสำคัญนี้… เกิดเป็นไปไม่ได้ หรือ ล้มเหลวหมดสิ้น

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… ต่อให้มีคนมาเป็นแพะให้กล่าวโทษที่ทำให้เราสูญเสียความหวัง แต่สุดท้ายคำกล่าวโทษทั้งหมดก็ยังจะวนกลับเข้าตัวเอง และเจ็บปวดผิดหวังทุกข์ร้อนที่ใจตัวเองเสมอ… ความยากของการเอาชนะใจตนเมื่อความคาดหวังล้มเหลวจึงเกิดขึ้นจาก… การคุยกับตนเอง หรือ Self–Talk ทั้งที่ตอกย้ำตัวเองตรงๆ รวมทั้งพูดกับคนอื่นแต่ตัวได้ยินและซึบซับเอามาเต็มๆ รวมทั้งวาจาท่าทีที่คนอื่นแสดงกลับกับเราด้วยนั่นเอง

Andrea F. Polard นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ A Unified Theory of Happiness ที่นำเสนอศาสตร์ของการรักตัวเองผ่านปรัชญาเซ็น ได้เปิดประเด็นเรื่องการคุยกับตัวเอง หรือ Self–Talk ในหลายโอกาส โดยอ้างอิงการค้นคว้าวิจัยทางจิตวิทยามากมายว่า… คนเราพูดกับตัวเองตลอดเวลา แต่มักไม่ค่อยพูดดีๆ กับตัวเองเหมือนคุยกับเพื่อนที่ดีหรอก แถมยังเป็นนักวิจารณ์ปากร้ายใจแคบกับตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล แค่จะมอบความรักให้ตัวเองง่ายๆ เหมือนที่มอบให้คนอื่นๆ ก็แทบไม่ได้หรือไม่สนใจจะทำด้วยซ้ำ

เมื่อคนแบบนั้นมาอยู่ในสถานการณ์ “ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่คาดหวัง” สิ่งที่ตามมาก็คือความกดดันที่เกิดจากการวิจารณ์ตัวเองเละเทะ จนสภาพจิตใจที่ยำแย่ผิดหวังอยู่แล้ว… เข้าขั้นยับเยินสิ้นหวังก็มี

หลายกรณีจึงมีการทิ้งเป้าหมายและความคาดหวังโดยไม่พยายาม… ในขณะที่อีกหลายกรณีก็ถึงขั้นพาตัวเองไปก่อพฤติกรรมเสี่ยง และเปิดประตูรับปัญหาซับซ้อนเข้าสู่วังวนความคาดหวัง แล้วก็ผิดหวังวนไปเรื่องแล้วเรื่องเล่า… ในขณะที่ความคาดหวังเริ่มต้น กลับไม่ถูกใส่ใจจะ “พยายาม” ทำความเข้าใจและเปลี่ยนความคาดหวังให้เป็นผลสำเร็จ… ซ้ำร้าย! หลายคนเลือกแต่จะทะเลาะและกดดันเอากับตัวเองหรือไม่ก็กับคนรอบข้างมั่วไปหมด

ความกดดันเป็นความกลัวรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีทางหลีกเลี่ยงได้ด้วยการ “ไม่ก่อความคาดหวังจนถึงขั้นวางแผน ลงทุนลงแรงและสละเวลาให้กับความคาดหวังที่เรากลัว” และยอมรับ “ข้อเท็จจริงตรงหน้า” ของตัวเองด้วยตนเอง และ คุยกับตัวเองว่าเรามีความสุขและพอเพียงเท่านี้

แต่ถ้าท่านรักความท้าทาย จิตใจดีและยุติธรรมกับตัวเองพอ… การตั้งความหวังและเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร ถึงแม้ว่าหลายอย่างจะไม่ง่าย ซึ่งความไม่ง่ายนี้เองที่ “เป็นรางวัลใหญ่ของความพยายาม”

เว้นแต่ว่า… ความคาดหวังของเราจะเกินจริง หรือ Unrealistic Expectations จนเป็นจริงไม่ได้… ที่เหลือก็แค่คุยกับตัวเองดีๆ ให้กำลังใจตัวเองให้พอ และชวนตัวเองพยายามอีกครั้ง… เพื่อไล่ล่าความอิ่มเอมปลื้มปลิ่มอย่างที่คิดหวัง… 

เท่านั้นเอง!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Recent Posts

Related Post

Interactive Video

Interactive Video For Business… ขั้นกว่าของการใช้วิดีโอทำธุรกิจ

Interactive Video มีการประยุกต์ใช้ทางธุรกิจกันหลายมิติ ตั้งแต่งานฝึกอบรมภายใน ซึ่งก็คือการใช้แบบ eLearning… ไปจนถึงการใช้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า หรืองาน CRM กระทั่งงานวิจัยเชิงธุรกิจ รวม Corporate Data Mining บางกรณีได้ด้วย

Blended Learning

Blended Learning Canvas

ธรรมชาติของ Blended Learning ไม่มีสูตรตายตัว… ยกเว้นการโฟกัสนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เหมือนกรณีของ Teacher Aili Olichney ซึ่งนอกจากจะเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแล้ว ยังเอา Growth Mindset ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายอีกด้วย

Snow Storm Texas 2021

พายุหิมะถล่มสหรัฐอเมริกา และหิมะหนาใน Texas #FridaysForFuture

ภาพหิมะบนถนนใน Houston หรือเมืองฮุสตันหนาเป็นฟุตๆ ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติของคนที่นั่น การเตรียมพร้อมแบบ New York จึงมีน้อยกว่าจนมีรายงานข่าวเรื่องความอลม่านของภาวะฉุกเฉินใน Texas อย่างน่าเห็นใจ… ซ้ำร้ายยังเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ที่หมายถึงฮีตเตอร์ของคนที่นั่นจะไม่มีไออุ่นให้พึ่งพา

Problem Solving

Creative Problem Solving… ปัญหาจากหลากหลายมุมมอง

ทุกๆ ช่องว่างจากปัจจุบันถึงอนาคตที่อยากให้เกิดสิ่งใดก็ตามแต่ เราสามารถสร้างสรรค์วิธีหรือแนวทางสะสางจัดการปัญหาได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องรู้วิธีและใช้เครื่องมือให้ถูกวิธี โดยเฉพาะเครื่องมือที่สามารถสร้างทางเลือกและมุมมองที่แตกต่างและหลากหลาย ให้เรามีข้อมูลชัดเจนในการตัดสินใจ ซึ่งแนวทางและเครื่องมือที่จะแนะนำท่านต่อไปนี้มีชื่อว่า… Creative Problem Solving หรือ หลักการรับมือกับปัญหาอย่างสร้างสรรค์