Pre-creation Learning…

Experience Learning

Co-creation หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Co-create Experiences ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะนิยามแบบไหนและตั้งชื่ออย่างไร แต่โดยบริบทคือการสร้าง Common Task ร่วมกันระหว่างคนหรือกลุ่มคนที่อยู่ร่วมระบบนิเวศน์เดียวกันด้วยความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่งบนห่วงโซ่เดียวกัน เช่น ธุรกิจกับลูกค้า หรือครูกับนักเรียน

อย่างที่เรียนไปแล้วในบทความเรื่อง Co-creation Learning… ปฐมบท ว่า Co-creation ฝั่งธุรกิจนั้นก้าวหน้าท้าทายจนแบรนด์ระดับโลกมากมาย หันมาสร้างสีสันและมิติทางการตลาดผ่านความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ จนกลายเป็นสูตรความสำเร็จแนวทางหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาดก็ว่าได้

เมื่อต้องการนำแนวคิด Co-creation มาจับคู่กับการเรียนการสอน ผลลัพธ์ทางการตลาดที่มุ่งหวังจึงตรงไปที่ผู้เรียน “โดยไม่ทิ้งวัตถุประสงค์การเรียนรู้” ซึ่งหลักของ Co-creation Learning คือการดึงผู้เรียนมาร่วมรับผิดชอบวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ด้วยกลยุทธ์การมีส่วนร่วมรับผิดชอบในกิจกรรมและขบวนการเรียนรู้

สาระสำคัญของแนวคิดเรื่อง Co-creation Learning จากงานวิจัยเรื่อง Co-Creation in Higher Education: Towards a Conceptual Model ที่ผมใช้อ้างอิงยังคงอ้างอิงโมเดลเชิงธุรกิจที่ประกอบไปด้วย ตัวชี้วัด หรือ Indicators และ ประโยชน์ที่ได้รับ หรือ Benefits ที่อ้างอิง Product และ Value ที่ยังต้องสร้างและดึงตัวแปรย่อยตามบริบท

ประเด็น Co-creation Learning… ตัวชี้วัดทั้งหมดที่ต้องใช้เพื่อผสมผสาน หรือ Blend ในขั้น Co-creation จำเป็นต้องถอดออกมาจาก “ผู้สอน กับ ผู้เรียน” แทนที่จะเป็น Product กับ Value เหมือนฝั่งธุรกิจ ส่วนต้นทุนหรือทรัพยากรที่หุ้นส่วนทั้งสองมีก็ขึ้นอยู่กับบริบท ซึ่งต้องเตรียมหลายอย่างเพื่อให้เกิดบรรยากาศของทีมเดียวกัน… และทั้งหมดต้องเตรียมและหาหนทางประสานความร่วมมืออย่างดี

สิ่งสำคัญของการทำ Co-creation คือการออกแบบการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความรู้ใหม่ให้ผู้เรียน ซึ่งแตกต่างจากการออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกฝน หรือ Practice เพราะ Co-creation สร้างความตระหนักในหน้าที่พร้อมความรับผิดชอบในการเติมเต็มองค์ความรู้ตามวัตถุประสงค์… บรรยากาศจะคล้ายๆ ครูอาจารย์กับฝ่ายวิชาการของโรงเรียนประชุมหรือสัมนากันเพื่อให้ได้ Course Syllabus มากกว่า… ซึ่งผู้เรียนได้ Knowledge ไปตั้งแต่เข้าใจว่าต้องรับผิดชอบอะไรไปแล้ว… ส่วนขั้นการ Blend หรือ Co-creation จึงเป็นมากกว่าการเรียนรู้ไปแล้วเช่นกัน

สมมุติฐานของผมจึงมีว่า… การเข้าถึง Insight ของผู้เรียนผ่านรูปแบบ Co-creation “น่าจะ” ทำให้ผู้เรียน แบ่งปัน Personality กับ Experience ที่ผู้เรียนมีและเป็น อย่างตรงไปตรงมาจนทำให้สามารถทำ Personalized Learning ได้แม่นยำขึ้น

ผมใช้คำว่าสมมุติฐานเพื่อให้ทุกท่านทราบว่า… ข้อความหลังคำว่าสมมุติฐาน หรือแม้แต่บางส่วนก่อนหน้านั้น ผมร่างขึ้นโดยยังไม่ได้ศึกษาวิจัย หรือหาเอกสารอ้างอิงยังไม่ได้ครับ… และทราบดีว่าทั้งหมดยังมีบริบทอีกมากที่ยังท้าทายแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะในมุมของการเข้าถึงผู้เรียนเพื่อไปให้ถึง Personalized Learning ด้วยการหาเทคนิคเข้าถึง Insights มากมายของผู้เรียนแต่ละคน… ซึ่งผมคิดว่า หากเป็นช่วงเวลาก่อนจะมีอินเตอร์เน็ตหรือ eLearning อย่างในปัจจุบัน การจะหาวิธีสื่อสารเพื่อโน้มน้าวและท้าทายให้ผู้เรียนช่วยหา Knowledge มาช่วยกัน Blend คงเป็นเรื่องยาก… เป็นโอกาสอันดีที่ปัจจุบันความรู้และ Knowledge มากมายสามารถสืบค้นได้ไม่ยากอีกแล้ว… ประเด็นของการเตรียมสอนตามแนวคิด Co-creation Learning จึงไม่ใช่การเตรียมความรู้หรือ Knowledge ไปแบ่งปันผู้เรียน แต่ผู้สอนต้องเตรียมความรู้ที่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมประสบการณ์ที่สูงกว่า ไปช่วยเติมความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนที่มีน้อยกว่าให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ช่วยกันสร้างความรู้ด้วยประสบการณ์ให้ผู้เรียน

ถึงตรงนี้… การทำ Co-creation กับผู้เรียนอาจไม่เหมาะกับผู้เรียนในบางช่วงวัย หรือในหลายๆ บริบททางการศึกษา แต่สถาบัน หรือสถานศึกษา หรือครูอาจารย์ก็สามารถทำ Co-creation เพื่อสร้างมิติความร่วมมือระหว่างกันได้ เหมือนที่ธุรกิจร่วมมือกันสร้างสรรค์บางสิ่งให้ลูกค้าของพันธมิตร ได้อะไรมากกว่าที่เคยเป็นมา… ตัวอย่าง กรณีการทำ Co-creation สื่อการสอน หรือ Asynchronous E-Learning Materials เพื่อใช้ร่วมกันข้ามสถาบัน อาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ของที่ต้นทุนถูกลงครึ่งหนึ่งเป็นต้น

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Reder's Line friends

เพิ่ม Reder เป็นเพื่อนทาง Line... เรามีเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจส่งให้ท่านทุกวันคี่

Related Post

Happy / Sad Vespa Mindset

Adapting Testing and Performing… ปรับเปลี่ยน ลองเรียนและลุยเลย

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างแท้จริงในการจับ Systems มาขัดเกลาปรับแต่งนั้น ท่านจะต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ข้อมูล กับ ความรู้” เสียก่อน เพราะ Feedback เป็นข้อมูล และ Systems หรือ กิจกรรมการศึกษาเป็นความรู้… สิ่งที่หนังสือ The Student Mindset: A 30-Item Toolkit For Anyone Learning Anything ของ Steve Oakes และ Martin Griffin แนะนำแนวทางไว้ในบทนี้ จึงเป็นแนวทางในการ “ปรับข้อมูลให้อยู่ในรูปของความรู้ก่อนนำไปแต่งเติม Systems”

Blockchain

Internet of Blockchain… อนาคตที่ใกล้แค่อีกไม่นาน

หลายท่านหรือส่วนใหญ่ คงเคยได้ยินคำฮิตอย่าง Blockchain และ Bitcoin มาแล้ว… สำหรับท่านที่ทราบดีอยู่แล้ว วันนี้ขออนุญาตหาบมะพร้าวผ่านสวนท่านน๊ะครับ… 

Personel Branding

Personal Branding…

เป็นข้อเท็จจริงนานมาแล้วว่า บุคคลที่ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มักจะเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับ และมีเรื่องราวของเขา ที่คนอื่นสามารถพูดถึงและเล่าต่อได้

ธุรกิจกับงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม #SaturdaysSMEs

แนวทางการใฝ่หาองค์ความรู้ใหม่ๆ เป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่เริ่มต้นจากปัญหาในธุรกิจและหาทางแก้ไขปัญหาโดยวางเป้าหมายที่จะทำให้ปัญหาที่พบ ถูกจัดการในแนวทางใหม่… ตั้งคำถามเพื่อการค้นคว้าให้ครอบคลุม… หาคนที่สามารถเติมเต็มช่องว่างจากปัญหาถึงคำตอบหรือทางออกตามแนวคำถามที่สร้างนำทาง… พัฒนาต้นแบบ… ศึกษาวิจัยต้นแบบใหม่จนได้ผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมสู่ตลาด… อย่าหยุดค้นคว้าและพัฒนาต่อจนกว่าผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมจะทำกำไร… จนเพียงพอที่จะจัดสรรกำไรบางส่วนมาค้นคว้าวิจัยต่อยอดไปอีก